แผนสยบไพร 63/19 ปิดฉากเครือข่ายพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ภาคกลาง "จูน บ่อดิน"

publish : 15 ก.ย. 2563 อ่าน 44 ครั้ง



ตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปราบยาเสพติดแนวใหม่ มุ่งสืบสวนขยายผลจับกุมการฟอกเงิน และติดตามยึดทรัพย์สินผู้ค้ารายใหญ่ ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกัน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนติดตามยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดและผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด โดยนำมาตรการทางกฏหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรง และกฎหมายอื่น เช่นกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปราบการฟอกเงิน ใช้ทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด ให้มีการขยายผลจนสามารถยึดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด และผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการทำลายกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ดำเนินการบูรณาการขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้สัมฤทธิ์ผล ภายใต้อำนวยการของพล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา  ผบ.ตร.

สืบเนื่องจากการสืบสวนจับกุม น.ส.ดิศรัตน์ หรือครีม โชคกิจ และ นส.พัทธมน ดีอ้น พร้อมของ เสพติดมาจากนายจิตพันธ์หรือจูน มีเมือง เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี และ ใกล้เคียง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับนาย จิตพันธ์หรือจูน มีเมือง ตามหมายจับศาล อาญาที่ 75/2560  ลง 15 กุมภาพันธ์ 2561 ต่อมาเจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 สามารถจับกุมนายจิตพันธ์ มีเมือง ได้เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563 ที่บริเวณสี่แยกไหสี่หู ต.ไม้ดัด อ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี และได้สืบสวน ขยายผลจนสามารถตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 4,500,000 เม็ด ซุกซ่อน อยู่ภายในห้องโดยสารรถยนต์ตู้ของนายจูน ซึ่งจอดไว้ที่ร้านรับฝากรถ แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายของนายจูน ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกจับไปก่อนแล้ว

สำหรับนายจิตพันธ์ (จูน) มีเมือง หรือจูน บ่อดิน เป็นกลุ่มนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี มีพฤติการณ์ร่วมกับพวกรับยาเสพติดจำนวนมากจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทางภาคเหนือมาเก็บ พักคอยไว้ในพื้นที่เพื่อรอจำหน่ายและกระจายให้กับลูกค้าในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี และใกล้เคียงและมีการแบ่ง หน้าที่ชัดเจนทั้งกลุ่มลำเลียง กลุ่มกระจายยาเสพติด และกลุ่มจัดการเรื่องเงินค่ายาเสพติด มีบุคคลเกี่ยวข้อง จำนวนมากกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ลักษณะเครือข่ายมีความซับซ้อน และมีกระทำความผิดเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ต่อเนื่องกัน เกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ได้รับประโยชน์จากการค้ายาเสพติด

โดยวันนี้วันที่ 15 ก.ย.63  พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบชปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบชปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 นำชุดสยบไพรี บช.ปส. เปิดปฏิบัติ การปิดล้อมตรวจค้นตามแผน สยบไพร 63/19 "ปิดฉากเครือข่ายจูน บ่อดิน" เข้า จับกุม นายอานนท์ กิรัมย์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กลางไร่ข้าวโพด ห่างจากบ้านพักที่ผู้ต้องหาอยู่เกือบ1 กิโลเมตร

 




ก่อนจับกุมตำรวจถึงบ้านพักนายอานนท์ พบว่าประตูบนถูกล็อกจากข้างนอก เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าพัดลมยังคงเปิดอยู่ลักษณะคล้ายกับผู้ต้องหาเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน ชุดสยบไพรีจึงนำโดรนขึ้นบินจนพบว่านายอานนท์วิ่งหลบหนีไปอยู่ในไร่ข้าวโพด เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังระหว่างทางพบรองเท้าแตะสีเขียวกระจัดกระจายเชื่อว่าผู้ต้องหารีบวิ่งหนีจนรองเท้าหลุด หนีไปเกือบ 1 กิโลเมตร สุดท้ายไม่รอดถูกจับตัวไว้ได้ เบื้องต้นนายอานนท์รับว่ารู้จักกับนายจิตพันธ์ มีเมือง หรือ จูน บ่อดิน อายุ 30 ปี หัวหน้าเครือข่ายนักค้ายาเสพติด ใน จ.สิงห์บุรี แต่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็รับว่าจูน บ่อดิน เคยไหว้วานให้ไปโอนเงินผ่านตู้ธนาคารในจำนวนหลักหมื่นบาท  และไม่ทราบว่าบัญชีปลายทางที่โอนไปคือใคร ส่วนที่ต้องวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เพราะกลัว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดตามนำโทรศัพท์ของนายอานนท์ ที่โยนทิ้งระหว่างทางหลบหนีกลับมาได้

นอกจากกำลังชุดสยบไพรี ยังได้เข้าจับกุมเข้านายพรเทพ ภู่เจริญวณิชย์ ขณะบิณฑบาตอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี เนื่องจากอยู่ระหว่างบวชเป็นพระ ในข้อหาเดียวกัน จากนั้นจึงนำตัวไปสึกจากการเป็นพระสงฆ์ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดี และยังเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี  เพื่อจับกุมนายอัจฉริยะ ชื่นชม โดยพบว่านายอัจฉริยะ อยู่ภายในบ้าน ซึ่งทั้งนายพรเทพ และนายอัจฉริยะ ถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของเครือข่ายยาเสพติด จูน บ่อดิน โดยทำหน้าที่หาลูกค้ายาเสพติด และดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดให้กับจูน บ่อดินด้วย  โดยนายอัจฉริยะ ยอมรับว่า รู้จักกับจูนบ่อดิน มานานหลายปี เนื่องจากตนเองเป็นช่างสักลวดลายบนร่างกาย ซึ่งจูน บ่อดิน ก็มักจะชอบมาสักกับตนเองเรื่อยๆ โดยปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยา

 

 


ทั้งนี้แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่านายพรเทพ และนายอัจฉริยะ มีการติดต่อกับนายจิตพันธ์ หรือ จูนบ่อดินอย่างต่อเนื่อง ทั้งข้อความการสนทนาซื้อขายยาเสพติด ภาพถ่าย หมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินค่ายาเสพติด และหมายเลขโทรศัพท์ลูกค้าจำนวนมาก เพื่อติดต่อนำยาเสพติดไปปล่อยกระจายในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรี และลพบุรี ทั้งยังเป็นผู้ดูแลเรื่องการโอนเงินค่ายาเสพติดของคนอื่นๆ ให้กับจูนบ่อดินด้วย

เกียรติยศ  ศรีสกุล ผอ.ข่าว คมชัดลึก ภาคกลาง 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน