รวบแล้วขโมยย่องขึ้นร้านค้า 3 ครั้งรวด พบเป็นเยาวชน สารภาพเอาเงินไปเล่นเกมส์

16 ม.ค. 2564


วันที่ 15 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากรณีมีคนร้ายปีนรั้วเข้าไปขโมยกระป๋องเงินในร้านค้าของชำแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ในช่วงกลางดึกวันที่ 13 ม.ค.2564 ที่ผ่านมาโดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้และนอกจากนั้นร้านค้าดังกล่าวยังถูกคนร้ายปีนเข้าไปขโมยของภายในร้านแล้ว 2 ครั้งคือวันที่ 12 ธ.ค.และ 22 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุครั้งล่าสุดผู้เสียหายได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ท่าพล แต่ปรากฏว่าไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา.พ.ต.อ.ศรีธะนนท์ เรือนมูล ผกก.สภ.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่ จากการตรวจสอบพบว่าในห้วงเวลาที่ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์นั้นพนักงานสอบสวนคือร้อยตำรวจเอก กรเอก โภชนะสมบัติ ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันบริเวณสี่แยกกลาโหม ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ เมื่อกลับมาก็ไม่พบผู้เสียหายแล้วหลังจากทราบข่าวจึงได้เดินทางไปพบผู้เสียหายและตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งทำความเข้าใจกับผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว




ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามบุคคลที่มีลักษณะตามภาพกล้องวงจรปิด รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ในเบื้องต้นพอจะทราบแล้วว่าคนร้ายเป็นใครเนื่องจากที่ผ่านมาเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้และถูกจับกุมตัวมาแล้ว สำหรับกรณีล่าสุดเพียงแต่รอรวบรวมพยานหลักฐานและคาดว่าอีกไม่กี่วันก็จะสามารถจับกุมตัวได้อย่างแน่นอน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าพล ได้ควบคุมตัว ด.ช.เอ(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี อาศัยอยู่หมู่ที่ 14 ต.ท่าพล อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร พร้อมของกลางคือเสื้อ กางเกงที่ใส่ในวันก่อเหตุ โดย ด.ช.เอให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุเข้าไปขโมยเงินในร้านค้าดังกล่าวทั้ง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกไม่ได้เงินเนื่องจากเจ้าของบ้านตื่นมาเจอเสียก่อน ส่วนครั้งที่ 2และ3ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง เมื่อได้เงินแล้วก็จะเอาไปเล่นเกมส์และซื้อขนมกิน


ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าหลังจากตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าคนก่อเหตุมีลักษณะคล้าย ๆ กับที่เคยก่อเหตุขโมยอุปกรณ์ตำส้มตำของแม่ค้าในตลาดและถูกจับได้ แต่เจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาเรื่องจึงบันทึกประวัติและปล่อยตัวไปเนื่องจากยังเป็นเยาวชน จึงได้ไปนำตัวมาสอบสวนซึ่งเจ้าตัวก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคน ๆ เดียวกันกับที่ไปขโมยอุปกรณ์ส้มตำในตลาด รวมทั้งเข้าไปขโมยเงินในร้านค้าดังกล่าวทั้ง 3 ครั้งจริง สำหรับ ด.ช.ที่ก่อเหตุอาศัยอยู่กับพ่อที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี ส่วนแม่ได้แยกทางกับพ่อไปนานแล้ว จึงทำให้เด็กขาดความอบอุ่นและติดเกมส์ เมื่อไม่มีเงินจึงมาก่อเหตุดังกล่าว

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน