ชาวบ้านตำบลสำเภาล่มหอบหลักฐานร้องสื่อ อยากทวงถามเงินกองทุนหมู่บ้านโครงการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หายไปไหน

1 มี.ค. 2564


ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลสำเภาล่มหอบหลักฐานร้องสื่อ อยากทวงถามเงินกองทุนหมู่บ้าน และกองทุนสัจจะวัดนางกุย โครงการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต หายไปไหน เคยรองศูนย์ดำรงธรรมแจ้งความแล้วแต่เรื่องหายเงียบเป็นเป่าสาก อยากให้คนที่ดูแลออกมารับผิดชอบ

วันที่ 28 ก.พ. 64 นางพนิตตา ปานทอง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 5 ต.สำเภาล่ม  อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา หอบหลักฐานบัญชีการส่งเงินกองทุนหมู่บ้านหมู่บ้าน และกองทุนสัจจะวัดนางกุย โครงการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ของ หมู่ 5 ต.สำเภาล่ม  อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า  ตนและสมาชิกทั้งหมด 107 ราย ได้ส่งเงินสัจจะ ของกองทุนหมู่บ้านในโครงการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเดือนละ 100 บาทตั้งแต่ปี2544 จนถึงปี 2556  ให้กับประธานชุมชนนำไปฝากไว้กับธนาคารออมสิน  หลังจากนั้นได้มีการประชุมหลายครั้งสมาชิกได้สอบถามถึงยอดเงินในบัญชีของสมาชิกที่ฝากไป ว่ามียอดจำนวเท่าไหร่ แต่ได้รับการปฏิเสธจากประธานกองทุนมาโดยตลอด เอาแค่รายชื่อจำนวนสมาชิกมาให้ดูว่ามีสมาชิกอยู่เท่าไหร่  ซึ่งสมาชิกเป็นที่เคลือบแคลงใจเป็นอย่างมาก จึงได้ไปสอบถามยอดเงินในบัญชีธนาคาร ปรากฏว่ายอดเงินในบัญชีที่ฝากในธนาคารไม่ตรงกับยอดเงินที่สมาชิกฝากเข้าไป คงเหลือเงินในบัญชีแค่ 8,000 กว่าบาท จึงได้สอบถามประธานอีกครั้ง  ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงได้เดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรม  แนะนำให้ไปแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2558




นางพนิตตาฯ หลังจากที่ไปแจ้งความไว้แล้ว  เรื่องก็หายเงียบไปไม่มีความคืบหน้าสำหรับตนเองนั้นเป็นสมาชิกเลขที่ 46 สมุดสัจจะสะสมทรัพย์เลขที่ 46 เริ่มส่งมาตั้งแต่ปี 48 จนถึงปี 56 เดือนละ 100 บาทส่งมา  94 งวดเป็นเงิน 9,400 บาทหายไปเลยโดยที่ตนไม่ได้เคยได้เอาออกมาใช้เลย  จึงออกมาเรียกร้องอยากมาได้เงินที่ส่งไปคืน สมาชิกบางคนทวงแล้วทวงอีก จนเสียชีวิตไปแล้วก็ยังไม่ได้เงินคืน  คนที่นำเงินไปฝากแล้วเงินหายไปจากบัญชีก็ยังเดินลอยหน้าลอยตา ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลย


จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพราะในสถาณการณ์แบบนี้สมาชิกทุกคนก็ต่างลำบาก เงินที่ส่งไปก็สูญหายไป หวังว่าจะเก็บเอาไว้เป็นเงินออมยามแก่เฒ่า  แต่กลับมาโดนแบบนี้ก็รู้สึกท้อใจ เงินที่หายไปในบัญชีไม่ใช่น้อยๆเป็นเงินหลายแสนบาท มีสมาชิกผู้ที่ส่งไปเงินไปก็อยากได้เงินตรงนี้มาดูแลครอบครัวบ้างในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ทุกคนต่างก็ลำบากกันทุกคน จึงอยากจะขอความเห็นใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศูนย์ดำรงธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย

เกียรติยศ  ศรีสกุล ผอ.ข่าวคมชัดลึกทั่วไทย  ภาคกลาง

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน