น้องยิงพี่ชายสาหัสรุดเข้ามอบตัว

4 มี.ค. 2564


                   กรณีพี่น้องยิงกันในพื้นที่ม.9 บ้านราวปลา ต.ทุ่งหว้า  อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล โดยนายตอเล็บ เบ็ญฤทธิ์  อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นน้องชายเป็นผู้ก่อเหตุ และผู้ถูกยิงคือนายสะมาแล เบ็ญฤทธิ์ อายุ 34 ปี พี่ชายอาการสาหัส  ซึ่งล่าสุดนายตอเล็บ น้องชายได้เข้ามอบตัวที่สภ.ทุ่งหว้าโดยมีนายประจวบ ขุนปันหาร ผญบ.ม.9 นำมามอบตัว ที่สภ.ทุ่งหว้า   โดยขณะผู้ต้องหาเข้ามาตัวผู้สื่อข่าวได้ถามซึ่งมูลเหตุของการยิงในครั้งนี้ นายตอเล็บ บอกว่าตนขับรถอยู่พี่ยิงปืนขึ้นฟ้า 5 นัดตนตกใจจึงเอาปืนยิงกลับเพื่อป้องกันตัวแต่ไม่นึกว่าจะถูกพี่สาหัสแบบนี้ ส่วนมูลเหตุนั้นคือเรื่องสัตว์ในตู้เย็น ซึ่งเคยบอกพี่ไปหลายครั้งแล้วว่าอย่าเอาของป่าเข้ามาในบ้านเพราะหากนาย(ตำรวจ) มาตรวจตนจะมีความผิดเพราะเป็นสัตว์ป่ามีไว้ในครอบครองตนจะถูกจับ หากถูกจับลูกจะอยู่กับใคร แต่พอพูดแล้วพี่เขาโมโห ส่วนปืนที่ก่อเหตุเป็นปืนลูกซองยาวแบบไทยประดิษฐ์ ซึ่งกระบอกนี้ตนก็ซื้อจากพี่ชาย ส่วนปืนของพี่ชายนั้นตนไม่ทราบว่าเป็นปืนอะไรเมื่อเห็นพี่ชายยิงตนตกใจก็ยิงสวนเพื่อป้องกันตัวไม่คิดว่าจะถูกพี่ชาย




                  ต่อมาพ.ต.อ.อุเทน แก้วจันทร ผกก.สภ.ทุ่งหว้า ได้สอบปากคำผู้ต้องหา ซึ่งได้มีการออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่า และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณ ซึ่งเป็นพรบ.อาวุธปืน  โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอด และบอกว่ายิงไปเพียงนัดเดียวซึ่งห่างกัน 60-70 เมตร  และสาเหตุเกิดจากของในตู้เย็น โดยผกก.สภ.ทุ่งหว้า กล่าวว่า  ผู้ต้องหาและผู้บาดเจ็บเป็นพี่น้องกัน สาเหตุเกิดจากการขัดแย้งส่วนตัวระหว่างพี่น้อง โดยมีประเด็นอื่นน่าจะเข้ามาสอดแทรก หลังจากก่อเหตุก็ขับรถจยย.หนีไปบ้านลูกโดยรถคันดังกล่าวทิ้งไว้ให้ภรรยาใช้ และนอนกับลูก 1 คืนก่อนที่จะเข้ามอบตัว


 อย่างไรก็ตามหลังจากผู้ต้องหาเข้ามามอบตัวแล้ว พ่อของทั้ง 2 ได้เดินทางมาโดยพูดคุยกับผญบ.หน้าห้องสอบสวน  โดยบอกว่านายตอเล็บ ผู้ก่อเหตุนั้น เป็นคนดื้อชอบทำตัวเหลวไหล พี่ชายมักจะสั่งสอนตักเตือนอยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่องเงินเรื่องความเป็นอยู่ในครอบครัว เมื่อพูดบ่อยครั้งน้องชายมองว่าพูดมาก บ่นมากก็เกิดความรำคาญและขัดแย้งกัน  ก่อนมาที่สภ.ทุ่งหว้าก็ได้แวะหาลูกชายที่บาดเจ็บที่จ.ตรัง ซึ่งอาการถือว่าดีขึ้นแต่ยังใส่เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้มาอยู่ในห้องรวมแล้วตนเข้าไปจับมือลูกก็บีบมือตอบสนอง โดยเฉพาะบาดแผลที่ศรีษะนั้นรุนแรงมาก หากหายออกมาก็ไม่รู้จะปกติหรือไม่  เมื่อพี่น้องทะเลาะกันหัวอกคนเป็นพ่อแม่เจ็บปวดอยู่แล้ว ซึ่งตนได้แยกทางกับแม่ของทั้ง 2 คนมา 20 ปี แต่ก็ยังคงถามไถ่และลูกทั้ง 2 ก็ยังไปมาหาสู่กับตน ตลอด  รู้สึกไม่สบายใจเมื่อทราบว่าสองพี่น้องขัดแย้งเรื่องอื่นกันมาเป็นประจำ โดยเฉพาะลูกคนเล็กที่ก่อเหตุจะดื้อและไม่ค่อยเชื่อฟังเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าผู้เป็นน้องก็ต้องชดใช้กรรมในสิ่งที่ได้ก่อไว้  ขณะที่ผู้ก่อเหตุเองก็ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่ายิงสวนไปจะถูกพี่ชายเพราะiระยะยิงห่างไกลกันมากแต่ก็ยอมรับผิดและยอมชดใช้กรรม เป็นห่วงก็แต่ลูก 2 คนที่ยังเล็กอยู่เท่านั้น ......................

สุไหล  โพธิ์ดก   ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.สตูล




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน