แจงผลสอบฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสียญาติผู้สมัครส.ส.ดังชัยภูมิยันไม่เกี่ยวข้อง!

7 ก.พ. 2562 22:15 น.
ชัยภูมิ - แจงผลสอบฟาร์มหมูปล่อยน้ำเสียญาติผู้สมัครส.ส.ดังชัยภูมิยันไม่เกี่ยวข้อง! แต่เป็นเรื่องที่ถูกนำมาใช้ดิสเครดิตโจมตีกันทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งครั้งนี้เท่านั้น หลังผู้ว่าสั่งนายอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบ แจงยันผลสอบทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้วพบไม่เป็นความจริง ตามที่หลวงพ่อผู้ร้องระบุและไม่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองดัง

( 7 ก.พ.62 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ ความคืบหน้าหลังมีปรากฎข่าวสารทางสื่อสาธารณะ ออกไปทั่วในขณะนี้หลายแห่ง กรณี"หลวงพ่อสุดทน ร้องฟาร์มหมูญาติผู้สมัคร สส.ดังแอบปล่อยนํ้าเสียทําลายป่าสงวน" หลังมีหลวงพ่อดังกล่าวขอเรียนร้องไปถึงผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิและผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นในบริเวณ "ป่าชุมชนพนังหิวฮาว มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา ในพื้นที่บ้านห้วยยาง ต.ห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ว่าถูกฟาร์มหมูของญาติผู้สมัคร สส.ในพื้นที่พรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองดังแอบลักลอบปล่อยนํ้าขี้หมูลงในเขตป่าชุมชน ส่งผลให้ต้นไม้ยืนต้นตายเป็นวงกว้างกว่า 200 ไร่ !

ซึ่งล่าสุดวันนี้ นายณรงค์  วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน โดยมอบหมายให้นายยุทธชัย  สายคำมี นายอำเภอคอนสวรรค์ นำคณะลงพื้นที่กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยมีการตรวจสอบเบื้องต้นครั้งนี้พบว่า เดิมป่าชุมชนพนังหินฮาวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม มีต้นไม้จำนวนเล็กน้อย ลักษณะเป็นดินทรายไม่มีแหล่งน้ำ อยู่ในพื้นที่บริเวณบ้านห้วยยาง หมู่ที่ 7,12 ตำบลห้วยไร่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2561 บ้านห้วยยาง หมู่ที่ 7,12 ได้รับการจัดสรรงบประมาณตามโครงการ 9101 โดยที่ประชุมมีมติให้ทำโครงการปลูกไม้ผล (ทดลองปลูกต้นกระดาษ) เพื่อจำหน่ายในชุมชนและได้ขอใช้พื้นที่ป่าชุมชนพนังหิวฮาวเป็นสถานที่ดำเนินโครงการ เนื้อที่ประมาณ 23 ไร่

รวมทั้งในพื้นที่ป่าชุมชนดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำ คณะกรรมการหมู่บ้านหมู่ที่ 7,12 พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าให้ขอน้ำขี้หมูจากฟาร์มหมูดังกล่าว เพื่อมาใช้รดน้ำต้นไม้ โดยทำข้อตกลงกับฟาร์มเป็นเวลา 1 ปี พื้นที่ที่เกิดการร้องเรียนอยู่ห่างจากเขตชุมชนอยู่อาศัยระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่ไม่มีผลกระทบต่อราษฎรชุมชนดังกล่าวแต่อย่างใดในปัจจุบัน และในปัจจุบันไม่มีการนำน้ำขี้หมูไปใส่ในพื้นที่ดำเนินโครงการ 9101 และพื้นที่ป่าชุมชนดังกล่าว โดยมีการย้ายท่อไปยังที่ดินของราษฎรที่มีความประสงค์ใช้ประโยชน์จากน้ำขี้หมูกันเองเท่านั้น

ซึ่งการเข้าดําเนินการเข้าตรวจสอบ ของนายยุทธชัย  สายคํามี นายอําเภอคอนสวรรค์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วในครั้งนี้ สรุปผลออกมาได้ว่า นํ้าในบ่อ ผู้ใหญ่บ้านของชุมชนจุดนี้ ได้ขอจากฟาร์มมาไว้ในบ่อพักเพื่อใช้รดนํ้าต้นไม้ (ไม้ยูคาลิปตัส) ซึ่งราษฎรในพื้นที่ได้ร่วมกันปลูกในป่าชุมชน ซึ่งไม่ใช่นํ้าทิ้งตามที่เป็นข่าวจากหลวงพ่อที่ร้อง และไม่มีเครือญาติของผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด นอกจากนั้นนํ้าจากฟาร์มยังสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยให้รดนํ้าได้อีกส่วนหนึ่ง

แต่ครั้งนี้ถึงแม้จะเป็นความต้องการของชาวบ้านหรือผู้อื่นก็ตาม ทางอำเภอคอนสวรรค์ขอให้ฟาร์มหมูดังกล่าว ช่วยตรวจสอบคุณภาพของน้ำให้ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานของการควบคุมมลพิษก่อนปล่อยออกนอกบริเวณฟาร์มที่ต้องให้ทางสาธารณะสุขยืนยืนผลตรวจน้ำที่ปล่อยออกมาว่าให้ได้มาตรฐานการตรวจสอบยืนยันชัดเจนอีกครั้งก่อนต่อไป

และจากนี้ทางอำเภอคอนสวรรค์ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอคอนสวรรค์ และองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ ได้ร่วมหารือกับราษฎรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลการตรวจสอบกรณีทั้งหมดในครั้งนี้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่า ไม่พบพยานหลักฐานที่จะบ่งชี้ได้ว่ามีการกระทำความผิดตามข้อร้องเรียน แต่อย่างใด จึงเห็นควรยุติเรื่องดังกล่าว เพื่อที่ทางอำเภอคอนสวรรค์ได้แจ้งประสานงานกับเจ้าคณะอำเภอห้วยไร่ และชี้แจงข้อเท็จจริงกับพระผู้ร้องครั้งนี้เป็นลำดับต่อไป

ซึ่งด้านนายอำเภอคอนสวรรค์ กล่าวว่าเบื้องต้นพบมีการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มหมูดังกล่าวไปยังป่าชุมชนจริงแต่จากการลงพื้นที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้นไม้ตายหรือไม่ หรือตายจากสาเหตุอะไรแน่ชัดได้ ต้องขอให้งดปล่อยน้ำดังกล่าวออกจากชุมชนเพื่อตรวจสอบที่แน่ชัดอีกครั้งก่อน

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม แจ้งว่าคงต้องให้ทางฟาร์มหมูหยุดปล่อยน้ำเสียลงในป่าสงวนไปก่อนเพราะไม่ทราบว่าน้ำที่ไปมานั้นจะมีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ถ้าหากจะต้องการปล่อยน้ำจะต้องแจ้งให้ทางหน่วยงานราชการทราบ และต้องมีการตรวจสอบสภาพน้ำก่อนปล่อยสู่ชุมชนต่อไปได้

ด้านอดีตนักการเมืองดัง รายนี้หลังมีข่าวหลวงพ่อรายนี้เข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าฯ และสื่อมวลชนที่เกิดขึ้นออกไป ได้พยายามติดต่อว่ามีผู้สื่อข่าวว่าใครเป็นคนนำเสนอข่าวนี้ไปบ้าง ซึ่งจะฟ้องให้หมด ซึ่งทางผู้สื่อข่าวเองก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้วเมื่อมีผู้ร้องเกิดขึ้นก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและประสานไปยังผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ช่วยตรวจสอบให้ความจริงเกิดขึ้นด้วยเท่านั้น ไม่มีเจตนาให้ใครเสียหายและการนำเสนอข่าวที่ออกไปก็ไม่ได้ระบุว่ากล่าวหาว่านักการเมืองดังเป็นใครชื่อะไรอีกด้วย  และครั้งนี้ทางผู้สื่อข่าวเอง

ก็พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมต่อนักการเมืองรายนี้ ที่ฝากขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย เพราะทำไมต้องมาร้องเรียนในช่วงเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีเครือญาติตนเองไปลงสมัครชิงเลือกตั้งส.ส.ในพื้นที่ครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองกันมากกว่า และไม่อยากให้ใครหลงเชื่อต่อกรณีที่เกิดขึ้นและนำไปใช้โจมตีเพื่อหวังผลทางการเลือกตั้งในเรื่องนี้อีกต่อไปด้วย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นทางผู้นำชุมชนเป็นผู้มาขอน้ำดังกล่าวจากฟาร์มไปเอง ทางฟาร์มไม่ใช่เป็นผู้ก่อฯขึ้นเอง

ด้านหลวงพ่อ ผู้ร้อง กล่าวว่า หลังมีการร้องขอให้ตรวจสอบต่อกรณีปล่อยน้ำเสียที่เกิดขึ้น ก็ได้ถูกนำชุมชนท่านหนึ่งกล่าวหาว่าไปให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนทำไม ซึ่งสร้างความไม่สบายใจต่อหลวงพ่อในครั้งนี้ด้วยว่า ทางผู้นำชุมชนจะทำเรื่องขอปิดสำนักสงฆ์ดังกล่าวในพื้นที่ตามมาด้วยต่อไปในครั้งนี้ และรู้สึกไม่สบายใจที่ถูกมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมีนักการเมืองหนุนอยู่เบื้องหลัง ทั้งที่ต้องการที่จะให้ตรวจสอบว่าพื้นที่ป่าเกิดความเสียหายจึงอยากให้มีการช่วยกันเข้ามาช่วยกันตรวจสอบแก้ไขให้ดีขึ้นเท่านั้น

การเมืองท้องถิ่น