แทบป่วนเวทีประชาพิจารณ์พัฒนาที่ดินรอบสถานีรถไฟขอนแก่น

2 ก.พ. 2562 17:09 น.
ขอนแก่น- แทบป่วนเวทีประชาพิจารณ์พัฒนาพื้นที่อาคารบ้านพัก ที่ทำการและสนามกอล์ฟสถานีรถไฟขอนแก่น หลังชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบแห่เข้าร่วมประชุมและชูป้ายขอให้การพัฒนาเป็นธรรมกับคนในชุมชน แถมคำถามทำไมไม่พัฒนาพื้นที่ตลาดรถไฟ

           เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2562 ที่ห้องประชุมบริรักษ์ ชั้น 8 โรงแรมวีวิธ จังหวัดขอนแก่น ได้มีการเปิดเวทีประชาพิจารณ์และแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารบ้านพักพนักงาน อาคารที่ทำการและสนามกอล์ฟที่สถานีขอนแก่น ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 โดยศูนย์วิจัยขีดความสามารถในการแข่งขัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA มีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธานเปิด และมีประชาชนให้ความสนใจเข้าประชุมจำนวนมาก จนแทบจะล้นห้อง ต้องเสริมเก้าอี้กว่าเท่าตัว

             ตามที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย มีแผนใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มรายได้จากที่ดินที่ไม่ใช่เพื่อการเดินรถ จากการเช่าในช่วงปี 2560-2568 พื้นที่ย่านสถานีขอนแก่นเป็นหนึ่งแห่งที่เป็นเป้าหมาย เพราะมีโครงการทั้งรถไฟทางคู่ จิระ-ขอนแก่น รถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางเบา มีพื้นที่อยู่ทั้งสองฝั่งของสถานีรถไฟ ทั้งอาคารบ้านพัก อาคารที่ทำการและสนามกอล์ฟ ประมาณ 108.4 ไร่  โดยแบ่งเป็นโซน โซนแรกเป็นแนวคิด พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณย่านทางรถไฟ Transit – Oriented Development (TOD) การพัฒนาพื้นที่แบบผสมผสานรอบสถานี 16.2 ไร่  โซนโรงแรมและศูนย์การค้าพื้นที่รวม 26.5 ไร่ โซนพื้นที่สวนสนุกและพื้นที่สันทนาการ 58.6 ไร่ และโซนกลุ่มอาคารสำนักงานที่พักอาศัยของพนักงานรถไฟ 8 ไร่ ซึ่งเป็นขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ครั้งที่ 1 และจะมีการเปิดเวทีอีกครั้งเดือนมีนาคม

 

 

เมื่อเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ปรากฏว่าได้มีตัวแทนชุมชนต่างก็ลุกขึ้นกล่าวและตั้งคำถามเกี่ยวกับพัฒนาโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะจากชุมชนที่อยู่ใกล้กับสถานรถไฟ ได้พากันชูป้ายไข้อความหลากหลายรวมทั้งผลกระทบจากการก่อสร้าง ทั้งจากรถไฟ และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่การรถไฟให้เอกชนทำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนในชุมชน โดยบอกว่าไม่ได้คัดการพัฒนาแต่ขอให้มีการพัฒนาด้วยความเป็นธรรม พร้อมกับยื่นหนังสือให้กับคณะผู้จัดด้วย

 

 

นายบุญส่ง หมอยา แกนนำชุมชนโนนหนองวัด 2 ริมราง  เปิดเผยว่า เมื่อรู้ว่าจะมีโครงการพัฒนาเชิงธุรกิจย่านสถานีรถไฟ ตนเองนั้นอยู่หลังสนามกอล์ฟ เช่นเดียวกับอีกกว่า 100 ครอบครัว ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ที่สำคัญการพัฒนาการเอาพื้นที่ไปใช้ ซึ่งจะมีทั้งศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาเก็ต โรงแรม และอีกมากมาย พูดแต่เรื่องการพัฒนาการสร้าง แต่ไม่มีการพูดถึงพวกเราเลย จึงต้องมาเปิดตัวมาบอกให้รู้ว่าเราเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

 

 

ที่ผ่านมาก็พยายามต่อสู้พยายามเรียกร้องมาโดยตลอด จนทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่าที่ดินกับการรถไฟอย่างถูกต้อง แต่ก็มีเงื่อนไขต้องย้ายออกสำหรับที่อยู่ในเขตต้องขยายทางรถไฟ ซึ่งพวกเราเข้าใจไม่ได้ขัดขวางความเจริญพร้อมจะออกไป แต่ก็ได้ขอที่อยู่ที่ทำกินทดแทน ในรัศมี  5 กม. ที่ผ่านมาแทบจะไม่มีที่ให้ และก็เห็นว่าที่ของสนามกอล์ฟของการรถไฟเป็นที่ที่น่าจะสามารถให้พวกเราได้ ซึ่งครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ลดขนาดพื้นที่ลงแล้วใช้ไมกี่ไร่ แต่เมื่อมีโครงการพัฒนาเชิงธุรกิจนี้ขึ้นมา เราแทบจะไม่เห็นโอกาสเลย

 

 

 “เราไม่ได้ขวางความเจริญแต่ขอการพัฒนาที่เป็นธรรมให้กับเราด้วย จะพัฒนาเมืองให้เป็นสมาร์ทซิตี้ ก็ต้องสมาร์ททุกเรื่อง ไม่ใช่เราเสียสละฝ่ายเดียว เรามาช่วยพัฒนาจนป่าหาย อยู่มาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แต่พอเมืองพัฒนา โดยเฉพาะเอื้อให้นายทุน  ถ้าโครงการเพื่อขยายรถไฟ หรือทำโกดังของรถไฟ เราเข้าใจเพราะที่เป็นของการรถไฟ แต่นี่เป็นโครงการที่ทำโดยนายทุน เอาที่เหล่านี้ไปให้นายทุน และกระทบกับคนที่อาศัย ทำไมมองแต่เรื่องการพัฒนาตึกแต่ไม่มองการพัฒนาคน”  

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ได้มีประชาชนหลายคนได้ตั้งคำถามว่า ทำไมโครงการจึงมีเฉพาะการพัฒนาพื้นที่อาคารบ้านพัก อาคารสำนักงาน การรถไฟ สนามกอล์ฟ เท่านั้น แต่ไม่มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณตลาดผักผลไม้รถไฟ ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 26 ไร่ และเป็นโซนที่น่าจะได้รับการพัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก

 

 

 

 

 

 

ภาคประชาสังคม