สาววัย 29 แจ้งตำรวจ ถูกลูกจ้างร้านขายต้นไม้เอาปืนขู่ตา แล้วหนี ตำรวจกู้ภัยตามจับมาได้ค้นไม่พบปืน แต่ตรวจสารเสพติดพบฉี่ม่วง

15 ม.ค. 2564


วุ่นทั้งเมือง สาววัย 29 ปี แจ้งตำรวจ ถูกลูกจ้างร้านขายต้นไม้พกปืนขู่ตา แล้วหลบหนี ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ทั้ง ชุดสืบสวน  กู้ภัยมากันครบ ตามจับมาได้  ตรวจสอบค้นหาปืนจนทั่วแต่ไม่พบปืน  จับตรวจหารสารเสพติดพบฉี่สีม่วง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ม.ค. 63  ศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง  ได้รับแจ้งเหตุจาก นางสาวศศิธร  พันธ์โต  อายุ 29 ปี  ว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทและคู่กรณีได้นำปืนมาขู่  และได้ขับรถยนต์กระบะ  ยี่ห้อนิสสัน  รุ่นบิ๊กเอ็ม  แบบแค็ป  สีเทาดำ  หมายเลขทะเบียน บจ 333 นนทบุรี  หลบหนีไป  เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 3/1  ถนนอ่างทอง – ป่าโมก  ตำบลบ้านแห  อำเภอเมือง  หลังได้รับแจ้งจึงประสานไปยัง ร.ต.อ.ประจักษ์  ชุ่มเย็น  รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม  หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองอ่างทอง  และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง  พร้อมด้วยอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  รีบรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

อ่างทอง วุ่นทั้งเมืองทะเลาะลูกจ้างร้านขายต้นไม้พกปืนขู่สาววัย29ปีโร่แจ้งตำรวจ



จากการออกตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่พบรถกระบะและคู่กรณีลักษณะตามที่แจ้ง  จอดอยู่บริเวณร้านขายต้นไม้  ถนนเทศบาล 14  ใกล้จวนผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง  ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร  พบชายที่เป็นคู่กรณี ทราบชื่อต่อมา นาย ภาคภูมิ  ฤทธิฤาดี อายุ 33 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 36  หมู่ที่ 1  ตำบลคลองวัว  ซึ่งบอกว่าคนขับรถ  และยังเป็นลูกจ้างของร้านขายต้นไม้ 

จากการสอบสวน นางประไพ  โพธิ์ทอง  อายุ 68 ปี  เจ้าของร้านขายต้นไม้  เล่าให้ฟังว่า  ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ออกไปซื้อต้นไม้  เมื่อกลับมาพบว่าตู้กับข้าว และ โต๊ะหินที่อยู่ข้างร้านหายไป  จึงได้สอบถามลูกจ้างว่ามีคนมาขนเอาไปแล้ว  จึงบอกให้ไปนำกลับมาเพราะเป็นของตนเอง

อ่างทอง วุ่นทั้งเมืองทะเลาะลูกจ้างร้านขายต้นไม้พกปืนขู่สาววัย29ปีโร่แจ้งตำรวจ

ทางด้าน นางสาวศศิธร  เปิดเผยว่า  ตนเองได้ซื้อตู้กับข้าวกับโต๊ะหินมาจาก นาย ชัย  ไม่ทราบนามสกุล  อดีตลูกจ้างของร้านขายต้นไม้ที่ถูกไล่ออกไปก่อนหน้านี้  โดยไม่ทราบว่า นายชัย  ได้ติดเงินเจ้าของร้าน และ ถูกยึดตู้กับข้าวและโต๊ะหินเอาไว้  โดยได้มาหลอกขายตนเองในราคา 300 บาท  ตนเองจึงมาขนเอาไป  แต่ตอนนั้นทางเจ้าของร้านไม่อยู่  จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้น  เมื่อ นายภาคภูมิ  ขับรถเอามาคืน  ตนเองจึงให้คืนไป  แต่ได้มีปากเสียงทะเลาะกับตาของตนเอง  ว่าตาของตนเองว่าแก่กะโหลกกะลา  พร้อมกับจะนำปืนที่อยู่ในกระเป๋าสะพายที่สะพายอยู่มาขู่  ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงได้ผลักออกไป   และได้รีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ก่อนที่คู่กรณีจะขับรถกระบะออกไป  เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าสะพายไม่พบอาวุธปืน  จึงได้ทำการตรวจค้นโดยรอบบริเวณร้านขายต้นไม้  แต่ก็ยังไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด  ซึ่งคู่กรณีไม่เอาเรื่อง  จากการตรวจสอบปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติด  จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง  ดำเนินคดีในข้อหาเป็นผู้ขับขี่รถยนต์  เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)  โดยผิดกฎหมาย  และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า)   ต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน