เจ้าหน้าที่ กรมทางหลวงไล่บี้รถบรรทุกน้ำหนักเกินหนีด่าน พบรถต้องสงสัยขับติดตามประกบกดดันเจ้าหน้าที่ ขอทหารช่วย

18 พ.ย. 2561 18:48 น.
หนองบัวลำภู -เจ้าหน้าที่ทางหลวงออกตรวจรถบรรทุกน้ำหนักเกิน หลังได้รับร้องเรียนชาวบ้านทั้งเสียงดังทำถนนพังเสียหาย พบรถบรรทุก ไล่ล่าตามจับรถบรรทุกหินน้ำหนักเกิน ขับหนีมีรถกลุ่มนายทุนเป็นการ์ดประกบรถเจ้าหน้าที่ไม่ให้ตามอีก 6 คัน เมื่อเวลา 02.05 น

 

.วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 เจ้าพนักงานทางหลวง ซึ่ง นำโดย นายทินกร ทองบุญมา นายช่างโยธาอาวุโส กรมทางหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พนักงานทางหลวง ได้ทำการออกตรวจที่ ทางหลวงหมายเลข 2091 บ้านเก่ากลอย ต.เก่ากลอย อ.นากลาง ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 20-21 พบรถพ่วงฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 80-0220 เลย และคันพ่วงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับผ่านมา ในลักษณะมีพิรุธ น่าจะน้ำหนักเกิน จึงได้เรียกให้หยุดรถและตรวจสอบ น้ำหนัก

 

แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดได้ขับหลบหนีไปเข้าไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน ซึ่งที่รถของเจ้าหน้าที่ 4 คัน ที่ตามไปนั้นได้มีรถยนต์นั่งซึ่งมีทั้งรถ ฟอร์จูนเนอร์ ปาเจโร่และรถยนต์ 4 ประตู ทั้งหมด 6 คัน ได้พยายามขับประกบติดตามรถเจ้าหน้าที่ คอยประกบกดดันติดตามหรือแจ้งข่าวว่ารถเจ้าหน้าที่อยู่จุดไหน ไม่ให้รถบรรทุกผ่านและไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะลงรถ

 

จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยภายในจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่ง นำโดย ร.อ.จีระศักดิ์ สำราญพัฒน์ หัวหน้าชุด จ.ส.ต.ครรชิต สุวรรณอำไพ ส.อ.วิฑูรย์ นามมา และเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยภายในจังหวัดร่วมติดตาม ซึ่งในช่วงที่เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามนั้น รถบรรทุกคันดังกล่าวกำลังเทหินคลุกที่บรรทุกน้ำหนักเกินทิ้ง บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเก่ากลอย เมื่อคนขับเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ลงจากรถวิ่งหนีไปในความมืด เจ้าหน้าที่ได้วิ่งติดตามและสามารถจับตัวมาได้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายธนกฤษ สีแสง อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ต.อีปุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย

 

โดยคนขับรับว่าเป็นคนขับรถคันดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 4,000 บาท กับเบี้ยเลี้ยง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ ทำบันทึกการจับกุมโดยแจ้งข้อหาใช้ยานพาหนะน้ำหนักเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เดินทางบนทางหลวง อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทางหลวง 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2549 มาตรา 61 ประกอบกับประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินและผู้อำนวยการทางหลวงสัมปทาน ฉบับที่ 7 รถคันดังกล่าวได้บรรทุกน้ำหนักรวมทั้งหมด 71,800 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักพิกัดของรถประเภทดังกล่าวกำหนดไว้ ที่ 50,500 กิโลกรัม เกินไป 21,300 กิโลกรัม

 

โดยผู้ต้องหาได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ดำเนินคดีตามกฏหมาย นอกจากนั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามรถบรรทุกหินคันดังกล่าวอยู่นั้น ได้มีรถบรรทุกหินอีกประมาณ 5 คันที่ได้หลบหนีและเทหินทิ้ง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ทำการจับกุม อีกทั้งยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ได้พยายามเข้ามาพูดคุยเจรจาต่อรองการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ได้มีการตั้งด่านตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกินช่วง บริเวณถนนหมายเลข 210 เส้นทางหลัก ที่บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรอำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู ทำให้รถบรรทุกได้เปลี่ยนเส้นทางหลบหนีเข้าทางถนนรองตามหมู่บ้านวันละกว่า 20 คัน ในช่วงเวลากลางคืน จนเป็นเหตุทำให้ถนนพัง เสียงดัง รบกวนการเดินทางสัญจรไปมาของ ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอนากลางได้แจ้งและร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทางหลวง จึงได้ไปตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีด่าน และพบรถบรรทุกที่หลบหนีดังกล่าว

 

สำหรับเส้นทางการหลบหนีจากการตั้งด่านตรวจในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา รถบรรทุกหินได้หลบหนีจากถนนเส้นทางหลัก 210 ที่แยกบริเวณข้างโรงเรียนนาวังศึกษาวิทย์ ไปผ่านบ้านป่าแดงงาม บ้านกุดแห่ ไปออกบริเวณข้างโรงเรียนกุดดินจี่ ไปส่งลูกค้าตามใบสั่ง สำหรับรถคันดังกล่าวนั้นจะนำไปส่งที่ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร

 

อาชญากรรม