หน่วยงานสิ่งแวดล้อม พิสูจน์สาเหตุหญ้าทะเลเกาะลิบงตาย

17 ต.ค. 2563


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ต.ค.63 นายสมบัติ ยวนยี่ หัวหน้างานโยธาสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 3  ผู้ควบคุมงานโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำกันตัง กรมเจ้าท่า จ.ตรัง พร้อมด้วย นายสันติ นิลวัตน์ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง ผศ.พรเทพ วิรัชวงศ์ หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.กันตัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปยังหาดตูบ อ.กันตัง จ.ตรัง ภายใต้การดูแลของ นายสะปีอี เทศนำ อายุ 50 ปี ประธานกลุ่มรักษ์เลลิบง นายอาบีดีน จิเหลา อายุ 40 ปี เลขานุการกลุ่มรักษ์เลลิบง และตัวแทนชาวเกาะลิบง เพื่อตรวจสอบสภาพหญ้าทะเลหลังมีการร้องเรียนว่ามีหญ้าทะเลเน่าตายเป็นวงกว้างโดยวัดระยะทางตั้งแต่บริเวณหน้าหาดทุ่งจีน ไปจนถึงหาดตูบ อ.กันตัง จ.ตรัง หลังจากทางสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ (สพบ.) กลุ่มแผนงานพัฒนาทางน้ำ กรมเจ้าท่า ได้นำตะกอนโคลนทรายจากการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำกันตัง มาทิ้งบริเวณหน้าเกาะลิบง

 

จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณดังกล่าวพบว่ามีหญ้าทะเลเฉพาะริมหาดเป็นกลุ่มหนึ่ง โดยมีสภาพใบหญ้าทะเลส่วนใหญ่มีสภาพขาด ลำต้นเน่าแห้งเป็นวงกว้าง




จากการตรวจสอบเบื้องต้น โดยผศ.พรเทพ หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ใบหญ้าทะเลขาดเกิดจากการต่อสู้ของปริมาณสารซันฟลายซึ่งเป็นสารพิษ ทำให้การขาดของใบหรือความเปราะบางของลำต้นมีมากขึ้น ซึ่งสารซันฟลายดังกล่าวมาจากโคลนที่นำมาจากปากแม่น้ำซึ่งมีเศษซากพืชและสัตว์ปะปนอยู่ เมื่อมีการย่อยสลายลงส่งผลให้โคลนดังกล่าวจึงขาดออกซิเจนและกลายเป็นสารพิษ ทำให้พืชที่อาศัยอยู่ต้องพยายามต่อสู้ แต่ด้วยปริมาณโคลนหรือทรายที่มีจำนวนมากจึงทำให้สภาพน้ำตื้นส่งผลให้ปริมาณสารอินทรีย์เพิ่มขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว 

ด้านนายสมบัติ กล่าวว่า เราได้รับมอบหมายจากสำนักงานพัฒนาและบำรุงรกษาทางน้ำที่ 3 ให้มาตรวจสอบสภาพแวดล้อม เพื่อที่จะหาแนวทางการแก้ไข ความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วจะรักษาอย่างไร วันนี้พบว่าหญ้าทะเลใบยาวหายไปซึ่งมีความเสียหายที่มากพอสมควร เรื่องดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 62 มีการรายงานมาโดยตลอดว่าชุมชนไม่เห็นด้วยกับการเอาทรายมาทิ้งในทะเล จากนี้ในปีต่อไปงานขุดลอกฯต้องหยุดทิ้งในทะเลและนำไปทิ้งบนฝั่งแทนแต่การขุดลอกต้องมีการดำเนินการต่อไปแต่เปลี่ยนจุดทิ้ง ทางกรมเจ้าท่าเองไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหาย อนาคตต้องมีการบูรณาการร่วมกันหลายภาคส่วน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน


นายอาบีดีน กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการขุดลอกคลองที่กันตังและนำมาทิ้งที่เกาะลิบง มาดูสถานที่ที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าหญ้าทะเลเสียหายมากแค่ไหน มองด้วยตาเปล่าก็ร้องไห้แล้วจากแต่ก่อนที่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียว ตอนนี้กลายเป็นทุ่งทรายสีขาวไปแล้ว ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นมาได้ 2 ปีแล้ว วันนี้ทุกคนได้เห็นร่วมกันแล้ว ก็จะได้คุยต่อกับเจ้าหน้าที่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อดีตมันกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว แต่ต้องมองอนาคตว่าจะทำอะไรซึ่งต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุดที่สุด จุดนี้เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน พะยูน หญ้าทะเลเองก็สำคัญกับท้องทะเล ต้องหาแนวทางฟื้นฟูร่วมกัน วันที่ 3 พ.ย. จะมีการเปิดเวทีที่รร.บ้านปาตูปูเต๊ะ โดยมีการพูดคุยระหว่างหน่วยงานรัฐและชาวบ้านเพื่อมาฟังความคิดเห็น และแชร์ปัญหาด้วยกัน เพื่อสรุปความต้องการของชุมชนว่าต้องการให้ภาครัฐรับผิดชอบอย่างไร และได้ชี้แจงถึงการฟื้นฟูร่วมกัน.

 

 ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน