ดับเครื่องชน!!นอภ.จอมเพี้ยนเรียกพบ ผญบ.สั่งแถลงแก้ข่าวอ้างเข้าใจผิดมาตรการคุมโควิด-19-โดนตอกกลับหน้าหงาย "นายพูดจริง ด่าผมจริง ไม่แก้ข่าว"

3 เม.ย. 2563


จากกรณีที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 2 ตำบลของอำเภอหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ได้รวมตัวประชุมหารือเพื่อหาทางออกว่าจะปฏิบัติตัวกันอย่างไรหลังจากที่ทั้งหมดพร้อมด้วย อสม.และชาวบ้านจิตอาสาทุกคนที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดหวัดและรัฐบาลตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด -19 ที่แพร่กระจายกลายเป็นปัญหาของสังคมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งล่าสุดในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ติดเชื้อ 6 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ราย ยังอยู่ในใน รพ.อีก 4 ราย  แต่การปฏิบัติงานอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งการจัดชุดออกประชาสัมพันธ์ ตรวจตราเข้มร้านอาหาร และการตั้งด่านตรวจ/คัดกรอก ประชาชนกลุ่มเสี่ยงกลับถูกนายอำเภอแสดงความไม่พอใจโวยวายกล่าวตำหนิผู้บริหารองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ จนสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ น้อยใจ และขาดขวัญกำลังใจในการร่วมปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างมาก




(3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงาน เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.และชาวบ้านทั่วไปได้วิพากวิจารณ์พฤติกรรมของนายอำเภอคนดังกล่าวอย่างกว้างขวาง และเรียกร้องให้รัฐบาลหรือผู้ว่ารการจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการโยกย้ายให้พ่นไปจากพื้นที่โดยเร่งด่วน เพราะเป็นคน ๆ เดียวที่มีความพยายามละเลย ฝ่าฝืนคำสั่ง และ พ.รก.ของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลรวมทั้งผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ซึ่งการที่ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พนักงาน เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนายอำเภอถือว่าไม่มีความผิด เพราะเป็นคำสั่งที่ผิดกฎหมาย ทุกคนทุกฝ่ายจึงหันมาทุ่มเททำงานตามมาตรการของรัฐบาลและจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และทุกคนไม่ได้ให้ความสำคัญ และไม่สนใจใยดีกับนายอำเภอแม้แต่น้อย โดยทุกคนมองว่าจะปล่อยปละละเลยและเสียกำลังจนยิการปฏิบัติหน้าที่เพราะนายอำเภอเพียงคนเดียวไม่ได้ และการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้เป็นการช่วยชาติบ้านเมือง

            ล่าสุดจากการไปติดตามความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊คของนายอำเภอนดังกล่าว พบว่าได้มีความพยายามจะกลับลำออกมาชื่นชม ยกย่องผู้บริหาร อบต. กำนน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำงานอย่างทุมเท มีประสิทธิภาพ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนและผู้บังคับบัญชาว่านายอำเภอคนที่เป็นข่าวทางสื่อมวลชนไม่ได้เป็นตัวเอง อย่างไรก็ตามทางนายก อบต. และผู้ใหญ่บ้านที่ออกมาแฉพฤติกรรมของนายอำเภอแจ้งว่าตลอดทั้งคืนที่ผ่านมานายอำเภอได้โทรศัพท์หาทั้งสองคน ๆ ละกว่า 10 สาย แต่นายก อบต.และผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมรับสาย เพราะไม่ต้องการตอแยโต้เถียงกับนายอำเภออีก


เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (3 เม.ย.) ผู้ใหญ่บ้านเปิดเผยว่าในขณะที่ออกตรวจตราพื้นที่ตามมาตรการควบคุมป้องกันดรวจรัสโควิด-19 ทางนายอำเภอได้โทรศัพท์มาหาตนอีกครั้ง  เพื่อน ๆที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่จึงขอให้ตนรับสายดูว่านายอำเภอจะว่าอย่างไร ตนจึงตัดสินใจรับสายในครั้งนี้นายอำเภอได้พูดจานิ่มนวลขอให้ตนไปพบที่บ้านพัก ตนจึงกลับมาหารือกับทีมงานที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันโดยสรุปให้ตนไปพบนายอำเภอ จนจึงตัดสินใจไปพบนายอำเภอที่บ้านพัก ซึงนายอำเภอพยายามจะพูดจาหว่านล้อมให้ตนแถลงแก้ข่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับนายอำเภอเป็นการเข้าใจผิดเท่านั้น  แต่ตนได้ยืนยันกลับไปว่า “ผมไม่แถลงแก้ข่าวใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะผมเป็นคนทำงานอย่างทุมเท แต่กลับมานายด่าผม นายดุด่าผมจริง ตำหนิผมจริงที่ไปบอกให้ร้านอาหารอย่าเพิ่งเปิดขายและขอให้กักตัว 14 วันหลังเดินทางกลับจาก จ.ชัยภูมิ โดยนายด่าผมทำให้ผมดสียหายและรู้สึกน้อยใจ”ตนพูดตอกกลับนายอำเภอเสร็จก็รีบเดินทางกลับออกมาจากบ้านนายอำเภอทันที

            “ผมไม่สนใจนายอำเภอท่านนี้ และจะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎระเบียบการบริหารราชการในภาวะฉุกเฉินอย่างเด็ดขาด และเรื่องนี้ไม่ทราบส่าทางนายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาลหรือผู้ว่าท่าน ฯทราบเรื่องจากทางสื่อมวลชนแล้วหรือไม่ และสั่งการดำเนินการอย่างไร ทางออกที่ดีที่สุดก่อนที่อะไรจะลุกลามไปมากกว่านี้ โชคดีที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ประชาชนหวาดหลัวไม่กล้าออกจากบ้านมารวมตัวกัน หากอยู่ในภาวะปกติชาวบ้านคงออกมารวมตัวประท้วงขับไล่ไปนานแล้วชาวบ้านที่ทราบเรื่องทุกคนไม่พอใจนายอำเภอเป็นอย่างมาก ผมจึงขอให้ทางผู้บังคับบัญชารีบโยกย้ายนายอำเภอท่านนี้พ้นพื้นที่ไปโดยด่วน”ผู้ใหญ่บ้านกล่าวย้ำหนักแน่น

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคำสั่งโยกย้ายนายอำเภอทั่วประเทศเพิ่งออกมาเมื่อ 2 วันก่อนให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป แต่นายอำเภอท่านนี้ยังอยู่ที่เดิม และหลังจากเกิดปัญหากับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อปท.และพนักงานเจ้าหน้าที่ ฯนายอำเภอท่านนี้ได้โทรศัพท์ไปหานายอำเภอหลายท่านเพื่อขอเปลี่ยนตัวให้นายอำเภอบางท่านแสดงความประสงค์ขอย้ายมาอยู่อำเภอที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่ และตัวนายอำเภอท่านนี้จะยอมเปลี่ยนตัวไปอยู่อำเภออื่นแทน เพราะทราบกระแสความไม่พอใจของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหาร อปท.พนักงานเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างกว้างขวาง  แต่ทราบว่าไม่มีนายอำเภอท่านใดยอมแสดงความประสงค์เปลี่ยนตัวโดยอ้างว่าเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม ทุกคนพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา.

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน