"ชูใจ"กาแฟดริปอินดี้-ราคาตามความพอใจ

13 พ.ย. 2561 15:30 น.
เชียงใหม่-หากมีโอกาสได้เข้าไปเดินเที่ยว หรือจับจ่ายซื้อสินค้าในตลาด "Rustic"ใกล้กับเจเจมาร์เก็ต ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ภาพที่หลายคนจะประทับใจและไม่อาจละสายตาไปได้ กับชายหนุ่มร่างเล็กกระทัดรัด สวมเสื้อม่อฮ่อม ใส่หมวกงอบนั่งชงกาแฟดริปอยู่หน้าร้านที่ตั้งอยู่กับพื้น มีเพียงหาบ กระบุง เตาอั้งโล่ ต้มน้ำร้อน และเก้าอี้เล็กๆ 3-4 ตัว ให้ลูกค้านั่งลิ้มชิมรสชาติของกาแฟส่วนราคาสนนอยู่ที่ความพึงพอใจของลูกค้า

 

“ชูใจ”หรือกวีวรวัจน์ ขันดวง ชายหนุ่มวัย 35 ปี ซ่อนรอยยิ้มในใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครา ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน “ชูใจคอฟฟี่” ร้านกาแฟแนวอินดี้ที่ลูกค้าขนานนามให้ กำลังง่วนอยู่กับการดริปกาแฟบริการให้ลูกค้าที่เดินมาจับจ่ายภายในตลาด และแวะลองชิมกาแฟ

บรรยากาศของร้านชูใจ แม้ดูจะธรรมดาแบบความหมายของชื่อตลาด “Rustic” แต่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีน ชาวยุโรป รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยแวะเวียนกันเข้ามาดื่มกาแฟจากฝีมือการดริปของเขาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งเจ้าตัวแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่พยายามพูดคุยกับลูกค้าถึงรสชาติของกาแฟ เพื่อจะดริปกาแฟให้ตรงตามรสนิยมการดื่มและทำให้บรรยกาศเป็นกันเอง

"ชูใจ"ย้อนอดีตก่อนจะมาเป็นกาแฟแนวอินดี้ว่าเริ่มแรกเดิมทีนั้นที่บ้านใน ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีไร่กาแฟออร์แกนิค ปลูกส่งให้โครงการหลวง ซึ่งทำโดยคุณพ่อ หลังจากนั้นตนก็ได้กลับมาสานต่อและได้มีการต่อยอดจากไร่กาแฟที่แค่ปลูกกาแฟส่ง วันหนึ่งจึงลองมาหัดชงกาแฟเอง ลองผิดลองถูกจนได้สูตรกาแฟของตนเอง และอีกอย่าง คือ อยากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับที่บ้านว่า เราสามารถหาเงินได้หลายทางไม่ใช่แค่ส่งกาแฟขายอย่างเดียว

กาแฟที่ไร่นั้นเป็นกาแฟที่ปลูกแบบอินทรีย์ หรือออร์แกนิค ปลูกอยู่ที่ความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์อาราบิกา แต่ก็มีหลายๆพันธุ์ปลูกผสมกันอยู่ ซึ่งปัจจุบันไม่ปลูกเพื่อส่งให้โครงการหลวงเพียงอย่างเดียว แต่ส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นด้วย

“ชูใจ” อธิบายว่า การชงกาแฟของตนเป็นแบบ “ดริป” ซึ่งทุกอย่างทำด้วยมือทั้งหมด โดยอุปกรณ์ประกอบด้วย เตาถ่าน กาต้มน้ำร้อน บีกเกอร์ ถ้วยดริป กระดาษกรอง และแก้วเซรามิคสไตล์ญี่ปุ่นหลากสีสันและทุกขั้นตอนที่ชงจะทำไปด้วยความใจเย็นไม่รีบร้อนอะไร

 

 

“การทำอะไรรีบๆ มักจะออกมาไม่ดี เพราะฉะนั้นกาแฟจะหอมจะอร่อยต้องทำด้วยความใจเย็น และมีความสุขกับการทำ ตอนนั่งรอก็พูดคุยกับลูกค้า ยิ้มให้กันเป็นการเปิดโลกใหม่ๆได้อีกด้วย”ชูใจ กล่าว

สำหรับรสชาติของกาแฟนั้น ชูใจ บอกว่า เราต้องถามลูกค้าก่อนว่าชอบแบบไหน ซึ่งเรามีสองแบบ คือคั่วอ่อนรสชาติจะออกเปรี้ยวกับคั่วกลางค่อนเข้มจะไม่เปรี้ยว โดยกาแฟของเราจะไม่มีนมและน้ำตาลให้ ส่วนมากจะให้ลูกค้าชิมก่อน ถ้าลูกค้าชอบก็ถือว่าโอเคแล้ว จากนั้ยเขาจะสั่งเองว่าชอบแบบไหน ส่วนการชงแต่ละครั้ง จะชงประมาณ 1 บีกเกอร์ จะใส่แก้วเล็กๆได้ 4 แก้วพอดี ทุกขั้นตอนพิถีพิถันหมด และจะไม่มีการใช้ไฟฟ้า ทุกอย่างทำจากมือล้วนๆ ทำให้กาแฟเรามาจากธรรมชาติจริงๆ

ที่ผ่านมาเคยมีลูกค้าชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง มานั่งดื่มกาแฟแล้วติดใจ เลยขอตามขึ้นไปที่ไร่กาแฟ ไปคลุกคลี ไปนอนไปใช้วิถีชีวิตด้วย เพราะชอบที่เราเป็นแบบออร์แกนิค หรือปลอดสารเคมี ถึงขนาดซื้อกาแฟของเราแล้วส่งกลับไปที่ญี่ปุ่นอีกด้วย จึงทำให้เรามีตลาดในญี่ปุ่น นอกจากนี้ เขายังบอกอีกว่าการมานอนฟังเสียงน้ำไหล มาสัมผัสความเป็นธรรมชาติ ทำให้เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิตอีกด้วย

ส่วนเทคนิคการขายชูใจบอกว่าไม่ได้มีเทคนิคอะไร การที่ใช้หาบกระบุงมาขาย และทำเป็นดริปกาแฟ ก็เพราะชอบขายแบบนี้คิดว่ามันง่ายดีที่จะขนย้ายและใช้พื้นที่ไม่มาก เคยคิดว่าจะอยากเปิดร้านกาแฟ เช่าที่อะไรต่างๆ แต่ดูแล้วค่าเช่าค่อนข้างแพงจ่ายไม่ไหว และตอนเริ่มแรกเดิมทีตอนทำใหม่ๆตนไม่มีทุนที่จะซื้อเครื่องกาแฟราคาแพง ทุกอย่างเป็นต้นทุนหมด แล้วเราต้องมานั่งกดดันตัวเองแบบนี้ไม่โอเค เลยคิดว่าการทำดริปกาแฟเหมาะที่สุด ใช้อุปกรณ์ราคาไม่แพง และทำให้คนดื่มกาแฟได้รับรสชาติที่แท้จริงของกาแฟคั่ว

 

 

ด้านลูกค้า  ชูใจ บอกว่า ไม่มีการโฆษณาหรือเรียกแต่อย่างใด ถ้าลูกค้าเขาเห็นและพอใจ เขาก็จะนั่งเองเป็นความสบายใจของเขาที่อยากจะนั่งดื่มกาแฟ ถ้าเขาเป็นลูกค้าของเรา เขาก็จะนั่งเอง เราก็ชงกาแฟให้เขาดื่ม ส่วนเรื่องราคาก็ไม่ได้ตั้งว่าแก้วเท่าไหร่ แล้วแต่ความพึงพอใจของลูกค้าที่จะจ่าย  นี่เป็นที่มาของป้ายหน้าร้านที่มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า “pay as you feel free” จ่ายเท่าที่คุณพึงใจ ซึ่งเป็นความสบายใจของทั้งสองฝ่าย เราก็จะไม่อึดอัดด้วย เคยคิดนะว่าจะตั้ง 60 บาท หรือ 70 บาทดี แต่คิดไปคิดมาดูแล้วเหมือนการบีบตัวเองว่าต้องขายให้ได้กี่บาท รู้สึกว่าไม่สบายใจสำหรับตัวเรา เราก็ให้เขาจ่ายตามความพอใจ จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย

ในแต่ละวันที่มานั่งขาย จะใช้กาแฟประมาณ 1-2 กิโลกรัม โดยที่จะไม่เร่งตัวเองว่าจะต้องขายให้หมด แต่จะขายไปเรื่อยๆ ประกอบกับแนวคิดเรื่องความพึงพอใจ จึงทำให้คาดการณ์ไมได้ว่าจะขายได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ได้มากกว่ารายได้ คือ ความสุขในเวลาที่ขายกาแฟ แล้วยังทำให้ลูกค้าที่มาดื่มกาแฟได้สัมผัสถึงความที่เป็นชีวิตแบบ "Slow Life" ไปแบบช้าๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข ภายใต้รอยยิ้มและการชงกาแฟของชูใจ ทำให้สัมผัสได้ถึงความสุขในแบบของชูใจ

สำหรับร้านกาแฟชูใจ จะเปิดขายตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. ในทุกวันอาทิตย์ที่ตลาด Rustic ใกล้เจเจมาร์เก็ต (ตลาดนัดอินทรีย์) จ.เชียงใหม่ โดยร้านชูใจจะมีบริการกาแฟดริปร้อน และจำหน่ายเมล็ดกาแฟ  และกาแฟดริปแบบซอง 3 ซอง 120 บาท รวมทั้งกาแฟโคลด์บริว หรือกาแฟสกัดเย็น ในราคาขวดละ 120 บาทอีกด้วย

 นอกจากนี้ หากท่านใดสนใจอยากจะได้กาแฟคั่วบดของร้านชูใจ ก็มีหน้าเพจเฟซบุ๊คของร้านที่ชื่อ “กาแฟคั่วสวนชูใจ Choojai Organic Farm” ให้ได้เข้าไปชม เลือก สินค้าของทางสวนชูใจ และสั่งซื้อได้ ที่เบอร์โทรศัพท์ 089-9657069 และ 080-6805596

 

อาหาร