รวบหนุ่มขโมยพระพุทธรูป

16 ม.ค. 2564


ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ชาวบ้านหมู่ที่ 4 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง สกัดจับนายชาญฤทธิ์ กลับวุ่น อายุ 23 ปีชาวตำบลทับเที่ยง อ.เมืองตรังเอาไว้ได้ ขณะกำลังนำพระพุทธรูปความสูงประมาณ 1 ฟุตจำนวน 2 องค์พร้อมด้วยกระถางธูปเทียน, ธูป,เทียนและอุปกรณ์ไหว้พระต่างๆ  ออกจากวัดใหม่ท่าจีน หมู่ที่ 4 ต.บางรัก ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยใช้รถจักรยานยนต์สีน้ำเงินทะเบียน ขงว.990 ตรัง เป็นยานพาหนะ ชาวบ้านจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจสภ.เมืองตรังให้เข้าทำการตรวจสอบ 




ซึ่งนายชาญฤทธิ์ฯ อ้างว่ากำลังจะนำพระพุทธรูปและสิ่งของต่าง ๆ ไปขออนุญาตจากเจ้าอาวาสวัดประสิทธิชัย อ.เมืองตรัง ซึ่งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดและอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับที่เกิดเหตุ แต่พอดีขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอชาวบ้านช่วยกันดักจับเสียก่อน และยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นขโมย ตั้งใจจะไปขอรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่พอดี


ส่วนเหตุผลที่ทำไปนายชาญฤทธิ์ฯ อ้างว่าหลวงม่อน ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนที่เพิ่งมรณภาพไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มาเข้าฝันตน 2-3 ครั้งว่าให้ตนมาเอาพระพุทธรูปในวัดออกไปให้หมดเพราะทิ้งไว้ก็ไม่มีคนดูแล เนื่องจากวัดดังกล่าวมีหลวงม่อนจำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียวก่อนจะมรณภาพ  ทำให้กลายเป็นวัดร้างในปัจจุบัน ตนจึงมานำพระพุทธรูปทั้งสององค์ไปเพื่อจะนำไปบูชาที่บ้าน เพราะที่บ้านก็ยังไม่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่และตนก็ไม่มีปัญหาจะไปเช่าในราคาแพง ต่อมา ร.ต.อ เวชยันต์ หิรัญญสุวรรณ ร้อยเวรสภ.เมืองตรังได้นำตัวนายชาญฤทธิ์ฯ พร้อมของกลางไปพบกับพระประสิทธิโสภณ เจ้าอาวาสวัดประสิทธิชัยและเป็นรองเจ้าคณะจ.ตรัง เพื่อพิจารณาโทษ ซึ่งพระประสิทธิโสภณ เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นใหม่ ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากนักแต่ก็เชื่อว่าเป็นขโมยจริง และไม่ได้มีการเข้ามาบอกกล่าวตนล่วงหน้าแต่อย่างใด แต่ขอไม่เอาเรื่องเพราะไม่อยากให้ใครติดคุกเพราะตน  เชื่อเอาไปบูชาจริงหรือไม่ก็รู้อยู่แก่ใจและสาปแช่งให้ผลของการก่อกรรมจงตกอยู่ที่คนกระทำ ตำรวจจึงต้องปล่อยตัวไปพร้อมให้ของกลางชาญฤทธิ์ฯ ไปบูชาสมความตั้งใจ ขณะที่นายชาญฤทธิ์ฯ เองได้ก้มลงกราบเท้าพระประสิทธิโสภณและได้สาบานว่าหากตนผิดคำพูดด้วยการนำไปขาย ก็ขอให้ตนตายภายใน 3 วันเช่นเดียวกัน

 

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน