ผู้ว่าฯลำปางหนุนชาวบ้านปลูกสับปะรดอินทรีย์ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด

7 พ.ย. 2561 11:15 น.
ลำปาง-"ทรงพล สวาสดิ์ธรรม" ผู้ว่าฯลำปาง ลงพื้นที่ชุมชนบ้านทรายทอง หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอินทรีย์ โดยเยี่ยมชมดูวิธีการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตสับปะรด ศึกษาทิศทางการตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการผลักดันขับเคลื่อนแผนงานการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจ ตามวาระจังหวัด "ลำปาง เกษตรสุขภาพ เกษตรคุณภาพ ตลาดนำการผลิต" เตรียมการเดินหน้าส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรสับปะรดแบบครบวงจร

 

           เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2561 นายทรงพล  สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่ชุมชนบ้านทรายทอง หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เพื่อเยี่ยมเยือนให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอินทรีย์ โดยเยี่ยมชมดูวิธีการผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตสับปะรด ศึกษาทิศทางการตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการผลักดันขับเคลื่อนแผนงานการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจ ตามวาระจังหวัด “ลำปาง เกษตรสุขภาพ เกษตรคุณภาพ ตลาดนำการผลิต” เตรียมการเดินหน้าส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรสับปะรดแบบครบวงจร เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตในพื้นที่ล้นตลาดราคาตกต่ำและได้เข้าเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้าตัวอย่างสับปะรดแปรรูปของสมาชิก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลบ้านเสด็จ ซึ่งได้มีการผลิตสินค้าจำหน่ายในนามร้านค้า “น้ำหนึ่งสับปะรดอินทรีย์”

 

             โดยมีนางวันเพ็ญ  คมใน เจ้าของร้าน และเป็นเกษตรกรเจ้าของพื้นที่แปลงปลูกสับปะรดอินทรีย์ ได้มาให้การต้อนรับและนำเสนอให้ข้อมูลรายละเอียดในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำสับปะรดอินทรีย์จำหน่ายทั้งสดและแปรรูป พร้อมกับพาเยี่ยมชมพื้นที่แปลงปลูกตัวอย่าง ที่เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ได้ทำการจัดสรรผืนที่ดินกว้างกว่า 10 ไร่ ทำการปลูกสับปะรดในรูปแบบระบบอินทรีย์ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันได้ประสบความสำเร็จในอาชีพ สามารถนำผลผลิตสับปะรดสดจากไร่นำส่งตลาดจำนวนมาก จนผลผลิตที่ได้มีไม่พอกับการจำหน่าpจากความสำเร็จดังกล่าว

 

             นางวันเพ็ญฯ เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ ได้กล่าวถึงการทำสับปะรดอินทรีย์ว่า แต่เดิมบนพื้นที่แปลงปลูกกว่า 10 ไร่ แห่งนี้ ตนได้มีการปลูกสับปะรดใช้สารเคมีตามแบบชาวบ้านทั่วไป แต่ภายหลังต้องประสบปัญหาการขาดทุน เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทุกปีแต่กลับขายผลผลิตได้ในราคาต่ำ ดังนั้นตนจึงได้คิดปรับเปลี่ยนวิธีการปลูก มาเป็นแบบอินทรีย์ด้วยการใช้ปุ๋ยหมักและสารชีวภาพทดแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยได้ทำแบบจริงจังและทำต่อเนื่อง เพียงระยะเวลา 5 ปี ก็ได้เริ่มเห็นผลความต่าง

 

         ทั้งในเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ลดลง ต้นพันธุ์สับปะรดที่ปลูกมีความแข็งแรงให้ผลผลิตมากสม่ำเสมอ รวมทั้งผลสับปะรดยังมีรสชาติดี หวานหอม กรอบอร่อยไม่แสบลิ้น ปัจจุบันผลผลิตสับปะรดจากไร่ ได้มีการนำส่งจำหน่ายให้กับทางห้างสรรพสินค้า TOP ในนามของไร่เพชรล้านนา และจำหน่ายผลสดทั่วไปในนามสวนตานึก ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ได้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความสนใจ และได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลบ้านเสด็จขึ้น ทำการช่วยกันผลิตปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง

 

           รวมถึงแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดรายอื่นในหมู่บ้านได้นำไปทดลองใช้ เพื่อจะช่วยส่งเสริมให้พื้นที่ได้มีการผลิตสับปะรดอินทรีย์เพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันขณะนี้ทางกลุ่มมีสมาชิกรวมกันทั้งหมดกว่า 50 ราย มีการจัดสรรพื้นที่ทำการปลูกสับปะรดอินทรีย์ทั้งในและนอกฤดู เพื่อให้กลุ่มฯ มีผลผลิตจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี โดยผลผลิตสับปะรดบางส่วนที่ได้ ทางกลุ่มฯ ได้มีการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ จำหน่ายในนามร้าน “น้ำหนึ่งสับปะรดอินทรีย์” อาทิเช่น สบู่สับปะรด น้ำสับปะรด สับปะรดกวน และสับปะรดอบแห้ง เป็นต้น เฉพาะอย่างยิ่งสับปะรดอบแห้งถือเป็นสินค้าหลักที่มีความโดดเด่น ด้วยรสชาติที่อร่อยสามารถเก็บไว้ได้นาน และตลาดยังมีความต้องการอีกมาก

 

เกษตร