ชาวนากาฬสินธุ์แห่ทำนาปรัง หลังราคาข้าวสูงขายได้กำไรหายจน(ชมคลิป)

11 ม.ค. 2562 14:07 น.
กาฬสินธุ์-ชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ในเขตใช้น้ำชลประทานเขื่อนลำปาว แห่ทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่ ซึ่งมีการเพาะปลูกทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า หวังขายผลผลิตได้ราคาสูง ตันละ 9,000 - 12,000 บาท เหมือนกับการขายข้าวนาปีที่ผ่านมา หลังจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี พร้อมขอบคุณรัฐบาล "บิ๊กตู่"ที่บริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้น เป็นความหวังใหม่ให้ชาวนาขายข้าวได้กำไรและหายจน

 

            วันที่ 11 มกราคม 2562 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาว หรือเขื่อนลำปาว  พบว่านอกจากจะมีการปลูกพืชผักตามฤดูกาล เพื่อยังชีพและจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ยังพบว่าเกษตรกรมีการทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่  ซึ่งมีการเพาะปลูกทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า ตามสภาพดินและเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่  เพื่อหวังขายผลผลิตได้ราคาสูง ตันละ 9,000 – 12,000 บาท เหมือนกับการขายข้าวนาปีที่ผ่านมา  หลังจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี  พร้อมขอบคุณรัฐบาล นำโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่สามารถบริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

 

            นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผญบ.บ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ต.ดอนสมบูรณ์ นับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินดี น้ำดี โดยได้รับน้ำจากคลองชลประทานลำปาวเกือบ 100% จึงเหมาะต่อการทำการเกษตรตลอดปี นอกจากจะมีการปลูกข้าวเป็นหลักแล้ว  ยังปลูกข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว พืชตระกูลแตง และพืชผักสวนครัวต่างๆ  จำหน่ายในตลาดชุมชน ตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และขนส่งจำหน่ายตลาดสดต่างจังหวัดอีกด้วย

            นายนาคินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเพาะปลูกในฤดูแล้งปีนี้ ในเขต ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และภาพรวมหลายอำเภอในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาว  จะเห็นว่ามีการทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่ หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมาพื้นที่ทำนาปรังลดหายไปมาก  เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ราคาตกต่ำ ต้นทุนการทำนาสูง และมีการส่งเสริมพืชทางเลือกหลายชนิด แต่ในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปรังปีนี้ ชาวนาต่างหันมาเพาะปลูกข้าวนาปรังเกือบทุกราย  ซึ่งเป็นผลพวงมาจากปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาล มีมาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง เช่นมอบปัจจัยการผลิต  ปรับราคารับซื้อสูงขึ้น รวมทั้งช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว  และโครงการปรับปรุงคุณภาพข้าวด้วย

 

             นายนาคินทร์ กล่าวอีกว่า  จากการสอบถาม ทราบว่าสาเหตุที่พากันหันมาทำนาปรังมากขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขายผลผลิตข้าวนาปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ราคาดีมาก ตันละ 9,000 – 12,000 บาท บางรายขายข้าวเจ้ามะลิได้สูงถึงตันละ 13,000 - 14,000 บาท  โดยรัฐบาลสามารถบริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือชาวนาดังกล่าว  จึงเป็นแรงจูงใจให้หันมาทำนาปรังกันมากขึ้น  ทั้งนี้ ได้เน้นทำนาอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีตามนโยบายนายไกรสร  กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์  อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าราคารับซื้อผลผลิตข้าวนาปรัง ราคารับซื้อจะอยู่ในระดับเดียวกับข้าวนาปี ที่จะทำให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดี มีกำไร มีเงินใช้หนี้และเหลือเก็บ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และหายจากสภาพความยากจน

 

             “ในนามตัวแทนชาวบ้านต้อง ขอบคุณรัฐบาล นำโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ที่แบกรับค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการทำนาที่สูงขึ้น และหามาตรการที่จะโอบอุ้มช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดมอบปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร จัดโครงการประชารัฐ โครงการ 9101 โครงการไทยนิยมยั่งยืน รวมทั้งมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ชาวบ้านฐานะยากจน ผู้มีรายได้น้อย ด้อยโอกาส และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และได้รับการบริการและสิทธิอย่างเท่าเทียม”   นายนาคินทร์กล่าว

 

เกษตร