แม่ค้าส้มตำทนหนี้นอกระบบไม่ไหวหอบลูกน้อยวัย 3 เดือน เข้าร้องศูนย์ฯขอความช่วยเหลือ

7 พ.ย. 2561 17:45 น.
สุรินทร์-แม่ค้าส้มตำสุดทน ไม่ไหวหาทางออกไม่ได้หอบลูกน้อยวัย3เดือนเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหาทางช่วยเหลือ หลังจากที่กู้เงินหนี้นอกระบบมาทำการค้าขายส้มตำภายในหมู่บ้านไม่นานเกิดขายไม่ดี เจ้าหนี้มาทวงถามได้บ้างไม่ได้บ้าง ประกอบกับบางวันขายไม่ได้ เจ้าหนี้ก็มายืนรอทวงถาม

หลังจากที่กู้เงินหนี้นอกระบบมาทำการค้าขายส้มตำภายในหมู่บ้านพอไม่นานเกิดขายไม่ดี เจ้าหนี้มาทวงถามได้บ้างไม่ได้บ้างประกอบกับบางวันขายไม่ได้เจ้าหนี้ก็มายืนรอทวงถามไล่ให้ไปกู้ยืมคนอื่นมาให้สุดทนไม่ไหวหาทางออกไม่ได้หอบลูกน้อยวัย3เดือนเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมเพื่อหาทางช่วยเหลือ

วันนี้(7 พ.ย.2561)เมื่อเวลา 15.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสุพัฒน์ คุ้มภัย อายุ 48 ปีบ้านเลขที่ 103/2 บ้านหนองหว้า หมู่ที่ 12 ต.ระแงง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยลูกน้อยวัย 3เดือน เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์โดยมีนายชาญศักดิ์ สำนักนิตย์ ปลัดฝ่ายปกครอง เป็นผู้ดูแลในเรื่องร้องเรียนดังกล่าว นาง สุพัฒน์ คุ้มภัย กล่าวว่า ตนเองได้ไปกู้เงินจากนายทุนนอกระบบ จำนวน 7,000 บาทเพื่อนำมาค้าขายส้มตำและไก่ทอดภายในหมู่บ้าน ระยะแรกก็ขายดีมากจนกระทั่งระยะหลังขายของไม่ได้เป็นเพราะสาเหตุอะไรไม่ทราบ จึงได้ไปกู้หนี้นอกระบบอีกจำนวน 5,000 บาทเพื่อที่จะนำสิ่งของนำมาขายเพิ่มเติมอีกแต่ก็ไม่ค่อยจะดีขึ้นประกอบกับนายทุนนอกระบบมาเก็บเงินบางวันก็ได้จ่ายวันละ 200 บาท บางวันขายไม่ได้ก็ให้วันละ100 บาท จนกระทั่งมีบางวันเจ้าหนี้ต้องมายืนรอรับเงินจากตนเองที่ยังขายของไม่ได้ทำให้อับอายขายหน้า บางครั้งที่ยืนขายของต้องมานั่งเฝ้าและพูดต่าง ๆ นานา จนชาวบ้านที่มาพบเห็นถึงกับต้องเอือมระอาชาวบ้านที่เดินทางมาพบเห็น จนกระทั่งตนเองทนพฤติกรรมไม่ไหวได้หอบลูกชายวัย 3 ขวบ เพื่อที่จะมาร้องขอศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ

ในวันเวลาดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วของที่ว่าการอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ร้องเรียนโดยได้ไปพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้าสี่ประตู สีขาว หมาเลขทะเบียน กท-7848 บุรีรัมย์ พร้อมกับมีนายทุนเงินกู้นอกระบบได้ลงมาจากรถ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายนายพิษณุ แข็งเขตรการณ์ มีบ้านเลขที่ 101/1 ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์, นายแดง รุ่งทิวาหงส์ทอง และนายทองพูน แซ่เฮง บ้านอยู่ที่ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าหนี้ดังกล่าว หลังจากที่ได้เชิญทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้เข้ามาพูดคุยเจรจาโดยฝ่ายนายทุนได้บอกว่าตนเองยอมรับว่าได้จ่ายเงินให้กับลูกหนี้จริงโดยรายละ 5,000 และ 7,000 บาทต่อราย ซึ่งได้เก็บเป็นรายวัน วันละ 200 บาท และบางรายก็ 250 บาท เป็นระยะเวลา 25 วันก็แล้วแต่ที่เราจะสัญญากันไว้ แต่ไม่ได้ข่มขู่ลูกหนี้แต่ยอมรับว่าได้ไปถามไถ่จริงบางครั้งก็ยอมรับว่าได้ด่าแต่ไม่ได้ข่มขู่เพราะลูกหนี้ไม่ยอมจ่ายก็ต้องมีอารมณ์บ้าง

จนกระทั่งทางฝ่ายปกครอง อ.ศีขรภูมิ โดยนายชาญศักดิ์ สำนักนิตย์ กล่าวว่า ตามที่ผู้ร้องได้เข้ามาร้องศูนย์ดำรงค์ธรรมในครั้งนี้ เพื่อที่จะขอยุติในเรื่องของการใช้หนี้เพราะเงินที่จ่ายไปก็เกินไปมากแล้วได้ครบแล้ว พร้อมกันนี้ชาวบ้านไม่เงินจ่ายให้ จึงได้เรียกทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้มาทำหนังสือสัญญาตกลงไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกัน โดยเจ้าหนี้บอกว่าจะไม่ขอเก็บลูกหนี้อีกแล้วพร้อมกับยกผลประโยชน์ให้ลูกหนี้ไปอีกด้วย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองศูนย์ดำรงธรรม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ได้ลงบันทึกหลักฐานเอาไว้พร้อมให้ทั้งสองประนีประนอมยอมความกันในที่สุด โดยทางฝ่ายลูกหนี้ก็ไม่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้และทางเจ้าหนี้ก็ไม่ไปทวงเก็บลูกหนี้เมื่อทุกฝ่ายตกลงกันแล้วทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองศูนย์ดำรงธรรมจึงลงบันทึกหลักฐานเอาไว้ต่อไป

อาชญากรรม