แฉ !! โจรใส่สูทบงบการโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณ ม.ราชภัฎ รอง กมธ.ศาสนา ฯลั่นเตรียมนำทีมลุยสอบสวนให้แล้วเสร็จก่อน 4 ก.ย. นี้

publish : 13 ส.ค. 2563 อ่าน 13 ครั้ง



จากกรณีที่ ผศ.ดร.ฆนัท  ธาตุทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้ตรวจพบว่ามีขบวนการโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณไปจากศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ไปประกาศขายผ่านทางออนไลน์ จึงให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบสวนสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในขณะที่คณะสงฆ์ นักวิชาการอิสระ ได้เปิดศูนย์ขอรับบิณฑบาตคืนหนังสือบุดสมุดข่อยขึ้นที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยมีผู้ที่ซื้อหนังสือบุดสมุดข่อยส่งคืนจำนวนมาก ในขณะที่ตำรวจรวบรวมสำนวนเสนอศาลออกหมายจับคนร้าย 2 คนก่อนติดตามจับกุม เอาไว้ได้ทั้ง 2 คน และล่าสุดตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงความคืบหน้าในคดีโดยผู้ที่ครอบครองส่งหนังสือบุดโบราณคืนล็อตที่ 3 คาดว่าจนถึงขณะนี้ได้ของกลางที่ถูกโจรกรรมไปคืนแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(13 ส.ค.) ความคืบหน้าในคดีนี้หลังจากเป็นข่าวต่อเนื่องทางผู้ที่ซื้อหนังสือบุดจากผู้ที่โพสต์ขายทางโลกออนไลน์ได้ส่งหนังสือบุด สมุดข่อยโบราณคืนให้กับศูนย์ขอรับบริจาคคืนหนังสือบุด สมุดข่อยโบราณจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ในวิหารโพธิ์ลังกา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารอย่างต่อเนื่อง ในเบื้องต้นพบว่าจำนวนที่ได้รับคืนเกินจำนวนที่ถูกโจรกรรมจากศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ม.ราชภัฎ เนื่องจากผู้ครอบครองส่งคืนหนังสือบุดที่ตัวเองมีครอบครองไว้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดีมาให้ด้วย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใมนจังหวัดนครศรีธรรมราชเก็บไว้เป็นสมบัติของแผ่นดินสืบทอดไปยังลูกดหลานในอนาคต

ที่บ้านพักถนนพุทธภูมิ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมร่าช พรรคปพลังประชารัฐ ในฐานะรองคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะวัฒนะธรรมสภาผู้แทนราษฏร ได้เชิญพระครูเหมเจติยาภิบาล พระสงฆ์ผู้ประสานงานศูนย์รับบิณฑบาตคืนหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณจังหวัดนครศรีธรรมราช และทีมงานศูนย์ขอบิณฑบาตคืน ฯมาพบเพื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการโจรกรรมหนังสือบุดสมุดข่อยโบราณ ทั้งในส่วนของความคืบหน้าในคดีและความคืบหน้าที่มีผู้ส่งคืนหนังสือบุด ฯ เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการศาสนา ฯที่จะเดินทางลงมาสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากานายธีรวัฒน์ ช่างสาน ผู้ช่วยอธิการบดีและรักษาราชการแทนผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งวิทยาลัยศิลปะและวัฒนธรรม ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช เข้ายื่นร้องต่อ กมธ.ศาสนา ฯ ฯ ขอให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและตั้งกรรมการตรวจสอบกรณีหนังสือบุด หรือหนังสือข่อย

 




พระครูเหมเจติยาภิบาล กล่าวว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหน้าที่ของตำรวจหลังจากจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว 2 คน ส่วนที่เหลือจะมีการออกหมายจับกุมใครอีกหรือไม่อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในส่วนของการตัดสินใจเปิดศูนย์ขอบิณฑบาตคืนหนังสือบุด ฯถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย มีผู้ซื้อหนังสือบุดไปครอบครองไว้ได้ส่งหนังสือบุด รวมทั้งมีดและดาบโบราณคืนมาอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลเดิมที่ทางศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช ระบุว่าหนังสือบุดหายไป 309 เล่ม คาดว่าจะได้คืนมาเกินจำนวนที่หาย  ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่ตัวเขหนังสือบุดที่หายไปอาจจะมากกว่า 309 เล่ม และมีผู้ส่งหนังสือบุดที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีมาให้ด้วยหลายน้อยเล่ม

การตรวจสอบหนังสือบุด ฯที่ส่งคืนมาและเกี่ยวข้องกับคดีในขณะนี้พบว่ามีจำนวนมากถึง 327 เล่มเกินจำนวนที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ม.ราชภัฎนครศรีธรรมราชระบุว่าหาย 309 เล่ม ซึ่งทาง ม.ราชภัฎ ฯจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายมาร่วมตรวจสอบตัวเลขที่สูญหายอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และจะส่งตัวเขที่ชัดเจนให้กับฝ่ายตำรวจเพื่อประกอบสำนวนคดีอย่างเป็นทางการต่อไป   นอกจากนี้จะมีการเปิดกล่องหนังสือบุดที่มีผู้ส่งมาให้อีกล็อคหนึ่งคาดว่าประมาณ 120 เล่ม ในเวลา 09.00 น.วันที่ 14 ส.ค. 2563 ณ. ห้องประชุมพุทธสมาคม วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตัวเลขการรับคืนหนังสือบุดทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีและที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีจะเพิ่มขึ้น และในช่วง 13.30 น.วันเดียวกัน ช่วง 13.30 น. ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านโบราณคดีและมานุษยวิทยาชาวไทย เจ้าของ"รางวัลวัฒนธรรมเอเชียฟูกูโอกะ" ที่ปรึกษาศูนย์ขอรับบิณฑบาตคืน ฯ จะแวะเข้ามาเยี่ยมศูนย์ ฯและ ให้คำแนะนำเรื่องการจัดการหนังสือบุดในอนาคต

 


รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวว่า ปัญหาที่เกี่ยวกับหนังสือบุด ฯมีอยู่หลายประการทั้งการถูกโจรกรรมทั้ง ๆ ที่ถูกเก็บรักษาอยู่ในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ ม.ราชภัฎนครศรีธรรมราช ซึ่งมันไม่น่าจะหายไปได้เลย การแจ้งความดำเนินคกดีจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน  1 ในผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ฯซึ่งเขาทำงานมานานอายุ 54 ปีแล้ว โดยส่วนตัวตนเชื่อว่ายังมีคนบงการที่มากบารมีอยู่เบื้องหลังผู้ต้องหารายนี้อย่างแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่ผู้ต้องหารายนี้จะกล้าลงมือด้วยตัวเอง ตนจะเชิญ พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.มณฑล เบ้าทอง ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มาพบเพื่อสอบถามข้อมูลความคืบหน้าในคดีและการติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นมันอยู่ที่โจรใสสูท ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลห้องเก็บหนังสือธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น อยู่ที่ว่าทุกฝ่ายจะกล้าให้ข้อมูลที่แท้จริงกับตำรวจหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นการโจรกรรมทรัพย์สมบัติที่สำคัญ มีคุณค่าของแผ่นดิน ถือว่าเป็นคดีการโจรกรรมระดับโลก ตนจึงอยากให้ตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งสิ้น หากข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวข้องไปถึงใครตำรวจจะต้องดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น ตำรวจจะต้องกระชากหน้าหากโจรใส่สูทออกมาให้สังคมนครศรีธรรมราช สังคมไทยรับรู้และนำเข้าคุกให้ได้”

รองประธาน กมธ.ศาสนา ฯ กล่าวอีกว่า ตนตรวจสอบดูรายชื่อที่ทาง ม.ราชภัฎจะเสนอให้สภามหาวิทยาลัย ฯ แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและเก็บรักษาหนังสือบุด ฯแล้วไม่ค่อยสบายใจ เพราะต้นตอของปัญหาใน ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช เกิดมาจากความขัดแย้งในเรื่องการแย่งอำนาจของ 2 ฝ่ายจนนำมาสู้ปัญหาต่าง ๆ มากมายตามที่สังคมรับรู้กันอย่างกว้างขวาง แต่ไม่ควรจะเอาความขัดแย้งมาทุบทำลายหม้อข้าวของตัวเองแบบนี้  ดังนั้นการแต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายขึ้นมารับผิดชอบจะต้องไม่มีรายชื่อบุคคลทั้ง 2 ฝ่ายที่อยู่ในที่เกี่ยวข้องกับการหายไปของหนังบุด  เพราะคนทั่วไปจะมีความรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมและอาจจะมีการปกป้องเข้าด้วนช่วยเหลือกัน เรื่องนี้ตนจะเรียนเป็นข้อมูลให้ กมธ.ศาสนา ที่จะลงมาตรวจสอบให้ทราบไว้ด้วย  และทาง กมธ.ศาสนา ฯจะลงมาตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 4 ก.ย. 2563 โดยจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อ 4-5 ท่านมาสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียดก่อนจะสรุปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฏรต่อไป.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน