ตั้งข้อหาฉ้อโกง 2 สาวหลอกเหยื่อทำข้าวกล่อง

8 พ.ย. 2561 10:05 น.
อุตรดิตถ์- จนท.ตำรวจ ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมงสอบเครียดกรณี 2 สาวหลอกเหยื่อจ่ายเงินนับแสนทำสัญญาสัมปทานทำข้าวกล่อง 1 หมื่นกล่องแล้วไม่รับของ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง พบพยาน 1 รายเสีย 3 ล้านในกรณีเดียวกัน

       วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ที่ สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.30 น.พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมพนักงานสอบสวนสอบ ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง ในการสอบสวน นางธนิตา จันทร์อิ่ม และ นางสาวกัญจ์หทัย สุขใจ หลัง สภ.พญาแมน ได้ออกหมายเรียกพร้อมเชิญตัวมาให้ปากคำ หลังจาก นางธนิสร กุยแก้ว ชาวตำบลวังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ นำหลักฐานสัญญาสัมปทานทำข้าวกล่อง ไข่ต้ม และ น้ำดื่ม ระยะยาว 5 ปี แจ้งความถูกหลอกจ่ายเงินนับแสนทำสัญญาสัมปทาน พร้อมลงทุนซื้ออุปกรณ์ วัตถุดิบ ครั้นถึงเวลาส่งของ ผู้ว่าจ้างพยายามบ่ายเบี่ยงและยื้อเวลา ให้ส่งของไม่ทันเวลากำหนด จนต้องโดยปรับและไม่รับของ

 

 

การสอบสวนอยู่ในห้องชั้น 2 ของ สภ.พญาแมน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นไปแต่อย่างใด โดยมีการนำแผงกั้นบันไดทางขึ้น ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นจำนวนมาก รอเก็บภาพ นำเสนอข่าวดังกล่าวที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ ขณะสอบสวนไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง จนท.ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ 6 นายได้ควบคุมตัวนางธนิตา จันทร์อิ่ม ออกจากห้องสอบสวนเพื่อไปยัง บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ 3 ต.พญาแมน ตรวจค้นเอกสารการโอนเงินและเส้นทางการเงิน ก่อนจะนำตัวกลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พญาแมน

 

 

จากนั้น พล.ต.ต.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง นางธนิตา จันทร์อิ่ม ผู้ชักชวน และ น.ส.กัญจ์หทัย สุกใส ผู้ทำสัญญาแล้ว โดยได้สอบปากคำผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งลงพื้นที่โรงานที่ผู้ทำสัญญากล่าวอ้างว่าทำข้าวกล่องส่ง ก็พบว่าไม่มีการทำสัมปทานดังกล่าว รวมทั้งเข้าตรวจค้นที่บ้านของผู้ถูกกล่าวหา ก็พบเส้นทางการโอนเงินต่างๆ มูลค่ากว่า 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหายังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าผู้เสียหายผิดสัญญา ซึ่งเป็นคดีทางแพ่ง และไม่ยอมบอกว่านำข้าวไปส่งที่ไหน บอกว่าจะให้การในชั้นศาล ซึ่งตามพฤติการณ์ การสั่งทำข้าวกล่อง 10,000 กล่อง โดยไม่มีที่มาที่ไป ก็ถือว่าผิดสังเกต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานให้ครอบคลุมและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว ไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก จึงอยากให้ผู้เสียหายที่เคยถูกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 รายฉ้อโกง ก็ให้มาแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ สภ.พญาแมน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ มี น.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ ได้เดินทางมาที่ สภ.พญาแมน เพื่อมาขอเจอ นางธนิตา และ น.ส.กัญจ์หทัย และหากมีโอกาสได้พูดคุย ก็อยากจะถามว่า ยังมีชีวิตอยู่หรือ ยังไม่หยุดพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้านอีกหรือ ซึ่งปีที่ผ่านมาพ่อของตนคือ นายอัครเดช ยิ้มเจริญ ได้ทำสัญญาทำข้าวกล่องส่งให้ น.ส.กัญจ์หทัยเช่นกัน โดยมีระยะเวลาสัญญา 9 ปี ทำข้าวกล่องส่งวันละ 2 มื้อๆ ละ 10,000 กล่อง รวม 20,000 กล่อง เสียค่าทำสัญญาสัมปทานกว่า 400,000 บาท และซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการทำอาหารจาก น.ส.กัญจ์หทัย แต่เมื่อทำข้าวกล่องส่งก็ไม่มีการรับข้าวกล่องไปตั้งแต่ทำครั้งแรก โดยอ้างว่าข้าวแฉะ ไม่ได้มาตรฐาน โดนปรับ 700,000 บาท ทำให้สูญเงินรวม 3 ล้านบาท ทำให้พ่อซึ่งเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดอาการเครียดมากจนเสียชีวิต ซึ่งตนพร้อมเป็นพยานให้เต็มที่

อาชญากรรม