ใช้เวลาว่าง"เลี้ยงหนูนา"ป้อนตลาดสร้างอาหารสร้างรายได้ดี

9 ก.พ. 2562 20:40 น.
จ. เลย - เกษตรกรใช้เวลาช่วงก่อนจาการทำนาทำไร่ทำสวน เลี้ยงหนูพุกหรือหนูนา เป็นอาชีพเสริม ปลอดสารพิษ ป้อนตลาดและมีรายได้ดี

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่  9 ก.พ.2562   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบังบ้านเลขที่ 96 หมู่ 1 บ้านบุ่งค้อ  ต.ทรายขาว   อ.วังสะพุง  จ.  เลย  เป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงหนูพุกหรือ หนูนาของนายม้วย  ผิวมะลิ  อายุ 70 ปี  ที่เลี้ยงและ จำหน่ายพ่อ-แม่พันธุ์ และหนูเนื้อส่งตลาดผู้บริโภค ตาม้วย  เล่าว่า เมื่อต้นปี 2561  เคยเลี้ยงเป็ดและไก่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเสียงรบกวน อาหาร ต่อมา.เห็นว่า.หนูเป็นสัตว์ที่อยู่อาศัยกับไร่ นา สวน ป่าคู่กับเมืองไทยมาตั้งแต่โบราณกาลคู่กับธรรมชาติมีความสมดุลทางธรรมชาติพืช สัตว์ ที่ต้องพึ่งพากันและยังเป็นอาหารอีกด้วย  แต่ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลงโดยเฉพาะตามเรือกสวนไร่นา สาเหตุเนื่องจากมีการล่าและทำลายโดยสารพิษ ยาปราบศัตรูพืช 

 

ประกอบกับการพัฒนาของบ้านเมือง อาคาร สถานที่ สิ่งปลูกสร้างต่างๆมากขึ้น  การเลี้ยงหนูจึงเป็นมีลู่ทางถึงปริมาณการบริโภคเนื้อหนูมากขึ้น ขณะที่หนูในธรรมชาติมีน้อยลง เพราะการทำไร่ทำนา  เกษตรประชาชนใช้ยาปราบศัตรูพืชกันมากขึ้น  ทำลายหนู รวมทั้งการล่าเพื่อเป็นอาหารและการค้าก็มากขึ้นรวมทั้งราคาก็สูงขึ้น ซึ่งการเพาะเลี้ยงหนูนานั้นส่วนหนึ่ง เนื่องจากการขยายพันธุ์ได้เร็ว ปีหนึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้หลายคอก 3- 4 คอก  คอกหนึ่งประมาณ 7-10 ตัว เลี้ยงง่าย กินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และให้อาหารเพียงวันละ 1 ครั้ง เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย กล้วย   ข้าวเปลือก พืชไร่ พืชสวน หญ้าที่ จ. เลย มีความเหมาะสมมีจำนวนไม่ขาดแคลนหาได้เองตามธรรมชาติเรือกสวนไร่นา

 

  

 

หนูนา เลี้ยงง่ายไม่มีเสียงดังรบกวนจะเลี้ยงในวงบ่อซีเมนต์ 2 วงมาวางคู่กัน  แล้วเจาะวงด้านล่างและใส่ท่อเชื่อมกัน โดยจะปล่อยพ่อพันธุ์ 1 ตัว ตัวเมีย 3 ตัว จากนั้นประมาณ 21 วัน หนูก็จะเริ่มตั้งท้อง เมื่อแม่พันธุ์ตั้งท้องก็จะแยกออกไปอยู่วงบ่อเดียวเพื่อรอออกลูก เมื่อหนูออกลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ก็จะแยกลูกหนูที่ได้มาเลี้ยงอนุบาลต่อที่บ่อเลี้ยง .  ตนจึงคิดว่าน่าจะนำหนูมาเลี้ยงเป็นอาหารและปลอดสารพิษ  ตนไม่ใช้หัวอาหารเสริม หรืออาหารสัตว์และสารเคมีใด  ๆ  ภายในฟาร์ม  เพราะจะทำให้หนูอ้วนอาจเกิดไขมันอุดตันรวมทั้งหนูอาจไม่ตั้งท้องได้  

 

เริ่มเลี้ยงหนูนาด้วยการไปซื้อพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์  มาจาก อ.ศรีชมพู จ.ขอนแก่น ราคา 300 [ท/ตัว จำนวน 75 ตัวเป็นเงินประมาณ 20,000 บาท  และซื้อท่อปูน ราคา 250 บาท/ท่อ มาสร้างเป็นบ่อๆละ 2 ท่อ  รวม 60 บ่อ ส่วนด้านบนก็ทำไม้แผ่นมาปิด  ภายในบ่อก็มีหินมีไม้ ท่อให้เก็บตัว หลบหนาว   แต่ละท่อจะมีหนูไม่เกิน 30 ตัวสำหรับลูกหนู ส่วนพ่อแม่พันธุ์ก็ 2 ตัว หนูรุ่นก็ 10 ตัวไว้ส่งตลาด แม่หนูจะออกลูก 3 ครั้ง/ปี ครั้งละ 7-10 ตัว/แม่  อายุประมาณ 3-4 เดือนก็จับขายได้แล้ว   ราคา 500 บาท/ตัวเพื่อบริโภค และคู่ละ 600 บาทและ 750 บาท/หนู 3 ตัว สำหรับพ่อพันธุ์ 1 ตัว –แม่พันธุ์ 2  ตัว    สิ่งที่ต้องอระวังคือเมื่อหนูคลอดลูกใหม่  ๆ  ไม่ควรจับหรือกวนลูกหนูบ่อยเพราะแม่หนูจะอายแล้ว เครียด หงุดหงิดและท้องใหม่ก็จะกินลูกตัวเอง ต้องแยกบ่อ        ด้านการตลาดนั้นก็จะมีพ่อค้ามาซื้อถึงฟาร์มไปชำแหละวางขายที่ตลาดเช้า-เย็น ตลาดสด และชาวบ้านมารับซื้อไปบริโภคส่วนใหญ่คือช่วงเทศกาลสงกรานต์และ ปีใหม่    และงานบุญในท้องถิ่น     

 

ตาม้วย เล่าอีกว่า .ตลาดหนูยังไม่มีความเพียงพอต่อตลาดผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมาซื้อไปเลี้ยง    เพราะหนูมีสรรพคุณคือรสชาติอร่อย หอม ไม่มีไขมัน  สามารรถทำอาหารได้หลากหลายทั้ง ปิ้ง  ย่าง  ทอด แกง   ผัดเผ็ด ได้ดีทำง่ายตามใจของผู้บริโภค  . ศัตรูและโรคของหนูนานั้น.ไม่มีอะไร   ด้านรายได้นั้นตนไม่ได้คิดเลี้ยงเพียง 1 ปี ขายไป xit,kI จ 8^j และทำตัวเลขไว้ว่าขายได้เท่าไรเพราะพึ่งเลี้ยง 1 ปี   เพราะเลี้ยงไปบริโภคไป ขายไป วัน  ๆ  เป็นอาชีพเสริมจากการทำนา ทำไร่ ปลูกอ้อยของครอบครัวเท่านั้น  กำลังจะขยายบ่อเลี้ยงเพิ่มอีก ติดต่อได้ที่ โทร.  098-158 5301

 

ทำมาหากิน