เจ้าคณะจังหวัดถึงกับถอนหายใจเงินอุดหนุนวัฒนธรรมพิจิตรโอนให้แล้วทวงคืนจะให้เราทำอย่างไร

publish : 20 ก.ย. 2563 อ่าน 11 ครั้ง



วันที่  20 ก.ย. 2563 ความคืบหน้าจากกรณีที่เป็นข่าวถึงเรื่องที่วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรแปลงงบบวชเฉลิมพระเกียรติ แต่ช่วงนั้นติดสถานการณ์โควิด19 จึงขอแปลงงบเป็นเงินอุดหนุน ในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร  ซึ่งประกอบด้วยวัดในเขต อ.เมืองพิจิตร 8 แห่ง , เขต อ.โพธิ์ประทับช้าง 2 แห่ง , เขต อ.โพทะเล 2 แห่ง , เขตตะพานหิน 3 แห่ง , เขต อ.วังทรายพูน 1 แห่ง , เขต อ.สามง่าม 3 แห่ง , เขต อ.ดงเจริญ 4 แห่ง , เขต อ.ทับคล้อ 2 แห่ง , เขต อ.วชิรบารมี 6 แห่ง  รวม 31 วัด  ที่วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร โอนเงินเข้าบัญชีวัดทั้ง 31 วัดดังกล่าวนี้ เป็นเงิน 330,000 บาท  จากนั้นก็ไปขอทวงคืนทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า การกระทำดังกล่าวส่อไปในทางทุจริตหนักเสียยิ่งกว่า “เงินทอนวัด” เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการ “การทวงเงินคืนจากวัด100%”    พระราชสิทธิเวที,รศ.ดร. เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เปิดใจให้สัมภาษณ์จากกรณีดังกล่าว วัดท่าหลวง พระอารามหลวง  ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.เมืองพิจิตร ก็เป็น 1 ในจำนวน 31 วัด ที่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชีของวัดตามโครงการเงินอุดหนุนของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ที่บอกว่าเป็นโครงการเงินอุดหนุนเพื่อมอบให้วัดท่าหลวงไปดำเนินการจัดซื้อถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับพระสงฆ์รวมถึงญาติโยมที่ประสบเหตุวิกฤตในช่วงสถานการณ์โควิด 19  ในห้วงเวลาเดือน เมษายน-มิถุนายน 2563 แต่ปรากฏว่า เรื่องจริงมิได้ดำเนินการเช่นนั้น เนื่องจากวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรมาหารือว่า จะขอเงินคืนทั้งหมดเพื่อเอาไปจัดทำถุงยังชีพเองทำเป็นภาพรวมของจังหวัด เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะกล่าวว่า  “ ก็เงินของเค้า เค้ามาขอคืน เราก็เป็นพระใจดี เค้าขอเงินคืนก็คืนเงินให้เค้าไป แถมเรายังเอาถุงยังชีพของคณะสงฆ์พิจิตรที่ญาติโยมบริจาคเงินมาให้ทำถุงยังชีพ  มอบให้ไปอีกหลายร้อยชุดอีกด้วย ”

 




เช่นเดียวกับในส่วนของวัดดงตะขบ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ดงตะขบ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ที่ถือได้ว่าเป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ชนบท แต่เป็นวัดที่ชุมชนเข้มแข็งเป็นวัดคุณธรรมต้นแบบเลยก็ว่าได้ พระครูปริยัติวโรภาส   เจ้าคณะตำบลงิ้วรายเขต 2  เจ้าอาวาสวัดดงตะขบ , นายสุเทพ  สอนทิม  ไวยาวัจกร วัดดงตะขบ  (อดีตข้าราชการบำนาญ ) ,นางทฤฒมน    สินจุ้ย  “คุณแต๋ง”   กรรมการวัดดงตะขบ  พร้อมใจกันเล่าเปิดเผย ถึงเรื่องเงินอุดหนุนของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ที่โอนเงินมาเข้าบัญชีวัดดงตะขบ แล้วมาขอทวงคืน โดยเล่าว่า...โครงการครั้งแรกมีเงินโอนมา 2 โครงการ โครงการที่ 1 เป็นโครงการค่านิยม 12 ประการ เงิน 32,000 บาท  , โครงการที่ 2  เป็นโครงการบวชเณรเฉลิมพระเกียรติฯภาคดูร้อน  เงิน 12,000 บาท แต่วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรมาเจรจาอ้างว่า จะขอเอาเงินทั้งหมดไปจัดทำเป็นถุงยังชีพเพื่อแจกให้กับชุมชนในเขต ต.ดงตะขบ จะเอาเงิน 32,000 บาท ไป  ซึ่งทางวัดดงตะขบและกรรมการวัดก็ไม่เต็มใจ แต่ก็ต้องจำใจมอบเงินให้  แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือถุงยังชีพแค่ 15 ชุด กรรมการวัดดงตะขบจึงได้ทักท้วงและท้วงติงไปยังวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร จึงทำให้ได้ถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง  แต่ของในถุงยังชีพชุดหลังนี้ดูแล้วมูลค่าไม่น่าถึง 300 บาท เพราะแต่ละชิ้น แต่ละถุง ของในถุงก็ไม่เหมือนกันปนเปสารพัดที่จัดใส่มาไม่เป็นชุด ไม่เป็นชิ้นเหมือนกับถุงยังชีพที่จัดซื้อแบบเป็นระบบ


นางทฤฒมน    สินจุ้ย  “คุณแต๋ง”   กรรมการวัดดงตะขบ  และ นายสุเทพ  สอนทิม  ไวยาวัจกร วัดดงตะขบ  (อดีตข้าราชการบำนาญ ) เปิดใจเล่าว่า...ตั้งแต่เป็นกรรมการวัดและร่วมสร้างวัดและชุมชนให้เป็นชุมชนคุณธรรมที่เราพยายามปลูกฝังให้ชาวบ้านซื่อสัตย์สุจริตเสียสละ สามัคคี เพื่อชุมชนของเรา แต่เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกเสียใจ    โดย  นางทฤฒมน    สินจุ้ย  “คุณแต๋ง”   กรรมการวัดดงตะขบ  เล่าว่า... ในวันที่ท่านวัฒนธรรมจังหวัดพิจิตร ยกคณะมาขอทวงเงินอุดหนุนที่โอนเข้าบัญชีวัดแล้วจะขอคืนนั้น  ตัวเองก็ได้ชี้แจงโต้เถียงต่อหน้ากรรมการวัดท่านอื่นและหลวงพ่อเจ้าอาวาส แต่วัฒนธรรมจังหวัดพิจิตรก็ยกแม่น้ำทั้งห้าจะเอาเงินกลับไปให้ได้  จนในที่สุดกรรมการวัดก็ต้องยอมและมอบเงินสดให้ไป   ผู้สื่อข่าวถามว่า...เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ให้ผู้สื่อข่าวฟังทำไม ? กรรมการวัดและเจ้าอาวาสวัดดงตะขบ จึงบอกว่า รู้สึกอึดอัดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช้เวลานับ 10 ปี สร้างชุมชนและวัดให้เป็นวัดคุณธรรม  ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม แต่วันนี้บัญชีและการเงินของวัดกลับต้องมาแปดเปื้อนเพราะการกระทำดังกล่าวข้างต้น  สำหรับความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะได้ติดตามรายงานให้ทราบความเคลื่อนไหวของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อจะได้รายงานให้ทราบในตอนต่อไปอีกด้วย

ทีมข่าวเฉพาะกิจรายงาน



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน