กระทรวงดีอีเอสโชว์ผลงานพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ หนุนเปิดเมือง-ปลอดภัยจากโควิด

1 พ.ย. 2563


วันนี้ (1 พ.ย. 63) นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิและสังคม (ดีอีเอส)  พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรินทร์  พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ คณะผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ท่าเทียบเรืออ่าวปอ จ.ภูเก็ต ในโอกาสเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย. 63 ที่ จ.ภูเก็ต

 




     นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า โครงการท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ต้นแบบท่าเทียบเรืออ่าวปอ เป็นโครงการที่กระทรวงดิจิทัลฯ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) ได้ดำเนินการพัฒนาจัดการท่าเรือ ณ ท่าเทียบเรืออ่าวป่อ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อให้จังหวัดสามารถทราบข้อมูลและจำนวนผู้โดยสารในเรือแต่ละลำ เก็บภาพ VDO ของผู้โดยสาร พร้อมการคัดกรองอุณหภูมิผู้โดยสารก่อนลงเรือ เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยการคัดกรองและติดตามโรคระบาด ทั้งนี้ ระบบการจัดการท่าเรืออัจฉริยะในโครงการต้นแบบดังกล่าวประกอบไปด้วย  1) ระบบลงทะเบียนผู้โดยสารทางทะเลกลางผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยให้ผู้ประกอบการทัวร์ หรือเจ้าของเรือ ลงทะเบียนรายชื่อผู้โดยสร ลูกเรือ กัปตัน ชื่อเรือ พร้อมเส้นทางการเดินทางของเรือ ก่อนเรือออกในแต่ละวัน พร้อมระบบรายงานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง   2) ระบบจัดการผู้โดยสารท่าเรืออัจฉริยะ คือ ประตูอัตโนมัติ จุดขึ้นลงเรือพร้อม CCTV จับใบหนและวัดอุณหภูมิ และตู้พร้อมอุปกรณ์ (Kiosk)  ลงทะเบียนผู้โดยสารหน้าท่าเรือ พร้อมกล้องจับใบหน้า เครื่องอ่านบัตรประชาชน และพาสปอร์ต 3) ระบบ Wristbands ติดตามตัวบุคคลและร้องขอความช่วยเหลือเมื่อประสบภัย และ 4) เรือท่องเที่ยวที่ใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการเพื่อเป็นต้นแบบท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier)  เป็นจุด One Stop Service บูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อการพัฒนาการบริหารงานท่าเทียบเรือในอนาคต


ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มอบข้อเสนอแนะว่า การนำเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการท่าเทียบเรือจะทำให้ท่าเทียบเรือมีความปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าอาจจะทำให้เพิ่มขั้นตอนการดำเนินงานและท่าเรือ/บริษัทนำเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจจะทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือในการขยายผลไปยังท่าเรืออื่น ๆ หรือเกิดการย้ายท่าเรือของบริษัทนำเที่ยวทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงในกระบวนการในส่วนนี้จึงควรมีการกำหนดมาตรการและการสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่าง ๆให้เกิดเป็นรูปธรรมและขยายผลให้มีการดำเนินการทุก ๆ ท่าเทียบเรือในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้นและสามารถสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวได้

ณัฐวุฒิ  ละอองสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ภูเก็ต




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน