หมอแหยงลงสู้ศึกนายก อบจ.โคราช ชูนโยบายสภาประชาชนสีเขียวไม่หวั่น สจ.ไม่หนุน เชื่อมั่นประสบการณ์ด้านการเมือง

22 ต.ค. 2563


นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก   อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากทางกกต. ประกาศให้มีการสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 และเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม 2563 นั้น ตนยังมีความตั้งใจและความมุ่งมั่น ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ในการที่จะกลับมารับใช้ประชาชน ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยจะมาสานต่อนโยบาย 12 นโยบาย ที่เคยทำให้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคน ,การบริหารงบประมาณ , การจัดงานท่องเที่ยวย่าโม , การทำบ้านย่าโม , การดูโคเมืองให้ใสสะอาด , การจัดการท่องเที่ยวโดยสามล้อ , การจัดการท่องเที่ยว 5 เขา 5 เขื่อน , การพัฒนาการศึกษา , การดูแลท้องฟ้าจำลอง , และยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะทำ จึงตั้งใจจะกลับมาเพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้โคราช โดยมีความพร้อมทั้งในเรื่องของร่างกายและจิตใจ ความมุ่งมั่น และการศึกษางาน การเตรียมที่จะคิดสิ่งใหม่ ให้กับทาง อบจ.นครราชสีมา โดยตนเองพร้อม 100% แต่สิ่งที่ขาดก็คือปัจจัยที่จะไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินทางตนไม่มีนโยบายอย่างแน่นอน และตนก็ไม่พร้อมที่จะมาทำสิ่งแบบนี้ด้วย




ทั้งนี้ หากได้เข้าไปเป็นนายก อบจ.นครราชสีมา เรื่องแรกที่อยากจะทำ ส่งเสริมอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านควบคู่ไปกลับเจ้าหน้าที่ อสม. ที่จะคอยดูแลผู้สูงอายุ โดยช่วยเรื่องเงินเดือนของเจ้าหน้าที่ อสม.และหาปัญหาจากหมู่บ้าน จากตำบลและอำเภอ โดยการทำประชาคมว่าประชาชนต้องการสิ่งใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเกษตรและการศึกษาหรือเรื่องผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ ศาสนาและกีฬา ต้องนำใส่ในแผนงานของ อบจ.โดยที่ผ่านมานโยบายต่างๆถูกคว่ำงบประมาณ จึงทำให้นโยบายในสมัยเป็นนายกเดินต่อไม่ได้ ถือว่าเป็นนายกคนแรกที่ถูกสอบจ.คว่ำงบประมาณ เพราะไปเอาปัญหาความต้องการของชาวบ้านมา มากกว่าผลประโยชน์ สอบจ.เพราะทาง อบจ.มีงบในการบริหารกว่า 4,000 ล้านบาท จึงต้องบริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส หากได้รับเลือกไปเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือการทำสภาประชาชน หมายความว่าการรวมกลุ่มคนที่อำเภอตั้งแต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกอบต นายกเทศมนตรี ส่วนราชการ อสม โดยให้สภาเสนอมาว่าประชาชนต้องการสิ่งใด โดยไม่จำเป็นต้องไปฟังเสียง สอบจ.มากเพราะ สจ.มีอำนาจหน้าที่นิติบัญญัติ แต่หน้าที่การบริหารคือนายก โดยนายกจะต้องไปเอาปัญหาความต้องการของชาวบ้าน โดยทุกสมัยที่ผ่านมาจะมีการแบ่งก้อนเค้กกันโดยนายกเอาไปบริหารกี่เปอร์เซ็นต์ สจเอาไปบริหารกี่เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้งบประมาณที่ลงไปถึงชาวบ้านไม่สามารถที่จะนำไปพัฒนาได้อย่างทั่วถึง จึงอยากให้อำนาจกับสภาประชาชนถือว่าเป็นการสร้างประชาธิปไตยโดยเงินทุกบาททุกสตางค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจะลงสู่พี่น้องประชาชน และจะทำให้โคราชเป็นเมืองสีเขียว แต่จะทำได้ตามนโยบายนั้นจะต้องเป็นการเมืองสีขาว โดยต้องโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างต้องผ่านสภาประชาชน นี่คือพีระมิดสามเหลี่ยม คือสภาประชาชน ,โคราชสีเขียว,การเมืองสีขาว นี่คือตามนโยบายที่สำคัญแต่หัวใจสำคัญที่สุดคือสภาประชาชน


อย่างไรก็ตาม โครงการหนังฝนถนนดีก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่จะต้องผลักดัน โดยจะต้องได้ความร่วมมือกับทางพื้นที่ โดยเฉพาะเทศบาลและอบต ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์สูงสุดโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่จะใช้ขนถ่ายสินค้าทางการเกษตร โดยหากมีสภาประชาชนก็จะสามารถเสนอโครงการดังกล่าวได้ง่ายขึ้นเพราะถือว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ในส่วนของการเปิดตัวผู้ท้าชิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมานั้นปัจจุบันก็ยังไม่ชัดเจนโดยมีกระแสว่าคนนั้นคนนี้จะเข้ามาชิงชัย โดยส่วนตัวตนไม่ได้สนใจตรงนี้ว่าใครจะเข้ามาแข่งขัน ซึ่งตนจะเดินไปตามเส้นทางและขั้นตอนของตนเอง โดยจะต้องมีจิตอาสาและขายความคิดของตนเองให้มากที่สุดและสร้างมวลชนที่เห็นด้วยกับแนวคิดของตนเอง ผมตอบกลับไปเลยมั่นใจ 100% หากไม่มั่นใจคงไม่มาลงสมัครยังแน่นอน แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะทุกคนที่จะเข้ามาสมัครก็มีความสามารถ ซึ่งตนเองจะลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาในนามกลุ่มรักโคราช ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นและใช้ความคิดพิจารณาไตร่ตรอง ให้ฟังเหตุฟังผล ว่าบุคคลที่จะเข้ามาเป็นนายก.อบจ.จะต้องมีความสามารถ มีความเข้าใจ มีความเข้มแข็ง รายการบริหารโดยเฉพาะงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ตัวจะต้องให้ประชาชนมามีส่วนร่วมและเงินได้มาบริหารเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยสภาประชาชนจะเป็นคำตอบ ซึ่งตนมั่นใจว่าทำได้และจะเป็นคำตอบที่แก้ปัญหาในเรื่องของความไม่โปร่งใส

ภาพ/ข่าว ณัฐพงศ์ อรชร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดนครราชสีมา
 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน