นร.อุทัยวิทยาคมไม่ชูสามนิ้วหวั่นสังคมปั่นป่วน โรงเรียนชี้ไม่เคยบังคับเป็นสิทธิ์ของเด็ก

19 ส.ค. 2563


ไม่พบนักเรียนโรงเรียนในจังหวัดอุทัยธานีแสดงออกทางการเมือง ไร้การชูนิ้ว 3 นิ้ว และผูกโบว์ขาว เผยว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลและสภานำไปแก้ไข หากแสดงออกทำให้สังคมปั่นป่วนดังที่เป็นข่าว ขณะ ที่โรงเรียนไม่เคยบังคับเพราะเป็นสิทธิ์ของเด็ก แต่นักเรียนก็ไม่มีใครคิดจะชูนิ้ว 3 นิ้ว หรือผูกโบว์ขาว แสดงสัญลักษณ์

วันที่ 19 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่าจากการลงพื้นที่โรงเรียนต่างๆในพื้นที่อำเภอเมืองที่เป็นระดับมัธยมศึกษาเพื่อสำรวจความเคลื่อนไหวการแสดงออกต่างทางการเมือง ซึ่งทุกแห่งที่ลงพื้นที่ไม่พบการแสดงการทางการเมืองด้วยการชูนิ้ว 3 นิ้ว และผูกโบว์ขาวระหว่าเข้าแถวเข้ารพธงชาติแต่อย่างใด อย่างที่โรงเรียนอุทัยวิทยาคม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดระดับมัธยม มีนักเรียนจำนวนกว่า 2,000  คน และยังมีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น จึงให้นักเรียนไม่ได้ออกไปเข้าแถวเคารพและร้องเพลงชาติในเวลา 08.00 น.โดยให้นักเรียนในแต่ละชั้นเรียนยืนตรงเคารพธงชาติในชั้นเรียนของตัวเอง โดยมีตัวแทนของนักเรียนแต่ละชั้นเรียนมาเป็นตัวแทนเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเท่านั้น  เพื่อแสดงออกถึงการรำลึกถึงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด โดยนักเรียนทั้งหมดไม่มีการแสดงออกทางการเมืองด้วยไม่แสดงการชู 3 นิ้ว และผูกโบว์ขาว หรือแสดงสัญลักษณ์อะไร ยังคงความเป็นระเบียบเรียบร้อย




ทั้งนี้จากการสอบถามนักเรียนในโรงเรียนกำลังมีการเลือกตั้งประนักเรียนในโรงเรียน เพราะเพิ่งหมดวาระไปจึงได้มีการหาเสียงขึ้นโดย เด็กหญิงชาลิตา ไทยเศรษฐ์ เด็กนักเรียนชั้น ม1/2 เป็นผู้สมัครในทีมของผู้สมัครประธานนักเรียน กำลังหาเสียงในโรงเรียนโดยการมาหาเสียงที่หอกระจายข่าวของโรงเรียน  และได้เปิดเผยว่าการแสดงการชูสามนิ้วและการผูกโบว์ขาวเป็นการแสดงความคิดเห็นของบุกคน เราสามารถแสดงออกได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น แต่เราไม่ควรที่จะไปเกี่ยวข้องกับคนอื่นและการแสดงความคิดเห็นนั้นต้องอยู่ในกรอบของตัวเองและในส่วนของโรงเรียนอุทัยวิทยาคมนั้นไม่มีการแสดงออกแต่อย่างไรแต่ถ้ามีก็เป็นสิทธิ์ของนักเรียนก็สามารถทำได้แต่ทางครูก็ไม่มีการขัดขวางแต่อย่างไร และขณะนี้มีกิจกรรมกำลังเลือกตั้งประธานนักเรียนและมีการหาเสียงขึ้นในโรงเรียนและยึดมั่นในประชาธิปไตยโดยการให้นักเรียนมีส่วนร่วมโหวดเสียงในโรงเรียนทุกคนและตัวเองก็เป็นหนึ่งในการสมัครเลือกตั้งที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสภานักเรียนและการเลือกปรานนักเรียนในโรงเรียนนั้นเป็นไปอย่างยุติธรรม

ด้านนางสาวสุธาสินี แข็งธัญการ เรียนอยู่ ม.6/1 ผู้สมัครเป็นประธานนักเรียนได้เผยว่า การชูสามนิ้วหรือการแสดงสัญลักษณ์และดังที่เป็นข่าวนั้น เป็นสิทธิส่วนบุคคล ในความคิดเห็นของตัวเองนั้นก็สามารถแสดงออกกันได้แต่ควรที่จะอยู่ในความเหมาะสมและให้ถูกกาละเทสะ ซึ่งทางโรงเรียนนี้ไม่ได้แสดงออกทางด้านการเมืองและมีความคิดว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่หรือทางรัฐบาลที่จะมาแก้ไขในจุดนี้ และในตอนนี้อยู่ในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งประธานนักเรียนถึงแม้จะมีพรรคเดียวที่สมัครแต่ด้วยความสบายใจของทุกฝ่ายจึงต้องมีการเลือกตั้งลงคะแนนขึ้นในโรงเรียนเพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย


ในส่วนของผู้บริหารของโรงเรียนแจ้งว่าได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาพื้นฐาน หรือ สพฐ.ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดและมีข้อความว่า ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เรื่องการชุมนุมของนักเรียนในสถานศึกษา โดยระบุว่า "ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติรับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ส.ค.63 ซึ่งที่ประชุมเห็นว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รับรองไว้ ขอความอนุเคราะห์พิจารณาสั่งการให้สถานศึกษาในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดพื้นที่ให้สถานศึกษาดำเนินกิจกรรมในการแสดงความคิดเห็น ภายใต้หลักการและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยขอให้ผู้บริหารโรงเรียนคำนึงถึงการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และความปลอดภัยของนักเรียน โดยไม่ให้มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมชุมนุม" ข้อความในหนังสือนั้นก็แสดงให้เห็นว่าจะไม่มีการปิดปั้นนักเรียนในโรงเรียนให้ความเคารพในความคิดเห็นหรือการแสดงสัญลักษณ์ และก็ไม่เคยให้ครูทุกคนนั้นห้ามนักเรียนด้วยซ้ำแต่นักเรียนแห่งนี้มีความคิดว่าไม่อยากให้สังคมแตกแยกไปมากกว่านี้ เวลาร้องเพลงชาติหรือยืนตรงเคารพธงชาติจึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการแสดงออกใดๆทางการเมืองทั้งสิ้น

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน