เปิดสวนองุ่นต้อนรับตรุษจีน นทท.แห่ซื้อ เซลฟี่ สวนองุ่น ปลอดสาร

4 ก.พ. 2562 07:12 น.
มหาสารคาม- เปิดสวนองุ่นต้อนรับตรุษจีน นักท่องเที่ยวแห่ซื้อ เซลฟี่ สวนองุ่น ปลอดสาร สร้างรายได้ปีละเกือบ5แสน[km

 

         วันที่3 กุมภาพพันธ์ 2562  ที่สวนหลังบ้าน  บ้านเลขที่ 107 บ้านหนองทุ่ม หมู่ 6  ตำบลหนองทุ่ม  นางทองม้วน  วงศาไฮ  เจ้าของสวนองุ่นแคลทลียา เปิดสวนองุ่นกลางทุ่งนาต้อนรับนักท่องเที่ยว ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์  พร้อมกันนี้ยังมีชาวไทยเชื้อสายจีน เดินทางมาแวะซื้อองุ่นเพื่อนำไปไหว้เจ้าในเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึงนี้  โดยเจ้าของสวนชุดซุ้มถ่ายรูป  พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินลงไปถ่ายรูปเซลฟี่กับพวงองุ่นเขียวพันธุ์ไวท์มะระกา พร้อมกับชิมที่ต้นกันสดๆแบบไร้สารเคมี หากชอบใจสามารถตัดใส่ตระกร้า นำมาชั่งกิโล แล้วนำกลับไปบ้านได้เลย โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 150 บาท  หรือจะซื้อต้นพันธุ์ไปปลูก ก็จำหน่ายไม่แพง พร้อมแนะนำวิธีปลูกให้กับลูกค้าทุกขั้นตอน นอกจากสวนองุ่นแล้ว ที่บริเวณกลางร่องของต้นองุ่น ยังมีผักคะน้ากวางตุ้งเพื่อป้องกันไม่ให้หญ้าเกิดขึ้น  ผักวางตุ้งกำลังออกดอกบานสะพรั่ง ลูกค้าสามารถตัดเอง หรือให้เจ้าของสวนตัด ราคา กิโลกรัมละ 20 บาท  และจำหน่ายพันธ์กิ่ง ๆละ 80 บาท พร้อมดุแลและขั้นตอนการปลูกจนกว่าจะได้ผลิตทั่วภาคอีสาน

  

            นางทองม้วน  วงศาไฮ  เจ้าของสวนองุ่นแคลทลียา เล่าว่า  ก่อนมาปลูกองุ่นตนมีอาชีพค้าขายอยู่ที่กรุงเทพฯเนื่องจาก แต่ละวันต้องนอนดึกตื่นเช้า เพื่อออกไปทำมาค้าขาย แทบไม่มีเวลาพักผ่อน ดูจากข่าวสาร  จึงได้ซื้อพันธุ์มา 2 ต้น ในราคาต้นละ 290 บาท นำมาปลูกไว้ที่หน้าบ้าน พบว่าองุ่นเจริญเติบโตดีดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก และได้ซื้อพันธ์มาปลูกเพิ่มขึ้นอีก และเก็บผลผลิตได้ 25 กิโลกรัม จึงนับเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้ต่อสู้ คิดว่าตนเองมีพื้นที่หลังบ้านอ อยู่ประมาณ 1 ไร่เศษจึงได้ซื้อพันธ์องุ่น จำนวน 400 ต้น โดยมีการยกร่อง ตั้งเสาขึ้นให้เป็นโรงเรือนมุงด้วยแสลม ใช้ระบบน้ำหยด ปุ๋ยคอก มูลวัว มูลควายเน้นการปลูกตามวิถีธรรมชาติ ใช้โดโลไมท์ช่วยปรับปรุงดิน และปุ๋ยคอกบำรุงต้นให้เจริญงอกงาม 

  

           ในรอบปีแรก ปลูกปี 2559 ได้ผลผลิตปี 2560 ผลผลิตออกมาเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เนื่องจากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินเป็นน้ำกร่อยส่งผลต่อรสชาติองุ่นมีความหวานอร่อยแตกต่างจากที่อื่นที่สำคัญ องุ่นที่นี่จะไม่ใช้สารเคมี ผลผลิตองุ่นที่เก็บขายได้ในปีแรก 1,400 กิโลกรัม  สำหรับองุ่นเขียวพันธุ์ไวท์มะระกา และพันธุ์ไร้เมล็ด กิโลกรัมละ 200 บาท ทำให้มีรายได้ กว่า 200,000 บาท

ในปีการผลิตที่  2561 ถือว่าเป็นที่ 3  ของการปลูกองุ่น สามารถเก็บผลผลิตได้  4 ครั้ง   รวมผลิตแล้วกว่า 3,000 กิโลกรัม จำหน่ายกิโลกรัมละ 150 บาท  คิดเป็นเงินกว่า 5 แสนบาท  ซึ่งผลิตจองุ่นจะหมดในช่วงปลายเดือนมกราคม นี้และจะมีการตัดกิ่งทำสาวเพื่อ ผลิลิตรอบหน้า

  

              การขายเน้นการสร้างความสุขให้กับลูกค้าโดยจะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าชม แบบครอบครัว ที่สามารถเลือกซื้อองุ่นแบบชี้พวงและตัดไปชั่งน้ำหนักได้เลย จึงทำให้มีผู้สนใจเข้าชมและสั่งจององุ่นไว้ล่วงหน้า  ส่วนผลผลิตองุ่นปีนี้ ผลองุ่นมีความสมบูรณ์ มีรสชาติหวาน กรอบ ปี 2561 ที่ผ่านมาตัดขายไปแล้ว 3 รอบส่วนรอบต่อไปประมาณสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเป็นรอบสุดท้าย  ก่อนที่จะเตรียมทำสาวหรือมีการแต่งให้ใหม่เพื่อรอผลลิตอีกรอบ

  

          นอกจากนี้ที่บริเวณกลางร่องสวนองุ่น ได้ปลูกต้นคะน้ากวางตุ้งเพื่อคลุมดินเพื่อไม่ใช้วัชพืชขึ้นมารบกวนต้นองุ่น นอกจากจะมีประโยชน์ต่อต้นองุ่นแล้วยังสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกด้วย หากลูกค้าสนใจสั่งจองสามารถสอบถามได้ที่ สวนองุ่นแคลทลียา โทร 098-9278968  082-9451826

 

         ในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีลูกค้าพาครอบครัว  มาเที่ยวชมสวน ถ่ายกันคึกคัก โดยจะให้ลูกค้าตัดผลิตใส่ตระกร้าเอง ลูกค้าสามารถชิมก่อนได้ที่แปลงสดๆเพราะปลอดภัยต่อสารเคมี ถ้าไม่ชอบก็เด็ดชิมก่อนได้ถ้าหากไม่หวานก็ชิมช่ออื่นได้จนกว่าลูกค้าจะพอใจ แลตัดใส่ตระกร้านำมาชั่งกิโลคิดเงิน ในสโลแกนที่ว่า  ตัดชิมใส่ปากได้ทันที   

 

เกษตร