2 ชายหญิงทำทีนำน้ำปานะไปถวายพระ ก่อนชักแม่น้ำทั้ง 5 หลอกยืมเงินหลวงพ่อ1,500 หวั่นเป็นมิจฉาชีพ โทรแจ้งตำรวจช่วยตามตัว

publish : 29 ส.ค. 2563 อ่าน 12 ครั้ง



ตำรวจ  สภ.เมืองชัยนาท  เข้าตรวจสอบเหตุภายในวัดแห่งหนึ่ง ที่ ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท  หลังได้รับแจ้งจากพระลูกวัด  ว่ามีกลุ่มคนลักษณะคล้ายเป็นพวกมิจฉาชีพ  เข้าไปหลอกยืมเงินพระสงฆ์ แล้วขับรถยนต์ โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์ ทะเบียน 9395 กรุงเทพมหานคร  หนีไป   ขอให้ตำรวจช่วยสกัดรถยนต์คันดังกล่าวไว้ก่อน  

จากการสอบถาม พระผู้เสียหาย  (ขอสงวนชื่อ)  อายุ 63 ปี  ให้การว่า ช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้า หลังจากฉันอาหารเช้าและฉันยารักษาโรคประจำตัวแล้ว ก็นอนพักผ่อนอยู่ในห้องบนกุฏิ   ระหว่างที่นอนสะลึมสะลือ เพราะฤกษ์ยา  ได้มีโยมผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน  ลักษณะรูปร่างสูง  แต่งตัวภูมิฐาน   เดินเข้ามาในห้อง  แล้วมาเรียกตน   บอกว่านำน้ำอัดลมและนมมาถวาย   ตนจึงลุกขึ้นมารับของถวาย   จากนั้นโยมทั้งคู่ก็นั่งชวนคุยเรื่องต่างๆ  บอกว่าเป็นคนอาศัยอยู่ละแวกนี้  มาทำบุญใส่บาตรที่วัดนี้เป็นประจำ รู้จักคุ้นเคยดีกับพระในวัด  แล้วบอกว่า 2 วันนี้ จะไม่ได้มาทำบุญที่วัด เพราะต้องเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี   แต่ไม่มีค่าน้ำมันรถ   จึงขอยืมเงินจากตน จำนวน 5,000 บาท   แม้ในตอนแรก ตนจะบอกว่าไม่มีเงิน แต่ทั้งคู่ยังคะยั้นคะยอขอยืมเงิน   ด้วยความที่ตนยังมีอาการเบลอจากฤกษ์ยา  และคิดว่าทั้งคู่เป็นคนในหมู่บ้านจริง   จึงยอมให้ยืมเงินไป 1,500 บาท   เมื่อได้รับเงินแล้ว ทั้งคู่ก็รีบลงจากกุฎิแล้วขับรถออกไปจากวัด    ต่อมาตนได้ไปสอบถามพระรูปอื่นในวัด ว่ารู้จักโยมทั้ง 2 คนหรือไม่  ก็ปรากฎว่าไม่มีใครรู้จักเลย   จึงคิดว่าอาจเป็นพวกมิจฉาชีพมาหลอกลวง  จึงแจ้งตำรวจให้ช่วยสกัดรถยนต์คันดังกล่าว




ขณะที่ พระสงฆ์รูปอื่น ที่เห็นเหตุการณ์  เล่าว่า  เห็นรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งไม่คุ้นเคย มาจอดอยู่หน้ากุฎิพระผู้เสียหาย   ตนพยายามจะถ่ายรูปรถเก็บไว้  แต่เห็นว่าระยะไกล  จึงเดินไปดู  ก็เห็นผู้หญิงเดินลงมาจากกุฎิก่อน เมื่อเห็นตนก็ทำเป็นไอเสียงดัง จากนั้นผู้ชายก็รีบลงมาจากกุฎิ  แล้วทั้ง 2 ก็รีบขับรถออกไปจากวัดทันที    ต่อมาจึงมาทราบว่า ทั้ง 2 คน มาหลอกยืมเงินพระผู้เสียหายไป    อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าโยมทั้ง 2 คน  ไม่ได้เป็นคนในหมู่บ้าน หรือ เป็นคนที่เคยมาทำบุญที่วัดบ่อยๆตามที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน  เพราะตนจำคนในหมู่บ้านและคนที่มาทำบุญที่วัดได้เป็นอย่างดี  


 เบื้องต้น  พระสงฆ์ผู้เสียหาย ยังไม่ได้แจ้งความเป็นคดี  แต่ขอให้ตำรวจช่วยติดตามรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบถาม  เนื่องจากไม่สบายใจ กลัวว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงจริงๆ     ซึ่งตำรวจก็ได้แจ้งวิทยุ  ให้ตำรวจในพื้นที่จังหวัดชัยนาท และพื้นที่ใกล้เคียง  สกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังไม่พบตัว          

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน