สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น ตำข้าวเม่ารวมญาติครั้งที่ 5

23 ธ.ค. 2563


                    นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.สตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ ทิ่มเม่ารวมญาติ สืบสานวัฒนธรรม เพิ่มความสัมพันธ์ให้พี่น้องรักกันเหมือนคนแต่แรก ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นโดยชาวบ้านเกาะแกล ม. 5 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล โดยมีทุกภาคส่วนทั้งส่วนราชการ เอกชน ผู้นำท้องถิ่น  ผู้นำศาสนา นักเรียนโรงเรียนต่างๆเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ที่บ้านเลขที่  78 ม. 5 ต.เขาขาว อ.ละงู  ภายในงานมีการสาธิตการทำข้าวเม่า ได้แก่การคั่วข้าวเม่า  การตำหรือภาษาท้องถิ่นเรียกทิ่มเม่า และการนำข้าวเม่าไปแปรรูปเป็นอาหารเช่น ข้าวเม่าคลุกซึ่งนำข้าวเม่าที่ตำเสร็จแล้ว ผสมน้ำตาลและมะพร้าวอ่อน  ข้าวเม่าแกงบวช และขนมข้าวเม่าทอด โดยเฉพาะข้าวเม่าในพื้นที่ต.เขาขาวส่วนใหญ่จะใช้ข้าวเหนียวดำซึ่งเป็นข้าวไร่  ซึ่งเด็กนักเรียนที่มาร่วมงานต่างได้ทดลองคั่วและตำข้าวเม่าเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมดั้งเดิมของท้องถิ่น  หลังพิธีเปิดผวจ.สตูลพร้อมคุณนาย นายกเหล่ากาชาดได้ทดลองตำข้าวเม่า ซึ่งท่านผู้ว่าตำอย่างเบาๆเพราะมือใหม่กลัวข้าวจะหกออกจากครก จึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาสาธิตให้ดู

 




                   นายสุไหล  โพธิ์ดก  ประธานจัดงานกล่าวว่า  กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามของพี่น้องในชุมชนให้ดำรงค์สืบต่อไปและเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เด็กและเยาวชนของชุมชนให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีการทิ่มเม่าในชุมชน อีกทั้งเกิดความสามัคคีของคนในชุมชนเหมือนคนสมัยก่อน ซึ่งการทิ่มเม่าหรือตำเม่าในสมัยก่อนมักจะทำกันตอนกลางคืนหลังจากเก็บข้าวแล้ว มีการรวมญาติสนุกสนานกันหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ซึ่งชาวบ้านในต.เขาขาว นอกจากทำสวนยางพาราแล้ว มีการทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง และจะปลูกข้าวไร่ซึ่งเป็นข้าวเหนียวดำไว้ทำเป็นของหวาน และนำมาทำเป็นข้าวเม่าออกจำหน่าย ถือเป็นข้าวเม่าที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ซึ่งข้าวเหนียวที่นำมาตำเป็นข้าวเม่าแล้วจำหน่ายในราคาก.ก.ละ 200 บาทถือเป็นที่ต้องการของตลาดเพราะข้าวเม่าข้าวเหนียวดำไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆต้องสั่งเท่านั้น 

 


                  ด้าน ด.ช.อัครวินทร์  สันเหลบ นักเรียนชั้นป.6 ร.ร.สมาคมเลขานุการสตรี ซึ่งอยู่ในอ.ท่าแพ นำนักเรียนมาดูวิถีชีวิตการทำเม่า กล่าวว่าการมาครั้งนี้ได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น การทิ่มเม่า ซึ่งตนได้ทดลองทำทั้งคั่วข้าวและตำ และได้ชิมรสชาติของอาหารชนิดนี้ นอกจากได้เรียนรู้แล้ว ได้เรียนรู้ถึงความสามัคคีเพราะเวลาตำต้องสามัคคีกัน หลังจากกลับไปแล้วตนจะนำเรื่องราวและประสบการณ์ไปบอกต่อให้น้องๆที่โรงเรียนฟังด้วย

สุไหล  โพธิ์ดก  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.สตูล




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน