รองผบ.ตร.ลั่นถอนรากถอนโคนยานรก-เข้มลอยกระทง

8 พ.ย. 2561 14:16 น.
เชียงใหม่ -รอง ผบ.ตร. บินขึ้นเหนือแถลงผลการจับกุมยาบ้า 3,769,124 เม็ด , ไอซ์ 941 กรัม เงินสด 12,500,000 บาท พร้อมลั่นใช้นโยบายถอนรากถอนโคนปราบแก๊งยานรกให้สิ้นซาก และประกาศตรวจเข้มช่วงลอยกระทง

 

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 พ.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป.2) , พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รรท.ผู้ช่วย.ผบ.ตร.(ปป.6) และ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รรท.ผบช.ภ.5 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 4 รายได้ผู้ต้องหา 2 คน และสามารถยึดยาบ้าได้ 3,769,124 เม็ด ยาไอซ์ 941 กรัม และเงินสด 12,500,000 บาท

โดยรายที่ 1 สามารถจับกุมได้โดย สภ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย สามารถตรวจยึดยาบ้าได้จำนวน 18 กระสอบ รวมประมาณ 3,500,000 เม็ด ที่บริเวณป่าทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านสันเจริญ หมู่ 1 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียราย แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ โดยพฤติการณ์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เวลาประมาณ 12.00 น. ตร.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมาก มาซุกซ่อนในบริเวณป่าทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านสันเจริญ หมู่ 1 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียราย จึงได้เดินทางออกไปสืบสวนจับกุม 

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากหมู่บ้านสันเจริญไปประมาณ 3 กม. พบยาเสพติดของกลาง วางกองอยู่บริเวณป่า จึงได้กระจายกำลังดักซุ่มอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น. ไม่พบผู้ใด จึงร่วมกันตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รายที่ 2 เป็นผลงานการจับกุมของ สภ.ป่าซาง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 16.00 น. สามารถจับกุมผู้ต้องได้ 1 ราย คือ นายวุฒิพงษ์ กันทะสุดใจ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 291/1 ม.9 ต.ท่าตุ้ม อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พร้อมด้วยของกลางเป็นยาบ้า 86,124 เม็ด โดยสามาถจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 291/1 ต่อเนื่อง บ้านเลขที่ 291 ม.9 ต.ท่าตุ้ม อ.ป่าซาง จ.ลำพูน 

สำหรับพฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ลับแจ้งจากสายลับว่านายวุฒิพงษ์หรือบอย กันทะสุดใจ มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด และเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเรื่องยาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงพบนายวุฒิพงษ์ อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ นายวุฒิพงษ์ ได้พยายามจะวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 4 เม็ด อยู่ในกระเป๋าด้านข้างซ้ายที่นายวุฒิพงษ์ สวมใส่อยู่ ซักถามเบื้องต้น นายวุฒิพงษ์ แจ้งว่ายังมียาบ้าเหลืออยู่ที่บ้านเลขที่ 291 ม.9 ต.ท่าตุ้ม ซึ่งเป็นบ้านของย่าแต่ได้เสียชีวิตแล้ว จึงได้เข้าไปตรวจสอบ ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าจำนวน 120 เม็ด วางอยู่บนเตาแก็ส ซึ่งนายวุฒิพงษ์ รับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเองจริงและทำการตรวจค้นต่อ พบยาบ้าประมาณ 86,000 เม็ด วางอยู่ในห้องโถงบ้านที่เกิดเหตุ 

จากการสอบถามนายวุฒิพงษ์ รับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยรับมาจากนายมิ้น ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชนกลุ่มน้อยไทยใหญ่ อายุประมาณ 40 ปี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561 เวลาประมาณ 23.00 น.บริเวณเยื้องทางเข้าบ้านคอกวัว ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายที่ 3 สามารถจับกุมได้โดย สภ.แม่ทะ จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 13.00 น. ที่หน้าร้าน 7-11 ในปั๊มปตท.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ม.3 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 รายคือ น..เพชรไพรินทร์ สอนอ่ำ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266/478 ม.15 ต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง พร้อมด้วยของกลางเป็นยาบ้า 210,000 เม็ด, ไอซ์ 941.12 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำฝังดินไว้ โดยพฤติการณ์ ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายกีรติหรืออาร์ม สถิตยัง พร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 941.12 กรัม จากการซักถามปากคำ นายกีรติให้การว่ายาเสพติดจำนวนดังกล่าว นางสาวเพชรไพรินทร์ สอนอ่ำ เป็นผู้นำมาให้ตนเอง 

