ขอนแก่น เจ้าภาพจัดมหกรรมผ้ามัดหมี่โลกยกระดับผ้าทอมือภูมิปัญญาท้องถิ่น

4 ธ.ค. 2561 17:31 น.
จังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมผ้าไหมมัดหมี่โลก 2018 สืบสานภูมิปัญญาผ้ามัดหมี่ ยกระดับผ้าทอมือของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน หลังขอนแก่นได้รับประกาศเป็นเมืองแห่งผ้าไหมมัดหมี่โลกและสกลนครได้รับประกาศเป็นเมืองแห่งสีครามจากธรรมชาติจากสภาหัตถกรรมโลก

       วันที่ 4 ธ.ค.2561 ที่โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ขอนแก่น ได้มีการจัดงานมหกรรมผ้ามัดหมี่โลกและเสวนา 2018 สืบสานภูมิปัญญาสู่อนาคต “ World Ikat Textiles Symposuim(WITS) 2018 : Tying Heriyage for the Future “ โดย Dr.Ghada H.Qaddumi ประธานสภาหัตถกรรมโลก ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ได้มีพิธีมอบ WCC -  World Craft City for Mudmee (Ikat) Textiles ให้กับจังหวัดขอนแก่น  WCC - World Craft City for Natural Indigo .ให้กับจังหวัดสกลนคร และ ยังมอบ WCC- World Craft City of Excellence for Handcraft Products จำนวน 13 รางวัล จากนั้นได้ร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมมัดหมี่โลก โดยมี ดร.สุภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย Mr.Edric Ong ประธานสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ร่วมมัดหมี่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

 

 

โดยมหกรรมมัดหมี่โลกได้มีกำหนดจัด 3 วันระหว่างวันที่ 4 – 6 ธ.ค. โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการมัดหมี่นานาชาติ ผลงานผ้ามัดหมี่ทอมือจากนานาชาติ บูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทอมือที่ขึ้นชื่อของหลายแหล่งผลิตจากทั่วประเทศ  และยังมีการสาธิตการย้อมสีจากธรรมชาติ การมัดหมี่ การย้อมคราม และมีการแสดงแฟชั่นโชว์ในงานกาล่าดินเนอร์ มีการสัมมนา เช่นหัวข้อภูมิปัญญามัดหมี่ ตลาดผ้ามัดหมี่ มัดหมี่และหัตถกรรมในการศึกษา รวมทั้งการเจรจาธุรกิจและการลงพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญของจังหวัดขอนแก่นที่บ้านหัวฝาย อ.ชนบท และเยี่ยมชมงานเทศกาลไหมนานาชาติขอนแก่น ที่กำลังจัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

 

 

ดร.สุรภีร์ โรจนวงศ์ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย กล่าวว่า ประเทศไทยโดยจังหวัดขอนแก่น ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมผ้ามัดหมี่โลก เป็นครั้งที่ 4 ของโลก โดยครั้งแรกจัดที่ประเทศอังกฤษ ครั้งที่ 2 ที่ประเทศอินเดีย ครั้งที่ 3 ที่มาเลเซีย การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้ามัดหมี่และเผยแพร่ชื่อเสียงผ้ามัดหมี่ให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งยกระดับผ้าทอมือ ส่งเสริมให้การผลิตผ้ามัดหมี่สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เป็นที่กว้างขวางทั้งระดับประเทศและระดับโลก เป็นการสร้างเครือข่ายผ้ามัดหมี่ให้แข็งแกร่ง สานต่อภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรมสู่อนาคต

 

 

 ในฐานะที่เป็นสมาชิกผู้แทนประเทศของสภาหัตถกรรมโลก และผู้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน ได้ตระหนักถึงความร่วมมือเพื่อพัฒนาการผลิตด้านหัตถกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของผ้ามัดหมี่ระหว่างผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ซื้อ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาการ สถาบันการศึกษา ประเทศไทยเองนั้นหลายจังหวัดมีความโดดเด่นในงานศิลปหัตถกรรม สามารถก้าวสู่การเป็นเมืองหัตถกรรมโลก หรือ WCC  World Craft City และมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ได้รับการเป็น World Craft City มากที่สุดในโลก ขณะนี้มีแล้วคือเมืองแห่งสีครามธรรมชาติที่สกลนคร และล่าสุดคือเมืองแห่งมัดหมี่โลกที่ขอนแก่น

 

 

ดร.สุภีร์ กล่าวอีกว่า งานครั้งนี้เราเจาะโดยตรงที่ผ้ามัดหมี่ ซึ่งเป็นผ้าที่รักอยู่แล้ว เห็นประโยชน์ว่า ถ้าขายไม่ได้คนผลิตก็ไม่ทำ งานนี้ต้องอนุรักษ์เอาไว้ รัฐบาลตอนแรกไม่เข้าใจ หัตถกรรมเป็นธุรกิจที่ตายแล้ว ต่อสู้มาโดยตลอดว่าไม่ใช่ จะเห็นว่าตอนนี้ความต้องการของตลาดมีไม่น้อย ขณะที่เรามีภูมิปัญญา สามารถผลิตด้วยมือไม่ใช่เครื่องจักร แต่ละผืนแต่ละลาย สวยงาม ไทยเองนั้นมีจุดเด่นมีฝีมือ การทำมัดหมี่ถือว่าเป็นคณิตศาสตร์ชั้นสูง ที่เกิดจากภูมิปัญญา จึงต้องรักษาเอาไว้และสร้างให้มีคนรุ่นหลังได้อนุรักษ์เพื่อให้เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

ศิลปะวัฒนธรรม