แกนนำต้าน"ป่าแหว่ง"เดือดถูกค้นบ้าน

14 พ.ย. 2561 15:25 น.
เชียงใหม่ -แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เดือดถูกตำรวจนำหมายศาลตรวจค้นบ้านพัก ยึดโน๊ตบุ๊ค-โทรศัพท์ ไปตรวจสอบเพื่อเชื่อมโยง มีป้ายลึกลับเผยรายชื่อตุลาการผุดกลางเมืองเชียงใหม่ ระบุเป็นการคุกคามประชาชน ยืนยันไม่หยุดเคลื่อนไหว เตรียมยกระดับเข้มข้นขึ้น หากการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ไม่คืบในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้

 

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น.วันนี้ (14 พ.ย.) ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.เมืองเชียงใหม่ นำโดยพ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ นำหมายศาลเข้ามาแสดง เพื่อตรวจค้น โดยระบุว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องหมิ่นประมาทและโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่มีป้ายลึกลับเปิดเผยรายชื่อตุลาการที่เข้าพักบ้านอาคารชุด 9 หลัง ไปติดตั้งอยู่บริเวณประตูท่าแพ แล ประตูช้างเผือก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ และโน๊ตบุ๊คไปตรวจสอบ กรณีดังกล่าวนี้ ถือเป็นการคุกคามประชาชน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ส่วนตัวมองว่าขัดแย้งต่อคุณธรรม จริยธรรม ของผู้พิพากษากลุ่มนี้ที่แจ้งความเอาผิดกับประชาชน หากเรื่องเดินหน้าไปถึงการตัดสินใจชั้นศาล ซึ่งผู้พิพากษาเป็นผู้ตัดสินเอง จะมีความยุติธรรมหรือไม่ ที่ผ่านมาเครือข่ายได้ปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องหรือทราบเรื่องดังกล่าวนี้ เหตุการณ์ที่มีป้ายลึกลับโผล่ขึ้นมาในเมืองเชียงใหม่ เป็นความไม่พอใจของคนเชียงใหม่ทั้งเมือง ไม่ใช่เฉพาะคนในเครือข่ายเท่านั้น ดังนั้นทางเครือข่ายยืนยันไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวนี้

 

"แต่ขณะนี้เหมือนกันการอาศัยอำนาจตุลาการ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เกรงกลัว ไม่ว่าใครก็เกรงกลัว ท่านส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาคุกคามประชาชนที่บ้าน อยากถามว่าถูกต้องหรือไม่ คุณรุกป่าเป็นเรื่องจริง ผู้พิพากษา 30 ครอบครัว ยังอาศัยอยู่ในอาคารชุด 9 หลัง ก็เป็นเรื่องจริง เราก็สู้เพื่อขอคืนผืนป่ากลับมาเท่านั้นเองไม่ได้ขออะไรมากไปกว่านี้ สิ่งที่ท่านทำกำลังสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในเชียงใหม่ คุณคุกคามผม เพื่อให้ผมหยุด ผมไม่หยุด สิ่งที่ผมทำ คือการทวงผืนป่าคืนมาให้คนเชียงใหม่และคนไทยเท่านั้น” นายธีระศักดิ์ กล่าว

 

นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์เข้าตรวจค้นในครั้งนี้ ไม่รู้สึกเสียกำลังใจ และยังยืนหยัดที่จะต่อสู้ต่อไป เพื่อความเป็นธรรมเพื่อความถูกต้อง ขณะที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า ต้องไม่มีผู้พักอาศัย แต่ตอนนี้ก็ยังมีคนอยู่ในอาคารชุดดังกล่าว และไม่มีการรื้อบ้านพัก ซึ่งไม่ได้ทำการตามข้อตกลงที่มีร่วมกันไว้ เป็นสิ่งที่ชาวเชียงใหม่คัดค้านมาอย่างต่อเนื่องและจะดำเนินการคัดค้านต่อไปจนกว่าจะได้ผืนป่ากลับคืนมา ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากมีการแจ้งข้อหา ก็พร้อมที่จะต่อสู้ทางกฎหมาย

สำหรับข้อความที่ปรากฏบนป้ายลึกลับ ระบุว่าย่ำยีหัวใจคนเชียงใหม่ ไม่เคารพสิทธิชุมชน ไม่เคารพดอยสุเทพ และด้านล่างมีรายชื่อผู้เข้าพักอาศัยในอาคารชุด 9 หลัง จำนวน 5 รายชื่อ การคัดค้านกรณีบ้านพักตุลาการ ไม่เฉพาะเครือข่ายเท่านั้นที่ทำการคัดค้าน แต่มีประชาชนชาวเชียงใหม่ทั้งเมืองร่วมคัดค้าน การโยงความผิดที่เกิดขึ้นมาที่แกนนำจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแนวร่วมของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งเปิดร้านรับผลิตป้ายไวนิล ป้ายโฆษณา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวไปสอบสวน และยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งไม่พบการกระทำความผิด ในการติดตั้งป้าย โดยแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทและโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กอันเป็นเท็จกับแนวร่วมของเครือข่าย และพยายามที่จะนำประเด็นดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับแกนนำ เป็นการคุกคาม เป็นสิ่งที่ผิดจริยธรรม จึงอยากจะฝากไปถึงประธานศาลฎีกา ว่า สิ่งที่ผู้พิพากษามอบอำนาจให้ ผู้อำนวยการศาลจังหวัดเชียงใหม่ มาแจ้งความเอาผิดกับประชาชนเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่

 

หลังจากนี้เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จะมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น การที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำตามพระราชดำรัสของในหลวงที่ให้รักษาป่าไม้ การทำเช่นนี้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับลูกหลาน ให้กับชาวเชียงใหม่ เครือข่ายยืนยันที่จะต่อสู่ต่อไปจนกว่าจะได้ผืนป่ากลับคืนมาก หลังจากนั้นรอการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาบ้านพักข้าราชการตุลาการในต้นเดือนธันวาคม 2561 หากไม่มีความคืบหน้าจะมีการยกระดับเคลื่อนไหวขึ้น

นางคำศรีดา แป้นไทย ตัวแทนชมรมเฮาฮักเจียงใหม่หนึ่งในแนวร่วมเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า แนวร่วมเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ยังคงร่วมกันทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพกลับคืนมา ซึ่งไม่ใช่การเอาชนะ แต่อยากให้เป็นแบบอย่างทางสังคมที่ต้องช่วยกันดูแลทรัพย์สมบัติของชาติ อยากจะฝากถึงหน่วยงานราชการขออย่าใช้อภิสิทธิ์ขึ้นไปปลูกบ้านหรือสำนักงานบนดอยอีกเลย สิ่งที่ทางเครือข่ายดำเนินการอยู่ขณะนี้อยากจะสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคม ในการที่จะช่วยกันดูแลทรัพยากร จากการที่มีการค้นบ้านแกนนำ ทางเครือข่ายไม่มีความกังวลในการที่จะมีการขยายผลค้นบ้านแกนนำคนอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่ได้มีประวัติที่ไม่ดีอะไร ที่ต้องกังวล

ภาคประชาสังคม