ตำรวจภูธรอุบลฯ เจรจาไกล่เกลี่ยคืนทรัพย์สินให้ปชช.755รายการ

10 ม.ค. 2562 21:28 น.
อุบลราชธานี -ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ตำรวจภูธรจังหวัด อุบลฯ สรุปผลการดำเนินการคือทรัพย์สินของประชาชนตั้งแต่ วันที่ 27 ก.ค. 2561 - 9 ม.ค. 2562 โดยยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 910 รายการ รวมรวบทรัพย์สินคืนให้กับประชาชนทั้งสิ้น 755 ราย

 

            วันที่ 10 มกราคม 2562 ที่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน ตำรวจภูธร จ.อุบลราชธานี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี และ พ.อ.ชูชาติ อุปสาร เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 22 พร้อมด้วยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สรรพากรพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ธุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ได้สรุปข้อมูลพร้อมกับได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยเจรจาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2561 – 9 ม.ค. 2562 ยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 910 รายการ รวมรวบทรัพย์สินคืนให้กับประชาชนทั้งสิ้น 755 รายได้

 

           เช่น โฉนดที่ดินจำนวน 715 ฉบับ รถยนต์ จำนวน 5 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 35 คัน รวมทรัพย์สินคงค้างอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ยจำนวน 155 ราย เป็น โฉนดที่ดินจำนวน 155 ราย การรับคำร้องทุกข์ทั้งสิ้นรวมจำนวน 48 คดี อยู่ระหว่างการดำเนินการ 5 คดี ส่งสำนวนอัยการแล้ว 43 คดี ชั้นอัยการจำนวน 22 คดี อยู่ระหว่างศาลสืบเสาะจำนวน 14 คดี (สภ.เมืองอุบลฯ 15 คดี) ศาลตัดสินแล้วจำนวน 7 คดี

 

 

           พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กล่าวว่า สำหรับศูนย์ป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนของตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดศูนย์มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2561 และได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยเจรจาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ เป็นโฉนดทั้งสิ้นที่เราคืนไปจำนวน 5 ครั้งประมาณ 700 กว่าฉบับ แล้วก็ดำเนินคดีกับเจ้าหนี้เรียกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และการตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้ดำเนินคดีกว่า 40 ราย และปัจจุบันก็ได้ดำเนินการ ไกล่เกลี่ยเจรจาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ อยู่เรื่อยๆเพราะว่ายังมีพี่น้องประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบก็นำข้อมูลมาแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็จะนำไปตรวจสอบพิสูจน์ทราบ สำหรับนายทุนหรือผู้ประกอบอาชีพลักษณะให้กู้ยืมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดทางเราก็มีข้อมูลอยู่เราจะมีการปฎิบัติการในโอกาสหน้านี้ ส่วนมากนายทุนกลุ่มนี้ก็จะโดนดำเนินคดีในข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และถ้าเกิดมีฝ่ายลูกหนี้เป็นจำนวนมากก็จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนก็เป็นความผิดมูลฐานที่สามารถใช้กฎหมายของ ปปง. ได้

 

คุณภาพชีวิต