พม.หาทางช่วยนักเรียนม.3 น้อยใจจะโดดสะพานลอย พบมีปัญหาครอบครัว ป่วยซึมเศร้า

publish : 15 ก.ย. 2563 อ่าน 6 ครั้ง


จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2563 เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนชั้นมัถธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเขตอำเภอสัตหีบ พยายามจะกระโดดลงจากสะพานลอย โดยสาเหตุเกิดจากถูกรถสหกรณ์สองแถวเบี้ยวไม่ทอนเงิน จึงเกิดความโมโห และน้อยเนื้อตำ่ใจในชีวิต จึงตัดสินใจ เขียนจดหมายลาครูและเพื่อนๆ หวังฆ่าตัวตายลาโลก แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่และเพื่อนๆช่วยเหลือไว้ได้ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 15 กันยายน 2563 น.ส.อลิสรา ใจเพชร นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ได้ลงพื้นที่ติดตามช่วยเหลือนักเรียนชั้มมัธยมศึกษาชั้นที่ 3 คนดังกล่าวทราบว่า ได้ย้ายมาพักอาศัยอยู่กับป้าที่เป็นแม่บ้านอยู่ภายในโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร พื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรีซึ่งเป็นที่พักที่ทางโรงเรียนมีไว้รองรับสำหรับพนักงาน ภารโรง แม่บ้าน ของโรงเรียน ตั้งอยู่ทางด้านหลังตัวอาคารเรียน พร้อมมอบข้าวสารเครื่องอุปโภคบริโภคไว้ให้


โดยทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี ได้สอบถามตัวเด็กเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นทราบว่านาย เอก (นามสมมุติ อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนที่คิดสั้นหวังฆ่าตัวตายดังกล่าว ซึ่งมีอาการป่วยโรคซึมเศร้าทำให้มาอารมณ์ที่ค่อนข้างอ่อนไหวง่าย ประกอบกับมีปัญหาภายในครอบครัว ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาต้องกินยาอยู่เป็นประจำ ได้เปิดเผยให้ฟังว่า ตอนนี้จะขออยู่อาศัยกับป้าก่อน เพราะถูกพี่ชายแท้ๆรังแก จึงไม่สามารถทนอยู่ในบ้านพักเดิมได้ ในส่วนของการเรียนนั้นก็จะต้องตื่นเช้าขึ้นแล้วนั่งรถโดยสารไปโรงเรียนตามปกติ นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า ตนเองอยากทำงานช่วยสังคมบ้าง เพราะเวลาเห็นผู้ได้รับบาดเจ็บประสบอุบัติเหตุแล้วรู้สึกอยากช่วยเหลือทุกครั้ง


ด้านนายสมศักดิ์ ด้วงเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคารได้เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้แม่บ้านของโรงเรียนคือป้าของนายเอก (นามสมมุติ) นั้นได้เคยขอความช่วยเหลือจะย้ายหลานมาเรียนที่นี่ แต่เนื่องจากเป็นช่วงกลางเทอมจึงยังไม่อนุญาต ประกอบกับต้องรอให้ผู้ปกครองของเด็กคือบิดา และมารดายินยอมเสียก่อน ส่วนจะมาขอพักอาศัยเป็นการชั่วคราวนั้น ก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เพราะด้วยความสงสารเด็กคนนี้ ที่ประสบกับปัญหาต่างๆจนเกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจ 

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี จะมีการติดตามและช่วยเหลือพร้อมทั้งประเมินความพร้อมทางครอบครัวตามกระบวนการสังคมสงเคราะห์ เพื่อคุ้มครองและดูแลเด็กต่อไป ในส่วนของการช่วยเหลือจากผู้ที่ติดตามข่าวนั้น ยังไม่มีการเปิดรับบริจาคช่วยเหลือแต่อย่างใด

 

ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชลบุรี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน