ชาวโคราชแห่นำลาวาโคลนผุดไปพอกหน้า ดื่มกิน เชื่อทำให้หน้าใส รักษาโรค

11 ก.พ. 2562 19:10 น.
นครราชสีมา - ชาวโคราชแห่นำลาวาโคลนผุดไปพอกหน้า ดื่มกิน เชื่อทำให้หน้าใส รักษาโรคปวดเมื่อยได้ นักธรณีเตือนไม่ควรนำมาดื่มกินเพราะเป็นอันตรายต่อร่างกาย

 นครราชสีมา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ชาวบ้านในจังหวัดนครราชสีมา และต่างจังหวัด ได้พากันนำลาวาโคลนที่อยู่กลางทุ่งนา บ้านหนองกุงน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ไปดื่มกินเพื่อรักษาโรค หลังจากลาวาโคลน หรือ โคลนผุด ขึ้นมากลางทุ่งนา จำนวน 9 จุด ตามที่รายงานข่าวกันไปก่อนหน้านี้ โดยชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันนำเอาขวดน้ำ กระติกน้ำแข็ง ใส่โคลน และนำโคลนกลับไปบ้าน เพื่อนำเอาโคลนไปพอกหน้า พอกแขน รักษาโรค ปวดเมื่อยตามร่างกาย  และบางคนยังตักเอาน้ำที่อยู่ติดกับแนวโคลนที่ผุดออกมาไปดื่มอีกด้วยโดยเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์รักษาโรคภัยไข้เจ็บหายได้

 

นางรัศมี ดิบประโคน อายุ 43 ปี ชาวอำเภอบ้านเหลื่อม หนึ่งในชาวบ้านที่ได้นำลาวาโคลน ไปพอกหน้า บอกว่า โคลนที่พุดขึ้นมา เป็นเนื้อโคลนละเอียด ไม่มีกลิ่น โดยพอกหน้าไว้ในช่วงหัวค่ำทิ้งไว้จนถึงเช้า ตื่นขึ้นมา พบว่า ใบหน้าใสนิ่ม จึงได้กลับมานำเอาลาวาโคลนไปพอกหน้าอีก เหมือนกับชาวบ้านอีกหลายๆ คน ในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ ยังคงแห่กันมานำเอาขวดน้ำเปล่า มาตักเอาลาวาโคลนไปดื่มกิน และเอาลาวาโคลน ไปพอกตัว เพื่อรักษา โรคปวดเมื่อย  ตามความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ โดยในแต่ละวัน จะมีชาวบ้านมากกว่า 500 คน มานำเอาลาวาโคลนไปพอกหน้าอย่างต่อเนื่องและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ คาดว่าจะมีประชาชนจากหลายอำเภอเดินทางมาสังเกตการณ์บริเวณที่มีโคลนผุดจำนวนมากเนื่องจากจะมีหมอเข้าทรงมาทำพิธีทางไสยศาสตร์ด้วย

 

ด้านนายทรงกลด ประเสริฐทรง นักธรณีวิทยาชำนาญการจากสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 กรมทรัพยากรธรณี หัวหน้าทีมงานวิจัยโคลนผุดเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าดินผุดหรือดินพุเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของน้ำในชั้นใต้ผิวดินไหลทะลักเข้าไปทำปฏิกิริยาเคมีกับแร่ธาตุในชั้นดินเหนียวจนทำให้เกิดแรงดันผ่านรอยแยก ผสมกับดินในชั้นต่างๆ จนเกิดเป็นโคลนผุดขึ้นมา ซึ่งเป็นการปรับสมดุลแรงดันของน้ำใต้ดินซึ่งโคลนที่ผุดขึ้นมาไม่ได้มีความร้อน จึงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความร้อนใต้พิภพแต่อย่างใด แต่ชาวบ้านไม่ควรนำดินผุดดังกล่าวไปกินเพราะจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้เนื่องจากร่างกายย่อยดินไม่ได้และดินก็จะมีสิ่งเจือปนของเชื้อโรคชนิดต่างๆจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนการนำไปทาถูตามร่างกายหรือพอกหน้านั้นอาจทำได้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ประชาชนไม่ควรเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าวเพราะอาจจะเกิดโคลนดูดจนได้รับอันตรายได้

//////////

วิถีชุมชน