สุดสยอง มีดปักอกน้าดับ ที่แท้หึงเมียสาว

9 ก.ย. 2563

หนุ่มอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนคูณ ไล่ล่าหลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ มีดปาดคอ ท้องน้อย หลายแผล ก่อนปักหน้าอกด้านซ้ายตรงหัวใจทะลุปอด ตำรวจรวบตัวมาได้รับสารภาพ ภรรยาตนชอบแอบหนีไปหาผู้ตาย ซึ่งเป็นน้า เวลาทะเลาะกับตน

 


วันที่ 9 กันยายน 2563 ที่ สถานีตำรวจภูธรโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ พันตำรวจเอก บัญญัติ ทั่งกลาง ผู้กำกับ สภ. โนนคูณ พร้อม พันตำรวจโท เชิดชัย คำวงษ์ สารสัตรเวรสอบสวน และชุดสืบ ได้นำตัวนายกิตติพงษ์ คำวงษ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 บ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองกุง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน มาสอบสวนดำเนินคดี ภายหลังจากก่อคดีโหด ฆ่า นายคำภา จำปาเต็ม อายุ 48 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่บ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 ด้วยการนำมีดปาดคอ ท้องน้อย ตามลำตัวอีกหลายแห่ง ก่อนนำมีดปักเข้าที่หน้าอกใต้ราวนมด้านซ้าย ตรงหัวใจ จนทะลุปอด ก่อนหลบหนีไปอาศัยอยู่เถียงนาตนเอง ทำเหมือนไม่มีอะไร ก่อนเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาได้ นำตัวมาสอบสวน


นายกิตติพงษ์ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวานก่อน ตนกับภรรยา นางสาว ดุจดาว ศรีใส อายุ 25 ปี ซึ่งระยะหลังมักจะมีปัญหาทะเลาะกันบ่อย ๆ  เพราะภรรยาตนมักจะแอบไปคลุกอยู่ที่บ้านนายคำภา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า จนชาวบ้านเขานินทาว่า ภรรยาตนไปมีอะไรกับน้า ตนก็ได้ห้ามจึงทำให้เกิดทะเลาะกัน เพราะภรรยาตนก็ปฏิเสธว่า ไม่มีอะไรกัน จะไปเชื่ออะไรปากชาวบ้าน และตนก็ขอร้องอย่าไปบ้านน้าอีก แต่ภรรยาตนไม่ฟัง จนทำให้ตนโมโห และทำร้ายร่างกาย ก่อนภรรยาตนหนีออกจากบ้าน ตนพยายามตามหาหลายทีก็ไม่พบ รวมทั้งการเดินทางไปตามที่บ้านนายคำภา จนค่ำมืดดึกดื่นและเมื่อตนตามหาไม่พบก็ได้เดินทางกลับมาที่บ้านจึงมาพบภรรยาตนเองที่บ้านสอบถามว่าไปไหนมาก็ไม่ยอมบอก ตนจึงโมโหมากคว้าเอามีดและขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปที่บ้านนายคำภา เมื่อเจอหน้าก็ไม่ฟังเสียอะไร ถือมีดบุกเข้าไปปาดคอ บริเวณท้องตามร่างกาย สุดท้ายปักมีดตรงหัวใจก่อนหลบหนีไปนอนอยู่เถียงนา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามจับกุมตัวมาได้ในวันต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับนายกิตติพงษ์ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเจตนาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายขณะเดียวกัน ได้เตรียมในการนำตัวนายกิตติพงษ์ เพื่อไปชี้จุดเกิดเหตุซ้ำเห็นประกอบคำรับสารภาพ แต่เมื่อไปถึงพบว่ามีชาวบ้านที่เป็นญาติของผู้ตายมารุมล้อมบริเวณที่เกิดเหตุบ้านดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปลี่ยนใจไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะเกรงเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ได้เร่งรีบนำตัวผู้ต้องหากลับสถานีตำรวจเตรียมส่งฟ้องศาลต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน