แม่แจ้งจับลูกในไส้ตกเป็นทาสยานรกคลั่งอาละวาดทนทุกข์นาน 10 ปี

publish : 12 ส.ค. 2563 อ่าน 5 ครั้ง



เมื่อเวลา 16.40 น.วันนี้ 12 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง นางบุญราย จันบุญแก้ว อายุ 46 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ 5 บ้านด่าน ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง ร้องเรียนผู้สื่อข่าว เพื่อวิงวอนและเรียกร้องเป็นสื่อกลางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจับตัวลูกชายคือนายกิตติชัย ชัยเพชร อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นบุตรชาย นำไปรักษาบำบัด หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังสุดทนกับพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทั้งยาบ้า กัญชา และดื่มสุราขาว จนมีอาการคลุ้มคลั่งและอาระวาดทำร้ายผู้เป็นแม่ในไส้ ญาติพี่น้อง รวมทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยที่ทางตำรวจและผู้นำทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยังคงนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิด และชาวบ้านญาติพี่น้องที่อยู่ในละแวกดังกล่าวอยู่กันอย่างหวาดกลัวเพราะส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงล้วน




ทางด้าน น.ส.อุรารัตน์ พรมลี อายุ 38 ปี หลานสะใภ้นางบุญราย กล่าวว่า วานนี้ช่วงเย็น (11 ส.ค.) แม่บุญรายได้โทรมาหาตนบอกว่านายกิตติชัย ทำร้ายร่างกายแม่และยาย อยู่ในอาการคลุ่มคลั่งซึ่งแทบจะทุกวัน ล่าสุดเนื่องจากมาขอตังค์จะไปซื้อยาเสพติดแต่แม่และยายไม่มีจะให้ นายกิตติชัยจึงใช้มีดที่พกติดตัวข่มขู่ ที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิงและเด็กอาศัยอยู่ ตนจึงให้ทุกคนแอบอยู่บ้านพี่สาวที่อยู่ใกล้กันก่อน เพราะตนอยู่นอกพื้นที่ แต่ทางผู้ก่อเหตุก็ยังตามมาเอาเรื่องอยู่ตลอด

น.ส.อุรารัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมานั้นผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่ไหวกับพฤติกรรมดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รังเกียจยังคงรักเสมอ ก็เพราะรักจึงอยากสอน แต่ก็สอนไม่ได้ เราจึงต้องหนีแม้กระทั่งแม่ ตนก็ไม่รู้จะต้องทำยังไง แม่ก็เป็นเพียงผู้หญิงแก่ๆคนหนึ่ง บางครั้งที่เขาอาการหนัก ก็ได้แจ้งไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และตำรวจ แต่เขาคงน่าจะเบื่อไปแล้วเพราะเป็นเช่นนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว จึงไม่เข้ามาและไม่สามารถจัดการอะไรได้ ที่ผ่านมาเคยใช้มีดพร้าฟันและแทงผู้เป็นตาจนบาดเจ็บ และยังคงใช้มีดฟันน้องสาวแท้ๆจนบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งทุกครั้งแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่เข้ามาก็ได้แค่บอกว่าไม่มีหลักฐานไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ หรือต้องรอให้มีคนตายขึ้นมาก่อนถึงจะมีหลักฐาน ทุกๆวันอยู่กันหวาดผวากลัวมาก คอยจ้องมองว่าเขาจะมาตอนไหน อยากให้นำตัวไปรักษาไม่ได้อยากให้เขาถูกจับขัง แต่อยากให้รักษาจนกว่าจะหายแล้วสามารถกลับมาอยู่บ้านได้ตามปกติ


ขณะที่ นางบุญราย ผู้เป็นแม่ เล่าด้วยอาการสะอึกสะอื้นว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 3 คน ตอนนี้รู้สึกหวาดระแวงและกลัวกับสิ่งที่ลูกชายกระทำ แต่ก็ต้องทนอยู่ไป ที่ผ่านมาลูกชายมีพฤติกรรมชอบใช้มีดฟันบริเวณฝาบ้านเต็มไปหมด ครั้งแรกที่ติดยานั้นมีเพื่อนของลูก นำมาให้ลูกเสพ ก็เคยพาไปบำบัดแพทย์ให้ยามากิน แต่ลูกก็นำไปทิ้งหมด ในอดีตตนเองได้อาศัยอยู่กับลูกที่บ้านปูนหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านของตน กระทั่งเมื่อประมาณ 5-6 ปี ที่ผ่านมา ตนถูกลูกชายไล่ออกมาจากบ้าน ทำให้ตนต้องมาอยู่บ้านผู้เป็นแม่ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่อยู่ติดกัน ที่ผ่านมาตนถูกทำร้ายมาหลายครั้งมาก นับครั้งไม่ได้ เคยแตะตนและใช้ขวดแก้วซัดใส่ตนจนเลือดออก แถมใช้ไม้หน้าสามตีที่แข้งของตน ไม่สามารถเดินได้อยู่หลายวัน นอนรักษาตัวอยู่พักหนึ่ง เวลานั่งอยู่บางครั้งก็ใช้มือผลักหัวตนจนล้มลง แต่ก็ต้องทนมาตลอด ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำตัวไปรักษาไม่อยากให้อยู่ที่บ้านเพราะไม่สบายใจ กับสิ่งที่เขากระทำ ตนก็รู้สึกเป็นห่วงลูก ก็ยังรักลูก แต่ก็ไม่รู้ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้ เกิดมาก็สอนให้เป็นคนดี แต่เขาไม่ดีจะให้ทำอย่างไร.

 

ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน