ชัยภูมิ - คืบหน้า จัดฉากดราม่าก้มกราบ นายอำเภอ เหตุเรียก200ล้าน!

4 ธ.ค. 2561 12:59 น.
จาก บ.ตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านบ้านเรือนประชาชนใน เขตอ.หนองบัวระเหว วอนขอทุกฝ่ายเห็นใจชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบไม่มีใครอยากได้เงินค่าชดเชยและอย่างให้อยู่ร่วมกันกับคนในชุมชนได้เท่านั้น ด้านลุงก้มกราบนายอำเภอยันไม่มีเจตนาเป็นเพราะเดือดร้อนจริงๆเท่านั้น พร้อมฝากขอโทษนายอำเภอที่เกี่ยวข้องด้วย

( 4 ธ.ค.61 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ จากกรณีมีบริษัทเอกชนเข้ามาปักเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรองรับการผลิตจ่ายกระแสไฟฟ้าจากกังหันลม อยู่ในพื้นที่ อ.ซับใหญ่และอ.เทพสถิต ที่ส่งผ่านมายังสถานีย่อยในพื้นที่ต.โคกสะอาด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

เพื่อส่งขายให้การกับการไฟฟ้าจนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในพื้นที่ 3หมู่บ้าน ของอ.หนองบัวระเหว ในรอยต่อ หมู่3 บ้านหนองโจด หมู่ 7 บ้านโนนหญ้านาง และหมู่ 9 บ้านหนองบัวระเหว ต.หนองบัวระเหว และมีข่าวเรื่องดราม่าชาวบ้านก้มกราบนายอำเภอไปทั่วโลกโซเชียลมาต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเรียกร้องเงินชดเชยผลกระทบสูงมากกว่า 200 ล้านบาท ทั้งชาวบ้านที่ถูกผาดพิงว่าเป็นแกนนำ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องผลกระทบต่อชาวบ้านในพื้นที่ครั้งนี้ด้วย

ซึ่งล่าสุด ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ในกระแสดราม่าที่เกิดขึ้น ออกมาให้ข้อมูลเพื่อขอความเป็นธรรมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าในกรณีที่เกิดขึ้นว่าไม่มีใครเป็นแกนนำในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องที่อยากจะขอความเห็นใจและความเป็นธรรมจากหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพราะปัญหาความเดือดร้อนจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจนมาจนปัจจุบันได้อีก

ซึ่งชาวบ้านที่เดือดร้อนและมีคลิปกล่าวอ้างว่าชาวบ้านที่เดือดร้อนร้องเรียกค่าชดเชยสูงกว่า 200 ล้านบาทนั้นจึงอยากฝากแจงข้อเท็จจริงจากชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในข่าวไปแล้วนั้น เพื่อขอออกมาชี้แจงผ่านสื่อในครั้งนี้ด้วย รวมจำนวน 3 ท่าน

โดยมีนายวิชัย  สิทธิสูงเนิน อายุ 55 ปี ชาวบ้านเลขที่ 55/1 หมู่ 3 บ้านหนองโจด ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า จากกรณี ที่มีข่าวภาพของตนเองก้มกราบนายอำเภอหนองบัวระเหว เพื่อเรียกขอความเป็นธรรมและมีภาพแชร์ออกไปว่านายอำเภอเดินหนีเมินแก้ปัญหาให้ชาวบ้านนั้น และครั้งนี้ถูกมองว่าตนเองดราม่านั้น ขอชี้แจงขอความเป็นธรรมให้กับตนเองด้วยว่า ตนไม่ได้ดราม่าหรือแม้แต่คำว่าดราม่าตนก็ไม่รู้จัก ซึ่งที่ภาพออกมาเช่นนั้น ก็เพราะว่าวันดังกล่าวนั้น ได้มีผู้รับเหมานำรถมาทำการปักเสาไฟฟ้าในชุมชนและหน้าบ้านตนพร้อมกันนี้ยังมีการนำรถแม็คโฮมาขุดต้นจันผาที่ตนปลูกไว้เป็นเวลานานจนมีสิ่งของบริเวณหน้าบ้านเสียหาย

แต่ในขณะเดียวกันตนก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่ อส.ขับรถมาจอด ซึ่งตนก็พอรู้จักกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจึงได้เข้าไปถามว่าใช่นายอำเภอหรือเปล่าแล้วต้น ก็ได้ก้มกราบลงไปที่พื้นเพื่อจะขอความช่วยเหลือเพราะที่ผ่านมาตนร้องเรียนไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือตนเองได้ โดยการกราบครั้งนี้ตนก็คิดว่านายอำเภอเป็นพ่อบ้านแม่เมืองคนหนึ่งที่เคารพ แต่เนื่องจากตนเดือดร้อนจริงๆจึงต้องขอกราบเพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านซึ่งภาพที่ถ่ายไว้ตนไม่มีการจัดฉากหรือเตรียมการไว้ดังที่เป็นข่าวจริงๆ ซึ่งภาพดังกล่าวบุตรสาวของตนได้ถ่ายเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาทำการปักเสาไฟฟ้าและได้หันมาเห็นตนกำลังก้มกราบนายอำเภอจึงได้ถ่ายภาพไว้และเอามาแชร์จนเป็น กระแสไปต่างๆนานา ซึ่งตนก็ต้องขอโทษแทนลูกที่ได้แชร์ภาพที่ไม่เหมาะสมในครั้งนี้ด้วย เพราะว่าลูกก็คงคิดไม่ถึงว่าจะเกิดกระแสขนาดนี้ต้องขอโทษมาในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งการเรียกร้องของตนและชาวบ้านหนองโจด จำนวน 18 ครัวเรือน นั้นไม่ได้หวังเรื่องค่าชดเชยใดๆเพียงแต่ว่าอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เขามาดูแลและแก้ไข้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วยซึ่งตนเองได้รับความเดือดร้อนมาก ก็คือว่าตนเองมีที่ดินเพียง 78 ตารางว่าต้องมาโดนเสาไฟฟ้าตั้งขวางหน้าบ้านและสายไฟฟ้าพาดผ่านอีกจะให้ทำเช่นไร ซึ่งทำให้ตนเกิดการผวาทั้งเสาไฟฟ้าจะล้มทับบ้านไหนจะกระแสไฟฟ้าที่มีความเสี่ยงจะกระโดดมาใส่หลังคาบ้านอีกทั้งนี้ชาวบ้านยังผวาเสาไฟฟ้าจำนวนมาที่มาปักผ่านชุมชนเป็นจำนวนมากอีกโดยปักจากถนนสาย 2170  หนองบัวใหญ่-หมู่บ้านหนองจาน บริเวณบ้านหนองโจดผ่านในหมู่บ้านไปยังวัดป่าไม้แดง ไปเชื่อมต่อ ถนนสาย 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ บ้านโนนหญ้านาง หมู่7 ไปยังหมู่ 9 บ้านหนองบัวระเหว ระยะทางกว่า 3 กม. ซึ่งแนวทางแก้ไขชาวบ้านในจุดนี้จริงๆส่วนตนเองไม่อยากได้เงินชดเชยใดๆ และอยากให้มีการแก้ไข โดยการนำเอาแนวเสาไฟฟ้าออกไปปักอยู่นอกชุมชน ในจุดนี้เพื่อหาแนวทางอ้อมไปทางอื่นจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยและอันตรายในด้านต่างๆที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตได้ ซึ่งชาวบ้านไม่ขอเรียกค่าชดเชยเพียงแต่ขอให้มีการแก้ไขตามที่ชาวบ้านขอก็พอแล้วในครั้งนี้ หากไม่แก้ไขชาวบ้านก็จะขอต่อสู้จนถึงที่สุดต่อไป เพราะมาจนวันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครมาให้คำตอบได้จนส่วนหนึ่งเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ต้องหวังพึ่งก้มกราบนายอำเภอช่วยในครั้งนี้เท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่นใดเลย

ในขณะที่อีกด้าน นางวิริยะสมร  บัวทอง (เสื้อสีชมพู) ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการปักเสาไฟฟ้าแรงสูงและเสียหายจากการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน ก็ได้ขอออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย และอยากให้มีการปลดข่าวที่นำเสนอคลาดคเลื่อนทางยูทูปในขณะนี้ทั้งหมดด้วย  และขอให้มีการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง โดยให้แก้ข่าวที่กล่าวว่าตนเป็นแกนนำนั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งตนก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปักเสาไฟฟ้าดังกล่าวด้วยเช่นกัน  จากกรณีที่มีการให้ข่าวว่าตนเป็นแกนนำ และเรียกร้องเงินชดเชยครั้งนี้ 200 ล้านบาทนั้นเป็นข่าวเท็จ ซึ่งตนไม่เคยเรียกร้องใดๆซึ่งที่เห็นในคลิปนั้นก็คือการพูดคุยของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกรายเช่นกัน โดยคนในคลิปได้ทำธุรกิจปั้มน้ำมันแต่ก็ผวาจากการสร้างเสาไฟฟ้าจึงได้คุยเจรจากับกลุ่มตัวแทนที่มาคุยโดย ได้ให้ทำตามที่พูดกันหากทำไม่ได้ก็เลยพูดออกไปว่า”ไม่เช่นนั้นก็ให้ซื้อกิจการไปเลยในราคา 200 ล้านบาท ไม่ได้เรียกค่าชดเชยแต่เป็นการบอกขายกิจการดังกล่าว หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการแก้ไขปัยหาการตั้งเสาสายไฟฟ้าผ่านพื้นที่ได้จนมีการแชร์คลิปไปในทางที่คลาดเคลื่อนไปอีกจำนวนมาก ซึ่งอยากให้เห็นผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ครั้งนี้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจริงใจในการเร่งเข้ามาแก้ปัญหาในครั้งนี้โดดยเร็วด้วย

ก่อนที่นางวิริยะสมร  บัวทอง กล่าวต่ออีกว่า ตนอยู่บริเวณที่ตรงนี้มาช้านานตั้งแต่สมัยถนนเป็น รพช.จนมีโฉนดที่ดินอยู่ติดกันจำนวน 3 แปลงคือ1.โฉนดที่ดิน 2416 เล่มที่ 25 หน้า16  และ2. เลขที่ 2418 เล่มที่ 25หน้า 18 และ 3 เลขที่ 3293เ ล่มที่ 33 หน้า 93 ตำบลหนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 ชัยภูมิ-นครสวรรค์ และได้มีการปลูกสร้างบ้านเรือนต้นไม้และอื่นในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้ตนได้รับความเดือดร้อนจาการสร้างเสาไฟฟ้าในครั้งนี้ ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่รับเหมาได้มีการตัดโคล่นต้นมะม่วง ที่ปลูกไว้อายุหลายปีเสียหายอีกด้วย

ซึ่งจากนี้ต่อไปตนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจะได้เรียกต่อสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกับวอนให้นายกรัฐมนตรีส่งผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านเป็นการด่วนด้วย

ในขณะที่อีกนางอนงค์  บมขุนทด อายุ 42 ปี  (เสื้อดำ) เจ้าของปั้มน้ำมันในพื้นที่หมู่ 9 ที่ได้รับผลกระในครั้งนี้พร้อมกับได้รับความเสียจากการแชร์คลิปอ้างว่าตนเป็นคนเรียกรับค่าชดเชย 200 ล้านบาทนั้น ตนขอชี้แจงมา ณ.โอกาสนี้ด้วยว่า จากรณีที่เป็นคลิปนั้นมีบางส่วนถูกตัดต่อทำให้สังคมมองตนไปในทางที่ไม่ดี ขอชี้แจงขอความเป็นธรรมให้ตนเองด้วยว่า ตนไม่ได้เรียกร้องค่าชดเชยใดเลย เพียงแต่เป็นการเจรจากันครอบครัวตนกับผู้รับเหมาว่า ให้ช่วยแก้ไขในการปักเสาไฟฟ้าในครั้งนี้ให้ด้วย

โดยตนได้เสนอไปว่า ตนทำปั้มน้ำมันเมื่อมีเสาไฟฟ้าผ่านมาหน้าปั้ม ซึ่งมีกระแสไฟฟ้ากำลังสูงมากกว่าแสนโวลนั้นมีความเสี่ยงกับธุรกิจตนมาก เพราะว่าจะเกิดการกระโดดของกระแสไฟฟ้ามายังปั้มน้ำมันที่มีความไวไฟสูงตนจึงเสนอให้มีการทำท่อรอดใต้ดิน หรือเดินเสาออกนอกเขตชุมชนหากแก้ไขไม้ได้ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องให้มาซื้อกิจการและที่ดินจำนวน 8 ไร่ ติดถนน 4 เลนนี้ไปเลยเพราะตนเกรงจะเกิดอันตรายต่อตนเองและครอบครัวและผู้มาใช้บริการจึงได้ประกาศขายไปเลยในราคา 200 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ได้เรียกค่าชดเชยเลยแต่มีการตัดบางส่วนออกไปแล้ว นำมาแชร์ในทางที่คลาดเคลื่อนจนเป็นกระแสข่าวตนจึงขอชี้แจงและขอความเป็นธรรมด้วยหากยังไม่แก้ไขตนและชาวบ้านก็จะขอใช้สิทธิ์ต่อสู้ขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วยอย่างถึงที่สุดต่อไป

ด้านนางสาวสุกัญญา  กุลสุวรรณ์ นายอำเภอหนองบัวระเหว ล่าสุดต่อกรณีที่เกิดขึ้นแจ้งว่า ขอไม่ให้ข้อมูลใดๆอีกและไม่อยากให้มีการนำไปตีความต่อประเด็นกรณีที่เกิดขึ้นอีกเลยในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งต่อกรณีที่เกิดขึ้นก็มีการส่งข้อความชี้แจงผ่านสื่อมวลชนในครั้งนี้เพิ่มเติมมาด้วย ต่อกรณีที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมดังนี้ด้วย ก้มกราบนายอำเภอ : ทุกข์หนัก หรือ ดราม่า ? (ประเด็นไฟฟ้าแรงสูง  : กับชุมชนบ้านหนองโจด)

มีคำถามจากชุมชน : 1. การปักเสาไฟฟ้าแรงสูง(115,000v) กับถนนแคบเพียง 6-8 เมตร ทั้งที่เป็นบ้านนอกชนบท เหมาะสมแล้วหรือ  จำเป็นต้องเบียดหลังคาบ้านเรือนของคนในชุมชนขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งที่มีที่ดินในชนบทที่เพียงพอ

2. การนำความเจริญมาซึ่งจังหวัดชัยภูมิ  จำเป็นต้องมีคนเสียสละ นั้น  “เกลี่ยสุข เกลี่ยทุกข์ แล้วหรือยัง”  ผ่านการพิจารณา อยู่ในความชอบธรรมแล้วหรือยัง  หรือ คนจังหวัดชัยภูมิ เป็นล้านคน  แต่ อยู่บนความทุกข์อีก 50-100 คน    ก็อยากจะถามว่า “คนล้านคน เกลี่ยสุข เกลี่ยทุกข์ มาหาคน 50-100 คน หรือยัง” มีบางคนแทบหาที่อยู่ ที่ทำกินไม่ได้ (คนก้มกราบเคยเข้านอนรักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว  และยังมีคนในชุมชนที่เคยความดันโลหิตสูงขึ้นอีก เนื่องจากผลกระทบดังกล่าว)

คำถามนี้ยังไม่รวมประเด็นที่มาของการซึ่งได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอันเกิด จากการก่อปักเสาไฟฟ้าแรงสูงเป็นเหตุทำให้ชาวบ้าน เพราะมีทั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินติดถนนสาธารณะสายดังกล่าว ที่มีความกว้างเพียง 6 - 8 เมตร (ถนนมีขนาดไม่เท่ากัน ตลอดสาย)และระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และคนงานบริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด ได้ขุดพื้นที่ถนนสาธารณะทำให้ถนนมีความแคบลง และมีการทำลายหลักหมุดโฉนดที่ดินที่ทางราชการได้ทำไว้เพื่อเป็นแนวหลักเขตที่ดินของชาวบ้าน และไม่ได้ติดตั้งเสาไฟภายในขอบเขตพื้นที่ของถนนทางหลวงแผ่นดินตามหนังสืออนุญาตของกรมทางหลวง อีกด้วย  (เดิมกรมทางหลวงอนุญาตการปักเสา, พาดสาย, ดันท่อลอด, ก่อสร้างบ่อพัก (Manhole) และลิดรอนกิ่งไม้ ในเขตทางหลวงแผ่นดิน 225ตอน น้ำอ้อม – หนองบัวระเหว ระหว่าง กม.222+807 – กม. 223+000 ด้านซ้ายทางและด้านขวาทาง และในเขตทางหลวงหมายเลข 2170 ตอน วัดปทุมชาติ –หนองจาน ระหว่าง กม.27+957 – กม.30+714 ด้านซ้ายและขวา)

นอกจากนั้นประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่/มีที่ทำกิน ก็จะทำให้เกิดความเสี่ยง ดังนี้ 1. ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับตัวระบบไฟฟ้าเอง และ/หรือเกิดกับสิ่งที่มาเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าไฟช็อตจากคลื่นแม่เหล็กรั่วไหล 

2. เสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ 3. ทำให้ทัศนวิสัยของบ้านเรือนที่อยู่อาศัยตามหลักฮวงจุ้ยก็ไม่ดี 4. ระยะรอนสิทธิไม่สามารถก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทุกประเภทได้ แม้แต่ปลูกพืชก็ปลูกได้เฉพาะพืชสูงไม่เกิน 3 เมตรเท่านั้น 5. มูลค่าที่ดินจะต่ำลง (ที่มา: https://thinkofliving.com/forum/11106/ปรึกษาเรื่องหมู่บ้านที่ใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูง 2018) (รู้ว่านายอำเภอเพิ่งย้ายมา) #ทุกข์ขนาดนี้  เงิน 200 ล้าน จะแลกไหมกับเสาไฟตลอดชาติ  #200ล้าน ใครเคยจ่าย/ใครเคยรับ ในประเทศนี้ #สื่อมวลชนฟังเสียงใคร ฟังเสียงของคนทุกข์ออกไหมว่าต้องการอะไรจากใจ จากประสบการณ์ที่มี

ซึ่งชาวบ้านทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ฝากขอความเป็นธรรมฝากสะท้อนถึงปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแนวทางแก้ปัญหาครั้งนี้ที่ชัดเจนต่อไปโดยเร็วในครั้งนี้ด้วย

ภาคประชาสังคม