ธ.ก.ส.นครพนม หวั่นข้าวล้นตลาด จ้างชาวนาชะลอขายเดือนละ 1,500

29 พ.ย. 2561 19:10 น.
นครพนม - ธ.ก.ส.นครพนม ต่อยอดแคมเปญประชารัฐ หวั่นข้าวล้นตลาด จ้างชาวนาชะลอขายเดือนละ 1,500


             วันที่ 29 พ.ย.61 เวลา 14.00 น. ภายในห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดนครพนม(ธ.ก.ส.ฯ) ถนนนิตโย เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายสุกิตติ์ ไกรเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานฯ แถลงถึงมติคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และรักษาเถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 61/62 ด้วยการเปิดโครงการชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อป้องกันข้าวล้นตลาดมากเกินไป แล้วจะมีผลกระทบต่อราคาข้าว อาจจะมีราคาตกต่ำได้ คณะรัฐมนตรีจึงมอบให้ ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ ดำเนินโครงการดังกล่าว ผ่านสื่อกระจายเสียงในที่ประชุมผู้ใหญ่บ้าน กำนันฯลฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้สนใจ รวบรวมรายชื่อแจ้งมายัง ธ.ก.ส. สาขาที่เกษตรกรมีภูมิลำเนาอยู่


           นายสุกิตติ์ฯกล่าวว่า การชะลอขายข้าวเปลือก จะเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกปทุมธานี 1 โดยให้ชาวนาเก็บข้าวเปลือกดังกล่าวไว้ในยุ้งฉางของตนเอง เพื่อรอราคาที่ดีขึ้น เพราะมีแนวโน้มว่าราคาข้าวในท้องตลาดจะขยับสูงขึ้นแตะตันละ 20,000 บาท หลักเกณฑ์การขอเข้าโครงการก็ไม่ยุ่งยาก ซึ่งชาวนาที่มียุ้งฉางเป็นของตัวเอง สามารถเข้าร่วมกับ ธ.ก.ส.โดยตรง จะได้ค่าฝากเก็บและค่าดูแลรักษาข้างเปลือกตันละ 1,500 บาท/เดือน ส่วนชาวนาที่ไม่มียุ้งฉาง ก็ไปเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน โดยนำข้าวเปลือกไปฝากไว้ที่ยุ้งของสถาบันเกษตรกรที่รับฝากข้าว จะได้เงินค่าฝากเก็บฯเดือนละ 1,000 บาท  โดยเงินที่หายไป 500 บาทนั้น จะเป็นค่าดูแลรักษาข้าวฯของสหกรณ์ผู้รับฝากข้าวดังกล่าว

และจากการประเมินผลผลิตข้าวของจังหวัดนครพนม จะมีข้าวประมาณ 447,000 ตัน แยกเป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ 223,800 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 223,600 ตัน คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการราว 1,300 ราย ผลผลิตประมาณ 6,600 ตัน วงเงินงบประมาณ 67 ล้านบาท เริ่มเปิดรับเกษตรกรเข้าโครงการ ตั้งแต่เดือน พ.ย.61-28 ก.พ.62 


     “ฝากถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนา การปลูกข้าวโดยอาศัยน้ำฝน ปัญหาที่ต้องเผชิญคือการเก็บเกี่ยวพร้อมๆกันจำนวนมาก และหากต้องนำออกมาขายพร้อมกันอีก ราคาข้าวก็จะตกต่ำเป็นธรรมดา โครงการสินเชื่อชะลอขายข้าวเปลือก เป็นโครงการที่รัฐบาลเพิ่มทางเลือกให้แก่พี่น้อง เพียงแต่ต้องเสียสละและและค่าใช้จ่ายเพื่มเล็กน้อย ด้วยการตากข้าวให้แห้งสามารถเก็บไว้โดยไม่เสื่อมสภาพ ท่านก็จะได้เงินเพิ่มขึ้น หากท่านไม่อยากขายข้าวในเวลานี้ ก็เก็บรักษาไว้ในยุ้งฉาง รัฐก็จะจ่ายค่าดูแลเดือนละ1,000-1,500 บาท โดยมีระยะเวลาที่รัฐจะดูแลเริ่มที่ 5-6 เดือน ถ้าราคาข้าวในท้องตลาดยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ชาวนาสามารถขอขยายการเก็บรักษาได้ครั้งละเดือน ไม่เกิน 3 ครั้ง รวมเบ็ดเสร็จเป็น 9 เดือน”นายสุกิตติ์กล่าว


   

 โครงการสินเชื่อให้ชาวนาชะลอขายข้าวเปลือกประจำปี 61/62 เป็นการต่อยอดมาจากโครงการพักชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ระยะเวลา 3 ปี (เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค.61-31 ก.ค.64) ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องการดูแลเกษตรกร ได้มีโอกาสฟื้นฟูพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ การผลิต การประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม ดังนั้นการที่ชาวนาชะลอการขายข้าวเปลือก จึงเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะไม่ต้องห่วงในเรื่องการชำระหนี้ เก็บรักษาข้าวไว้จนกว่าจะได้ราคาเป็นที่พอใจ ก็ค่อยนำออกมาขายก็จะได้มูลค่าเพิ่มโดยปริยาย ข้าวที่เก็บก็เป็นข้าวของเกษตรกร แต่รัฐจ่ายค่าเก็บรักษา ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาล ที่มีนโยบายดูแลชาวเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยยังคงรักษาวินัยการคลังของประเทศไว้ได้เป็นอย่างดี

 

เกษตร