โครงการเราชนะทำเงินสะพัดชาวบ้านเริ่มสแกนจ่าย

publish : 23 ก.พ. 2564 อ่าน 5 ครั้ง



เมื่อวันที่ 23 ก.พ.64 ภายหลังที่ประชาชนได้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา “เราชนะ” และได้เริ่มจ่ายเงินให้ประชาชนได้ใช้จ่ายเพื่อบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจในช่วงนี้ ที่เกิดจากผลกระทบของการระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของ พบว่าร้านค้ารายย่อย โชวห่วย คึกคักขายดีขึ้นเป็นเท่าตัวแทบทุกพื้นที่ เช่น  ตลาดนัด ร้านค้าต่างๆ ทั้งในชุมชน และสถานที่ท่องเที่ยว ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา  พบว่า โซนร้านค้าโชห่วย ที่จำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค มีประชาชนเดินทางมาซื้อของใช้ในครัวเรือนกันอย่างต่อเนื่อง
เจ้าของร้านไต๋อั้วเบตง  เปิดเผยว่า การใช้จ่ายในโครงการเราชนะในวันแรกมีปัญหาที่ระบบไม่เสถียร ทำให้การชำระเงินไม่ได้ แต่พอเข้าวันที่ 2 ระบบก็ทำงานได้ดีมากและรวดเร็วขึ้น การชำระเงินผ่านแอป ทำให้ การค้าขายดีเท่าตัวมีทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าทั่วไปเดินทางมาซื้อของกันคึกคัก “โครงการเราชนะ และโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา ถือว่าช่วยให้เศรษฐกิจขยับขยายตัวขึ้น ลูกค้ามีแรงใช้จ่ายมากขึ้น ร้านค้ามีรายรับจากการขายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”อย่างไรก็ดีประชาชนส่วนใหญ่ที่มาซื้อสินค้าต่างบอกว่าหลังสิ้นสุดโครงการของรัฐ ไม่รู้ทางรัฐบาลจะมีมาตรการอะไรออกมาช่วยหากโควิด-19 ยังไม่หมดไป

เช่นเดียวกันประชาชนผู้ที่รับสิทธิในโครงการเราชนะพื้นที่อำเภอเบตง เริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของหลังภาครัฐและกระทรวงการคลังโอนเงินเข้าแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ในโครงการ”เราชนะ” ทำให้บรรยากาศตามร้านค้ารายย่อยต่างๆ ในพื้นที่คึกคักหนาตาเพิ่มมากขึ้นและมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย ขณะเดียวกันมีสินค้าบางตัวเช่นน้ำมันพืชมีการปรับราคาขึ้น




เจ้าของร้านขายอาหารสด ตลาดนัดหน้าดับเพลิงเบตง   เปิดเผยว่า ขายอาหารสดมานานแล้วแต่ที่ผ่านมาประสบกับปัญหาโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้การค้าขายชะงัก แต่เมื่อทางภาครัฐมีโครงการเราชนะและสามารถนำเงินให้ประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของคนละ 7,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทำให้คนออกมาจับจ่ายกันอย่างคึกคักและเพิ่มยอดการขายจากที่เคยซบเซาเป็นเท่าตัวเลยทีเดียวและของเป็นกำลังให้รัฐบาล

สำหรับร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่า ห้ามจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร ห้ามรับแลกเงินแทนการซื้อสินค้า และต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน หากตรวจพบพฤติกรรมว่าทำผิดข้อกำหนดจะถูกยกเลิกออกจากโครงการทันที โดยกรมการค้าภายในหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่มีสิทธิเพิกถอนสิทธิ์และจะแจ้งกรมบัญชีกลางพิจารณาการส่งคืนเครื่อง EDC หรือยกเลิกการใช้ Application และจะไม่สามารถจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ต่อไป


ทั้งนี้ หากประชาชนพบร้านค้าที่ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งกรมจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ยะลา   



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน