ครูสาวเลี้ยงด้วงมะพร้าว สร้างรายได้เสริม เลี้ยงง่ายพื้นที่น้อย

30 พ.ย. 2561 20:30 น.
หนองบัวลำภู-ครูสาวหนองบัวลำภูไม่อยู่นิ่งมองหารายได้เสริม เลี้ยงด้วงมะพร้าวใส่กะละมังวางตามหลังบ้าน เป็นรายได้ให้เดือนละกว่า 5,000 บาท

         นางนาฎยา ถุนพุฒดม หรือครูรุ่ง วิทยาฐานะชำนาญการ อายุ 33 ปี ทำงานอยู่ที่ ศูนย์การศึกษาพิเศษหนองบัวลำภู ซึ่งได้ใช้บ้านพักในหมู่บ้านจัดสรรริมถนนรอบเมืองหนองบัวลำภู ในเขตตัวเมืองหนองบัวลำภู เป็นสถานที่เลี้ยงด้วงมะพร้าว เป็นงานเสริมจากงานประจำ เริ่มเลี้ยงมาได้ประมาณปีกว่าๆ ทำให้ในแต่ละเดือนมีรายได้มาเสริมเศรษฐกิจครอบครัว เดือนละประมาณ 5,000 บาท จากการเลี้ยงแบบหลังบ้าน ซึ่งขั้นตอนการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากเลย แต่รายได้ถือว่าคุ้มค่ากับการเลี้ยง เป็นงานเสริมพื้นที่ก็ไม่ต้องมากก็เลี้ยงได้

       สำหรับด้วงงวงมะพร้าว หรือ ด้วงสาคู จัดว่าเป็นด้วงงวงขนาดกลาง ตัวเต็มวัย ปีกมีสีน้ำตาลดำ อกมีสีน้ำตาลและมีจุดสีดำ มีขนาดลำตัวยาว ประมาณ 25-28 มิลลิเมตร ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีขนาดและลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ตัวผู้มีขนที่ด้านบนของงวงใกล้ส่วนปลายงวงจะใหญ่ ส่วนตัวเมียจะงวงเล็กยาวไม่มีขน ขณะเป็นตัวหนอนมีสีเหลืองปนน้ำตาล เมื่อโตเต็มวัยจะเข้าสู่ดักแด้เป็นปลอกทำด้วยเศษชิ้นส่วนจากพืชที่กินเป็นอาหาร แต่ก่อนด้วงงวงชนิดนี้นับเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง ของต้นพืชตระกูลปาล์ม เช่น มะพร้าว สาคู และลาน ในประเทศไทยพบมากที่ภาคใต้ ตัวหนอนจะอาศัยและกัดกินบริเวณยอดอ่อน ตัวเต็มวัยจะเกาะกินเนื้อเยื่อด้านในของลำต้นลึกจนเป็นโพรง ซึ่งอาจทำให้ต้นตายได้

     แต่ในปัจจุบันนี้ แมลงชนิดนี้ได้กลายมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น เพราะมีรสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีนสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เลยทีเดียว และยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ทอด คั่วเกลือ หมก แกง หรือผัด เรียกได้ว่า ทำได้สารพัดเมนู ไม่แพ้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ กันเลยทีเดียว มีราคาซื้อ-ขายสูงถึง กิโลกรัมละ 300-400 บาท โดยระยะจากไข่-หนอน-ดักแด้ ใช้เวลา 60 วัน ตัวเต็มวัยมีอายุ 2-3 เดือนตัวเมียใช้เวลาวางไข่นาน 5-8 สัปดาห์ ในปริมาณเฉลี่ย 400 ฟอง ครูนาฎยา เล่าว่า การเลี้ยงด้วงมะพร้าวส่วนหนึ่งจะมีการเลี้ยงที่หมู่บ้านจัดสรรที่ตัวเองพักอยู่ มีประมาณ 40 กะละมัง แต่อีกส่วนหนึ่งได้เลี้ยงไว้ที่บ้านแม่ ที่ตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง ประมาณ 300-400 กะละมัง เนื่องจากในหมู่บ้าที่ตัวเองอาศัยอยู่ พื้นที่อยู่ติดกัน อาหารของด้วงนั้นจะมีเศษชิ้นส่วนจากมันสำปะหลัง และค่อนข้างจะมีกลิ่นเลยเลี้ยงไม่มาก กลัวการรบกวนเพื่อนบ้าน ในการเลี้ยง พอดีสามีได้ไปซื้อด้วงชนิดนี้มาทอดรับประทาน แล้วเกิดติดใจเห็นว่าราคาขายก็แพงอยู่ กอปรกับในช่วงนั้นกำลังคิดหาอาชีพเสริมและพยายามศึกษาหาอาชีพที่เหมาะสมกับตนเองและสะดวกง่าย ซึ่งจะต้องใช้เวลาว่างหลังจากปฏิบัติงานประจำแล้ว จะสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ครอบครัว เนื่องจากรอรับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว ไม่พอใช้จ่าย ก็มองเห็นอาชีพนี้พอดีจึงได้ไปซื้อ มาจากอำเภอนาวัง 20 คู่ มาเลี้ยงครั้งแรก แต่ครั้งนั้นถือว่าเป็นบทเรียนไม่ได้ผล ตายหมดจากการที่เราไม่มีประสบการณ์ในเรื่องอาหาร ที่ใส่น้ำน้อยไปทำให้อาหารเกิดแก๊สความร้อนขึ้น ทำให้ด้วงมะพร้าวตาย แต่ก็ไม่ได้ละความพยายามไปสอบถามพี่ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยง หาความรู้จากอินเตอร์เน็ตอีก ก็ทำให้ได้รู้ว่าเราจะต้องทำอย่างไร จนสามารถผลิต ด้วงมะพร้าว ส่งตลาดได้เป็นปีแล้ว ประมาณเดือนละ 3 วันส่งแม่ค้า 5 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 300-400 บาท แล้วแต่ว่าหากเป็นลูกค้าประจำก็ขายในราคาถูก ส่วนที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ก็จะซื้อขายกันคู่ 10 บาท

        ครูนาฏยา ย้อนเล่าว่า เลือกทำว่าอยากหารายได้เสริม ที่คนยังทำไม่มากตลาดไปได้ ซึ่งหากเลือกทำอาชีพหรือช่องทางที่คนอื่นทำเยอะแล้ว มองว่าช่องทางการตลาดต้องติดขัดหรือไม่น่าสนใจอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องหาอาชีพที่คนอื่นยังทำไม่เยอะ ก็ได้มารู้จักด้วงมะพร้าว จึงได้ศึกษาและลงมือเลี้ยง ครั้งแรกไม่สำเร็จ แต่ต่อมาก็ทำให้มีรายรับมากกว่า 1,000 บาท ต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยมากกว่า 5,000 บาท ต่อเดือน ปัจจุบัน เลี้ยงด้วงมะพร้าวมาได้เกือบ 1 ปี ก็ทำให้มีรายรับต่อเดือนมากขึ้น ด้วงมะพร้าวเลี้ยงเพียง 28 วัน ก็สามารถเก็บขายได้ สำหรับ ขั้นตอนการเตรียมวัสดุอุปกรณ์และการให้อาหารนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด ให้อาหารเพียงครั้งเดียว แค่ 4 ขั้นตอนง่ายๆ คือ นำน้ำใส่กะละมังผสม ด้วยกากน้ำตาล จากนั้นผสมตัวด้วยหัวอาหรหมู่เล็กใส่กะละมังแช่น้ำ แล้วผสมเข้ากับเปลือกมันสำปะหลังสับเป็นแผ่น เปลือกมะพร้าวสับเป็นแผ่น ได้ทั้งเปลือกสดและเปลือกแห้ง ปล่อยแม่พันธุ์ กะละมังละ 5 คู่ ปิดฝาทิ้งไว้ 28 วันเก็บด้วงออกขายได้เลย

       สถานที่เลี้ยงควรมีตาข่ายป้องกันแมลงวันจะเข้าไปไข่แล้วทำให้เกิดตัวหนอนทำลายตัว วัตถุดิบในการเลี้ยง วิธีการเลี้ยง เมื่ออาหารที่เตรียมวัสดุเลี้ยงเสร็จแล้ว นำพ่อแม่พันธุ์ 4-5 คู่ มาปล่อย การเลี้ยงหากใส่พ่อแม่พันธุ์มากเกินไปไม่ได้เป็นผลดี เนื่องจากเป็นการเพิ่มต้นทุนของพ่อแม่พันธุ์ ด้วงที่ได้มากเกินไปทำให้อาหารไม่พอ ส่งผลให้ด้วงมีขนาดที่แตกต่างกันมากเกินไปหลังจากปล่อยพ่อแม่พันธุ์ 10-15 วัน ให้จับขึ้นมาจากกะละมัง จะเห็นว่าลูกตัวด้วงจะมีขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ พ่อแม่พันธุ์ที่จับขึ้นมา สามารถนำไปใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้อีก 3 ครั้ง ดังนั้น ต้องนำมาพักฟื้นอย่างน้อย 3 วัน โดยอาหารที่นำมาเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ช่วงพักฟื้นคือกล้วยน้ำว้าสุก ตัวเต็มวัยจะกินกล้วย 1 ผล ต่อ 25 ตัว ต่อ 1 คืน พร้อมกับสาคูบดตัวด้วงขนาดหัวไม้ขีดไฟจะเจริญเติบโตไปเรื่อยๆ ไม่ต้องดูแลอะไรมาก ยกเว้นความชื้นต้องรักษาให้ได้ ประมาณ 70-80%อาหารต้องรักษาความชื้น 70-80% หากอาหารมีความชื้นมากเกินไปจะทำให้พ่อแม่พันธุ์ตาย หรือไข่ที่ออกมาไม่ฟักเป็นตัวด้วงและตายในที่สุด หรือแม่พันธุ์อาจจะไม่วางไข่ หากความชื้นน้อย ด้วงจะมีขนาดเล็ก ปริมาณความชื้นทดสอบง่ายๆ ด้วยการกำอาหารเป็นก้อนจะมีน้ำไหลออกระหว่างนิ้วมือเล็กน้อย หากปัจจัยพอเหมาะ ตัวด้วงจะเจริญได้ดี ให้น้ำหนักมาก (200 ตัว ต่อกิโลกรัม) และมีอัตราการตายน้อย

       ข้อควรระวัง การเลี้ยงตัวด้วงให้ประสบความสำเร็จ ไม่ควรเพิ่มอาหารใหม่หรือเสริมอาหารใหม่เข้าไปหลังจากเลี้ยงในกะละมัง เพราะอาหารใหม่จะมีความร้อนสูง ทำให้ด้วงไม่กินอาหาร ตัวเล็ก และตายในที่สุด ต้องดูแลเรื่องของความชื้นให้ได้ 70-80% อยู่เสมอ กำจัดแมลงศัตรูไม่ให้เข้ามารบกวน ห้ามใช้สารฆ่าแมลงในขณะที่พ่อแม่พันธุ์วางไข่ เพราะจะทำให้พ่อแม่พันธุ์ไม่วางไข่หรือไข่จะลีบ ต้องนำพ่อแม่พันธุ์ออกจากกะละมังเพาะ ไม่เกิน 15 วัน หากเกษตรกรท่านใดสนใจ อยากเลี้ยง ด้วงมะพร้าว หรือทราบวิธีการเลี้ยง ติดต่อได้ที่ โทร. (087) 950-7833 เลขที่ 19 หมู่ที่ 1 บ้านถิ่น ตำบลบ้านถิ่น อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู รหัสไปรษณีย์ 39140 

ทำมาหากิน