"น้ำตาตกใน" ป้าลำไยจำต้องหาเงินซื้อที่ดินของตัวเองคืน บังคับคดีชี้สิ้นสุดแล้ว

publish : 9 ก.ย. 2563 อ่าน 26 ครั้ง


วันที่ 9 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น.นายอนุชา พัสถาน นายอำเภอทัพทัน สำนักงานกรมบังคับคดี จังหวัดอุทัยธานี ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอทัพทัน ได้รุดตรวจสอบกรณีที่นางลำไย จำนงค์ อายุ 62 ปี และนายมนัส จำนง อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 34 หมู่ 10 ตำบลคลุกดู อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งทั้งสองคนได้ร้องทุกข์และเปิดเผยเรื่องราวกับผู้สื่อข่าวไปในวันที่ 7 กันยายน 2563 ว่าลูกชายนั้นได้จะออกรถยนต์ซึ่งเป็นกระบะรถมือสองแต่ต่อมานั้นสภาพรถยนต์นั้นเก่ามากๆและซ่อมไม่ไหวรถคันดังกล่าวนั้นส่งได้ไป 2 ปีกว่า จึงได้ทิ้งแล้วปล่อยให้บริษัท ไฟแนนซ์ นั้นยึดรถยนต์ไป และทาง บริษัท ไฟแนนซ์ นั้นได้แจ้งหนี้ว่า ยังมีหนี้ที่ค้างชำระเป็นเงิน 17,000 บาท โดยมีนายมนัส ผู้เป็นพ่อนั้นเป็นคนไปเซ็นค้ำประกันรถยนต์ให้หลังจากนั้นพอเรื่องนั้นส่งฟ้องร้องถึงศาลแล้วพอไปค้นต้นคั่วเอกสารดู  นายมนัส นั้นได้จำนองที่ดินอยู่ที่ธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาอำเภอทัพทันไว้ในราคา 90,000 บาท เพื่อเอามาซ่อมแซมบ้านและต่อมานางลำไย นั้นได้ไปติดต่อทางสำนักงานที่ดินก็ถึงกับตกใจ เพราะได้เดินทางไปดูเรื่องที่สำนักงานที่ดิน ชื่อเจ้าของโฉนดนั้นไม่ใช่ นายนายมนัส จำนง ผู้เป็นสามี จึงได้วิ่งเรื่องและสอบถามที่ที่ ธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาอำเภอทัพทัน แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเพราะทาง ธนาคารนั้นแจ้งว่า ที่ดินของนายมนัส นั้นได้จำหน่ายออกไปแล้ว โดยมีคนเข้าไปซื้อโฉนดที่ดิน 2 ไร่ กับอีก 1 งาน โดยมีคนหนึ่ง(ขอสงวนชื่อ)ได้ซื้อที่ดินกับบริษัท ไฟแนนซ์ ไปแล้ว โดย ธนาคารหัวหน้า ธ.ก.ส. ได้บอกกับนางลำไยและนายมนัส ว่า ผมเองที่เป็นคนทำเรื่องให้ทางคนที่ซื้อโฉนดที่ดินของนายมนัสเอง โดยทางคนซื้อนั้นจ่ายได้กับทาง บริษัท ไฟแนนซ์ 20,000 หมื่นบาทและได้ให้กับทาง ธ.ก.ส. อีก จำนวน 50,000 บาท เพราะทางป้าและลุงนั้นเป็นหนี้กับทางธนาคารก่อนหน้านั้น และต่อมาคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ได้โทรมาเหมือนข่มขู่ก็โทรศัพท์มาทวงถามและให้ป้าลำไยนั้นออกจากที่ดินไปและอ้างว่าได้ซื้อที่ดินแบบถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว


โดยการลงพื้นที่ในวันนี้ทางสำนักงานกรมบังคับคดีนั้นได้บอกกับป้าลำไยว่า ที่ดินนั้นถูกขายทอดตลาดไปแล้วและอย่างถูกต้องและสิ้นสุดไปแล้ว แต่ก็ยังมีทางที่ทำได้อีกทางเดียวก็คือจะนำเรื่องของป้าลำไย นั้นไปยังศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเจรจาต่อรองกันระหว่างเจ้าของที่ใหม่และป้าลำไย โดยทางศูนย์ดำรงธรรมจะเป็นคนกลางในการเจรจาเพื่อให้นางลำไยนั้นต่อรองซื้อที่ดินของตัวเองกลับมาหรือจะเช่าที่ดินแบบเป็นรายปีทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของที่ดินใหม่จะว่าอย่าอย่างไรที่และหากนางลำไยจะซื้อที่ดินตัวเองกลับคืนจะลดราคาให้กับป้าลำไยในราคาที่นางลำไยนั้นสามารถจะซื้อคืนได้หรือไม่ โดยเรื่องการซื้อที่ดินนั้นนางลำไยบอกว่าในตอนนี้นั้นเงินจะใช้จ่ายในครอบครัวยังจะไม่มีเลยและที่ผ่านมาก็ใช้เบี้ยยังชีพและเบี้ยคนพิการมาเลี้ยงหลานชายที่ลูกชายนั้นที่มาให้เลี้ยงทั้ง 2 คน ยังนกไม่ออกเลยว่าจะหาเงินมาไถ่ที่ดินของตัวเองคืนได้อย่างไร และหากจะให้ซื้อที่ดินคืนในราคา 3 แสนบาท ตามที่เจ้าของที่ดินใหม่เคยโทรศัพท์มาก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหน


ในวันนี้มีนางลำไยเพียงคนเดียวที่อยู่บ้านและมานั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ เพราะนายมนัส จำนง นั้นได้ออกไปหางานทำที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วโดยไปเป็นลูกจ้างคนงานก่อสร้าง โดยอายุนั้น65 ปี แล้วแต่ก็ยังคงต้องออกไปหางานทำทั้งๆที่ตาข้างขวา นั้นพิการ นางลำไยบอกว่า นายมนัส นั้นจำต้องออกไปทำงานก็เพราะมีภาระต้องหาเงินมาเลี้ยงหลานทั้ง 2 คนที่ลูกชายมาให้เลี้ยงหากไม่ออกไปหางานทำก็เกรงว่าทางครอบครัวและนางลำไยนั้นไม่มีจะกิน

  จากการที่เจ้าหน้าที่ได้มาลงพื้นที่นั้น นางลำไยก็ยังคงยืนยันคำเดิมคือ คือยังงงว่าที่ดินไปตกอยู่กับเจ้าของใหม่ได้อย่างไรเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาบอกหรือชี้แจงอะไรทั้งสิ้นและอนาคตของครอบครัวนางลำไยจะเป็นอย่างไรต่อไปจะมีที่อยู่หรือไม่ นางลำไยเองก็ยังไม่รู้หากการเจรจากับเจ้าของใหม่ไม่สำเร็จแล้วครอบครัวจะไปอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน