ลำปางสร้างเครือข่ายตลาด"โกโก้" พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่

19 ธ.ค. 2561 16:52 น.
ลำปาง- ลำปางสร้างเครือข่ายตลาดโกโก้ พืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ โตเร็ว ทนแล้ง ให้ผลผลิตสูง สร้างอาชีพแก่ชุมชน

 

            นายทรงพล  สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ในส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ชุมชนบ้านท่าเกวียน หมู่ที่ 7 ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ร่วมเยี่ยมชมพื้นที่แปลงปลูกต้นแบบ “สวนโกโก้” ของนายพิศุทธิ์  หอมบุปผา เกษตรกรผู้บุกเบิกปลูกโกโก้อำเภอเถิน พร้อมร่วมพบปะเจ้าของพื้นที่แปลงปลูกทำการปรึกษาหารือถึงทิศทางการตลาด ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเป็นแนวทางเตรียมการผลักดันขับเคลื่อนแผนงานพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจ ตามวาระจังหวัด “ลำปาง ปันสุข” และ “ลำปาง เกษตรสุขภาพ เกษตรคุณภาพ ตลาดนำการผลิต”

 

             โดยการนี้นายพิศุทธิ์ฯ เจ้าของแปลงปลูกสวนโกโก้อำเภอเถิน ได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์พื้นที่แปลงปลูก “โกโก้” รวมถึงความต้องการของตลาดในการรับซื้อผลผลิต ซึ่งนายพิศุทธิ์ฯ ได้กล่าวว่า “โกโก้” ถือเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ โดยคนไทยได้รู้จัก “โกโก้” มานานในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่ยังไม่เป็นที่นิยมปลูก

 

           เนื่องจากไม่รู้จักสายพันธุ์และวิธีการทำตลาด ซึ่งที่ผ่านมาผลผลิตโกโก้ ได้มีการนำมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมหลายอย่าง อาทิเช่น อุตสาหกรรมอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรมยา, เครื่องสำอาง และยาสูบ เป็นต้น โดย “โกโก้” เป็นพืชที่ปลูกง่ายโตเร็วใช้เวลาในการบำรุงดูแลรักษาช่วงระยะ 1-2 ปีแรกเท่านั้น และปีที่ 3 จึงจะเริ่มออกดอกติดผลให้เก็บเกี่ยวได้ ซึ่ง “โกโก้” แต่ละต้นก็จะให้ผลผลิตที่ต่อเนื่องสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 1 ครั้ง/เดือน แต่ปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ระยะยาวถึง 60 ปี

 

 

             สำหรับในส่วนของสถานการณ์ตลาด นายพิศุทธิ์ฯ ได้กล่าวว่า ปัจจุบันผลผลิตเมล็ดแห้งโกโก้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก เฉพาะประเทศไทยมีความต้องการเมล็ดโกโก้แห้งสูงถึง 50,000 ตัน/ปี ขณะที่ภายในประเทศสามารถผลิตได้เพียง 200 ตัน/ปี ซึ่งในส่วนนี้ทำให้ประเทศไทยจึงยังต้องการพื้นที่ให้เกษตรได้ทำการปลูกพืช “โกโก้” เพิ่มมากขึ้น

 

             โดยหากจะให้เพียงพอต่อความต้องการ จะต้องใช้พื้นที่ปลูกมากถึง 5 ล้านไร่ ในขณะที่ปัจจุบันมีเกษตรกรปลูก “โกโก้” อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง อีสาน และภาคเหนือ รวม 48 จังหวัด มีพื้นที่ปลูกจริงเพียง 5,000 ไร่ และในส่วนของเรื่องสายพันธุ์ นายพิศุทธิ์ฯ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “โกโก้” ที่เหมาะจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกควรเป็นสายพันธุ์ I.M.1. เนื่องจากพันธุ์ดังกล่าวได้มีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกในเขตภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคเหนือของประเทศไทย ด้วยมีลักษณะเด่น คือ เจริญเติบโตเร็ว ทนแล้ง ให้ผลผลิตสูง เมล็ดแห้งมีขนาดและคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด

 

             ทั้งมีปริมาณไขมันสูงและยังมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ โดยโกโก้เพียง 1 ไร่ สามารถที่จะทำรายได้ให้เกษตรกรหลังหักลบต้นทุนแล้ว มากกว่า 50,000 บาทต่อปี ดีกว่าปลูกพืชอื่นๆ อีกหลายๆ ชนิด จากข้อมูลดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มีความสนใจในพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ “โกโก้” โดยจะได้มีการนำไปส่งเสริมให้ชาวบ้านชนเผ่าบนพื้นที่สูงปลูกทดแทนพืชเชิงเดี่ยวในโอกาสต่อไป

 

             ทั้งนี้เพื่อจะช่วยในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวบ้านพี่น้องชนเผ่าบนพื้นที่สูงให้มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง เพื่อจะแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงในการทำไร่เลื่อนลอย ตลอดจนยังเป็นการช่วยลดปัญหาเรื่องการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งจะช่วยสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นแก่สังคมส่วนรวม

 

 

             อย่างไรก็ตามสำหรับเกษตรกรรายใดที่มีความสนใจอยากเปลี่ยนอาชีพมาปลูก “โกโก้” จำหน่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นายพิศุทธิ์  หอมบุปผา เบอร์โทรศัพท์ 08-5732-3861

 

 

เกษตร