นอกจากนี้ ให้ข้อมูลอีกว่า ยังมียาบ้าจำนวนมากซุกซ่อน ที่บริเวณสวนป่าสักหลังวัดถ้ำพระสบาย ห่างจากวัดถ้ำพระสบายประมาณ 1 กิโลเมตร ม.7 ต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงนำตัวนายกีรติ ไปยังที่เกิดเหตุ และได้ชี้จุดที่นางสาวเพชรไพรินทร์ นำยาบ้าจำนวนมากซุกซ่อนฝังดินโดยใช้ดินและใบไม้กลบไว้ โดยบรรจุไว้ในถุงพลาสติคสีดำขนาดใหญ่ ตรวจสอบแล้วภายในมียาบ้าจำนวน 21 มัด มียาบ้าประมาณมัดละ 10,000 เม็ด รวมประมาณ 210,000 เม็ด 

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลหมายจับ พบว่านางสาวเพชรไพรินทร์ สอนอ่ำ มีหมายจับของศาลจังหวัดลำปาง ที่ จ 255/2560 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ในความผิดฐานจำหน่าย ยาเสพติดและอาวุธปืน ต่อมา เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ออกสืบสวนหาข่าวเพื่อติดตามจับกุมตัว นส.เพชรไพรินทร์ และจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าร้านเซเว่น ภายในปั๊ม ปตท.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ต.พิชัย อ.เมือง จว.ลำปาง จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

รายที่ 4 สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2561 เวลาประมาณ 20.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.8 บช.น. ได้ร่วมกันจับกุม นายประทีป ยะจินะ อายุ 34 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 10,330,000 เม็ด, ไอซ์ 100 กก., ยาเค 100 กก. และรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว 70-6691 ลำปาง ได้ที่ บริเวณ ริมถนนสายเอเชีย(ขาเข้า) อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และได้มีการขยายผลการจับกุมและได้ทำการเข้ายึดทรัพย์ จากการซักถามปากคำนายประทีป ให้การว่าตนมีภูมิลำเนาและปัจจุบันพักอาศัยอยู่กับนางแสง บุญมา ภรรยาที่บ้านพักเลขที่ 321 หมู่ที่ 12 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เชื่อว่าอาจจะมียาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย เข้าไปตรวจสอบที่ตั้งบ้านเลขที่ดังกล่าวเพื่อจะดำเนินการตรวจค้น 

เมื่อทำการตรวจค้นห้องพักที่ตั้งตรงกลางของบ้านพักพบด้านใต้ของห้องพักทำเป็นห้องลับมีตู้นิรภัยจำนวน 1 ตู้ ชุดควบคุมอิเลคทรอนิคส์ถูกทำลาย จึงให้ช่างดำเนินการเปิดตู้ดังกล่าวพบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 5,600 ฉบับ เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 5,600,000 บาท ตรวจยึด เมื่อทำการตรวจค้นห้องพักด้านซ้ายมือของบ้านพักพบอาวุธปืนอยู่ภายในตู้เก็บของและพบสิ่งของภายในตู้นิรภัยอีกใบที่อยู่ในห้องพักจึงทำการตรวจยึดสิ่งของพบเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 6,900 ฉบับ เป็นเงินสดจำนวนประมาณ 6,900,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดและส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จริงจังในการปราบปรามยาเสพติด โดนจะใช้วิธีการปราบปรามแบบถอนรากถอนโคน รวมถึงได้นำมตารการในการปราบปรามการฟอกเงินมาช่วยในการปราบปราม และจะมีการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามทำลายล้างการค้ายาเสพติด และได้กำชับไปอย่างด่านตรวจทุกด่านให้เข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติด และจะพยายามจะตัดเส้นทางการเงินของแก๊งค้ายาเสพติดเหล่านี้ให้ได้”

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงและเทศกาลฉลองวันขึ้นปีใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตรวจ คุมเข้มสถานบริการต่างๆ และสถานบันเทิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลลอยกระทงตั้งแต่วันที่ 17-23 พ.ย.2561 จะมีการตรวจเข้มเป็นพิเศษเพื่อป้องกันและกวาดล้างปัญหายาเสพติด

อาชญากรรม