ชาวระนองมอบฉายา ผู้ว่าฯโควิด-19 ก่อนเกษียณอายุราชการ

30 ก.ย. 2563


เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563    ที่เฮอริเทจ แกรนด์ คอนเวนชั่นระนอง  นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบบูรณาการ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน พ่อค้าและประชาชน เข้าร่วมรับฟัง ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ระนองต้องมองไปข้างหน้า” กรอบแนวคิดทิศทางและการผลักดันการพัฒนาจังหวัดระนอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง “ระนองบ้านเรา” ต้นทุนและศักยภาพการพัฒนา ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง  และเลขาธิการหอการค้าจังหวัดระนอง และเสวนาพิเศษ เรื่อง “อยู่ระนองท่านมองเห็นอะไร” โดยนายพรเทพ ผ่องศรี  และ นายอนุสร  ตันโชติกุล  2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  ที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ประสบการณ์ในการทำงานสูง ที่จะครบอายุเกษียณราชการ พร้อมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  ในวันพรุ่งนี้เช่นกัน  

 

            นายจตุพจน์   ปิยัมปุตระ ได้กล่าวปาฐกถา บรรยายเรื่องราวในที่ประชุม ถ่ายทอดประสบการณ์  สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  ตลอด 4  ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ว่า   จังหวัดระนองได้รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ในหมวด 1 และหมวด 2 ด้านการนำองค์การและรับผิดชอบต่อสังคม และด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในปี 2561 และปี2563 ซึ่งถือว่าเป็นผลงานเชิงประจักษ์ที่วัดได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน  จากความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพี่น้องชาวระนอง ทำให้จังหวัดเล็กๆ มีศักยภาพในการแข่งขัน และการแก้ไขปัญหาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 




 พร้อมกล่าวถึงก่อนเข้ามารับราชการในตำแหน่งในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง  มองเห็นภาพเมืองระนอง เป็นเมืองที่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะมากนะครับแต่ขาดการบริหารจัดการ    จึงได้ปรับยุทธศาสตร์จังหวัด ไปสู่เรื่องของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ   และเป็นศูนย์การของการส่งออกของประเทศ  ไปสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ หรือกลุ่มบิมส์เทค ( BIMSTEC) มีสมาชิกรวม 7 ประเทศ คือ บังคลาเทศ ศรีลังกา อินเดีย ไทย พม่า เนปาล และภูฏาน  โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน และส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และความช่วยเหลือระหว่างประเทศสมาชิก ในรูปของการฝึกอบรม รวมถึงการค้นคว้าวิจัย และการกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้ประโยชน์จากภาคกสิกรรมและอุตสาหกรรม การขยายการค้าและการลงทุน ตลอดจนปรับปรุงการสื่อสารและการคมนาคม เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับองค์การระหว่างประเทศ  

 ซึ่งจังหวัดระนอง ได้ถูกผลักดันให้ไปอยู่ในกลุ่มจังหวัด SEC ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ภาคใต้ครอบคลุม 4 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คือชุมพร, ระนอง,สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพื่อให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่และทางออกทางทะเลของภาคใต้ตอนบน โดยยึดแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ผสานกับเทคโนโลยี และความได้เปรียบทางกายภาพและที่ตั้งของพื้นที่ รวมทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ที่จะได้รับงบประมาณ 62,000 ล้านบาท กับประชากรเพียงแค่ 200,000 คน เป็นประตูสู่ตลาดเอเชียใต้ สร้างแลนด์บริดจ์ เชื่อมทั้ง อันดามัน-อ่าวไทย รวมทั้งขยายท่าเรือน้ำลึก,สนามบินนานาชาติ และเส้นทางรถไฟเพิ่ม   ส่วนถนนสี่เลนจะเรียบร้อยภายในปี 2564  ส่วนการท่องเที่ยว ใช้น้ำแร่ร้อน เป็นตัวชูในเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ


 ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ   งานที่ภูมิใจคือเรื่องการปฎิบัติการป้องกัน เชื้อโรคโควิด-19  ไม่ให้แพร่ระบาดในจังหวัดระนองในช่วงต้นปีที่ผ่านมา   ชาวระนอง ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระนอง  ผมประชุมฐานอุดรูรั่วทุกอย่าง  แม้บางมาตรการ จะต้องมีคนด่าว่าผมบ้าง แต่ทุกคนก็ปฎิบัติตามมาตรการที่เราพยายามทำให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย    ผมก็ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องชาวระนอง   ที่เข้าใจในโรคไวรัสโควิด-19 ที่จะผ่านระบบทางเดินหายใจ เข้าทางจมูกและปาก   เรามีเครื่องมือที่เข้มแข็ง คือการสวมหน้ากาก ,ล้างมือบ่อยครั้ง และรักษาระยะทางสังคม  มีการโหลด application ไทยชนะ  ทุกครั้งที่เข้าพื้นที่สาธารณะส่วนรวม    แต่เราอย่าชะล่าใจตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ให้ปฎิบัติตนอย่างที่เป็นวิถีชีวิตใหม่   ผมจะคอยให้กำลังใจนะครับหลังวันที่ 30 กันยายน   แล้วผมไม่อยู่ ผมจะเฝ้ามองนะครับให้กำลังใจกับคนระนอง ช่วยกันรักษาเมืองไว้ให้ได้เราจะได้อยู่อย่างมีความสุข    ขอบคุณทุกกำลังใจตลอด 4 ปีที่ผ่านมา   ผมพยายามหาสิ่งดีๆมาให้เมืองระนอง  เมืองนี้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากครับ  ให้ทุกท่านช่วยรักษาทรัพยากรท่านให้ดีๆนะครับ  ผมสัญญาหลังเกษียณแล้ว   จะพยายามมาบ่อยๆจะมาแช่น้ำแร่  มาเดินในป่าโกงกาง และจะรอลุ้นสู่เมืองมรดกโลก    อะไรที่ผมเด็ดขาดไปหน่อยนะครับก็ต้องกราบขออภัยครับ  ผมเอาผลประโยชน์ของส่วนรวมของคนระนองเป็นตัวตั้ง ตลอดที่ปฎิบัติงานในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง และขอบพระคุณที่ชาวระนองให้ฉายาผมว่า เป็น ผู้ว่าโควิด-19  หลังจากที่เรารักษาเมืองไว้ได้ เป็น 1 ใน 9 จังหวัด ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสชนิดนี้  


 

กฤษดา   เอกวานิช  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ระนอง




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน