(คลิปข่าว) ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เป็นไปตามคาด

7 พ.ย. 2561 12:31 น.
การเลือกตั้งกลางเทอมนอกจากจะเป็นการเลือก ส.ส. ส.ว. และผู้ว่าการรัฐแล้ว ยังเป็นเหมือนการวัดคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อีกด้วย ล่าสุดการเลือกตั้งทั้งหมด 50 รัฐของสหรัฐฯ ได้ปิดฉากลงแล้ว โดยผลที่ออกมาก็เป็นไปตามคาด นั่นคือ พรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ขณะที่พรรคเดโมแครตสามารถพลิกมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้

มาเริ่มกันที่วุฒิสภา มีการเลือกตั้งกันราว 1 ใน 3 นั่นคือ 35 จาก 100 ที่นั่ง ปรากฎว่าตอนนี้แน่นอนแล้วว่า พรรครีพับลิกันจะสามารถรักษาเสียงข้างมากที่เดิมครองอยู่ 51 ที่นั่งไว้ได้ และอาจจะได้ที่นั่งมากกว่าเดิมด้วย เนื่องจาก 26 จาก 35 ที่นั่งที่มีการ

เลือกตั้งเป็นที่นั่งเดิมของเดโมแครต และตอนนี้มี ส.ว.เดโมแครตที่แพ้ให้กับรีพับลิกันแล้วหลายรัฐ เช่น อินเดียนา และนอร์ธดาโกต้า 

 

 

ขณะที่รัฐเท็กซัสที่มีการแข่งขันอย่างสูสี สุดท้ายเท็ด ครูซ อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีพรรครีพับลิกันสามารถเอาชนะเบโต้ โอ รูค ผู้ท้าชิงจากเดโมแครตมาได้ด้วยคะแนนฉิวเฉียด ทั้งที่เท็กซัสเป็นฐานเสียงของรีพับลิกันมาอย่างยาวนาน ชัยชนะของรีพับลิกันในสภาสูงจะช่วยให้การรับรองการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ในรัฐบาลทรัมป์ยังคงราบรื่นต่อไป

 

 

ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเหมือนเป็นหนังคนละม้วน โดยแม้จะยังไม่ทราบผลครบทั้ง 435 ที่นั่งในสภา แต่สื่อแทบทุกสำนักฟันธงแล้วว่า พรรคเดโมแครตจะสามารถกลับมาครองเสียงข้างมากได้เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ด้วยการกวาดที่นั่งจากรีพับลิกันมาได้อย่างน้อย 23 ที่นั่ง และอาจสูงถึง 35 ที่นั่ง เท่ากับว่า รัฐบาลทรัมป์จะเจอกับงานหินในช่วง 2 ปีที่เหลือนับจากนี้ ในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ รวมทั้งอาจถูกตรวจสอบกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชัตดาวน์รัฐบาลรอบใหม่ได้

 

 

ในบรรดาผู้ชนะ ส.ส.ที่น่าสนใจ มีทั้ง Alexandria Ocasio-Cortez ที่กลายเป็น ส.ส.หญิงที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัยเพียง 29 ปี ขณะที่อิลฮาน โอมาร์ และราชิดา ทะเล้บ กำลังจะกลายเป็น ส.ส.หญิง 2 คนแรกที่นับถือศาสนาอิสลาม

 

 

นอกจากนี้ในการเลือกตั้งกลางเทอมยังมีการเลือกผู้ว่าการรัฐใน 36 รัฐ ปรากฎว่า รัฐฟลอริด้าที่การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี สุดท้าย รอน เดอซานติส จากพรรครีพับลิกันสามารถเอาชนะไปได้ ท่ามกลางข้อครหาใช้ช่องโหว่ในกฎการเลือกตั้งเพื่อเข้าข้างตัวเอง เนื่องจากเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กกต.ของรัฐด้วย ขณะที่รัฐโคโลราโด จาเร็ด โพลิส กลายเป็นผู้ว่าการรัฐคนแรกของสหรัฐฯ ที่เป็นเกย์แบบเปิดเผย 

 

 

การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นถือเป็นการเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทรัมป์รับตำแหน่ง ปธน.เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเกิดขึ้นในขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์ตกต่ำไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม กระแสบลูเวฟ หรือการกลับมาของพรรคเดโมแครต กลับไม่แรงอย่างที่คิด แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์ยังสามารถรักษาฐานเสียงของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

 

การเมือง