"อีตาร์อี้"เครื่องดนตรีชิ้นใหม่ของโลกฝีมือศิลปินชาวชัยภูมิโกอินเตอร์ (ชมคลิป)

6 พ.ย. 2561 11:40 น.
ชัยภูมิ- "เสี่ยวอี้" หรือนักดนตรีนักร้องศิลปินพื้นบ้านชาวชัยภูมิ ผู้ได้ริเริ่มคิดค้นสร้างเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ฝีมือชาวไทย ได้ขึ้นมาถึงทุกวันนี้ได้เป็นผลสำเร็จในชื่อ"อีต้าร์อี้" ที่ปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมส่งซื้อโกอินเตอร์โด่งดังไปไกลทั่วโลก

 

          เมื่อวันที่  6 พ.ย. 2561  วันนี้จะพาไปเยี่ยมชมชายเจ้าของผลงานซึ่งเป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิต และดนตรีพื้นบ้านอีสานชาวจังหวัดชัยภูมิ คนนี้ที่ใครๆในพื้นที่จะรู้จักในนาม "เสี่ยวอี้" มีครอบครัวที่อบอุ่น กลางวันร่วมกับภรรยาเปิดขายอาหารอีสานปลาเผ่า ส้มตำ ผัดไท ที่ร้านเสี่ยวอี้ปลาเผา ซึ่งตั้งอยู่ถนนชัยภูมิ-สีคิ้ว 201 ก่อนถึงตัวเมืองชัยภูมิ ประมาณ 1 ก.ม. พบชายวัยหนุ่มรูปร่างหน้าตาไม่บอกก็รู้ว่าเป็นศิลปิน ซึ่งใบหน้าและการแต่งกายคล้าย "เช กูวาร่า"  ในบริเวณร้านซึ่งก็เป็นบ้านพักอาศัย มีกองไม้เก่าๆ พร้อมเครื่องดนตรีที่ถูกแกะเป็นรูปร่างคล้าย "พิณ" ผสมกับ "กีตาร์" แต่มีสายใช้สำหรับดีดแค่เพียง 4 สาย

 

          ศิลปินผู้นี้ คือ นายสนธิชัย  ประสานชาติ หรือ “เสี่ยวอี้” อายุ 40 กว่าปี เล่าว่า ตนเองมีบ้านเกิดที่อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และเป็นคนชอบดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นชาวบ้านเป่าแคน ดีดพิณ หรือชาวบ้านชัยภูมิ เรียกว่า  “อีเต็ง”   สมัยนั้นเป็นเด็กคนเดียวที่สนใจคนเฒ่าคนแก่เล่นดนตรี แล้วมีความชื่นชอบในเสียงดนตรีมาก แต่ก็ยังเล่นไม่เป็น เห็นเขาเล่นก็พยายามจดจำท่วงทำนองเพลงพื้นบ้านอีสานแล้วก็บันทึกในไปในสมองเองฝึกจดจำมาต่อเนื่องไม่ได้ขาด

 

        ต่อมาตนเองได้มีโอกาสไปเรียนด้านศิลปะ ที่เทคโนโคราช แผนกศิลปกรรม ระดับ ปวช. (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา) เมื่อประมาณปี 2530 -2531 ตนเองก็ได้มีโอกาสไปพักอยู่ที่หมู่บ้านด่านเกวียน กับรุ่นพี่ที่เป็นช่างปั้น และเป็นศิลปินนักดนตรีเพื่อชีวิต “วงด่านเกวียน” ชื่อพี่สมาน แสงธรณ์   ผมไปอยู่ด้วยแล้วก็หัดเล่นดนตรี พร้อมทำงานศิลปะงานปั้นไปพร้อมด้วย และบังเอิญได้ไปเจอไม้ท่อนฟืน ที่ชาวบ้านได้เตรียมไว้เผาเครื่องปั้นดินเผา มีจำนวนมากเป็นกองขนาดใหญ่ และจุดประกายเลยก็คือ ไปเจอไม้ขนุน ก็เลยเกิดไอเดียว่าเราน่าจะนำมาทำเครื่องดนตรี เพราะว่าเป็นคนไม่มีสตางค์จะไปซื้อเครื่องดนตรีกีตาร์มาเล่น  ก็เลยลองทำดูเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ยังไม่มีรูปร่างสวยงามเหมือนที่เห็นอยู่ในปัจจุบันใช้วิธีการตั้งสายแบบพิณธรรมดา 

 

 

         จนกระทั้งมีโอกาสมาเล่นดนตรีประจำในผลับ ต่อมาได้ทำอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเองเมื่อปี 2537  ก็ไม่ถือว่าโด่งดังอะไรมากมาย ทำเพลงแบบที่เราทำได้ ตามแบบไสตล์ที่เรารัก จากคำพูดของอาจารย์ที่สอนศิลปะ  ได้กล่าวไว้ว่า “เราเรียนศิลปะ เราจะต้องหาตัวเองให้เจอ” ซึ่งสมัยนั้นก็เล่นเพลงหมอลำบ้าง แนวเพื่อชีวิตตามแนวทางรุ่นพี่ๆ

             ด้วยระยะเวลาและประสบการณ์ ก็ทำให้เห็นช่องทางว่าเราน่าจำทำเครื่องดนตรีขึ้นมาเอง  เรามีเชิงช่างศิลปะ พร้อมกับประสบการณ์และการรักการเล่นดนตรี ก็เลยทำเครื่องดนตรีอันนี้ขึ้นมาอย่างจริงๆจังๆที่เรียกว่า พร้อมกับการตั้งสายจนสามารถตั้งได้แบบไสตล์ของตนเอง  โดยการนำเครื่องดนตรี 2 อย่างมาผนวกกัน คือ “อีเต็ง”  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “พิณ” 3 สาย  และการนำ “กีตาร์” ซึ่งมี 6 สาย มาผสมผสานเข้าด้วยกันจนได้เป็นเครื่องดนตรี 4 สาย ที่ใช้ชื่อว่า “อีต้าร์อี้” (E’tar-E)  เป็นเครื่องดนตรีตัวเดียวที่สามารถเล่นได้ทั้งเพลงพื้นบ้านอีสาน และเพลงสากล ฉีกแนวมาเป็นเครื่องดนตรีผสมผสานแบบลงตัวให้เป็นชิ้นใหม่ขึ้นมาที่ไม่มีใครเหมือน

 

           โดยการออกแบบคอร์ดขึ้นมาใหม่ ซึ่งตนองไม่ได้เรียนด้านดนตรีมา แต่ใจรักและสังเกตุ ทดลองทำตามจินตนาการ ทดสอบจนสามารถเขียนเป็นตารางคอร์ดได้ และสามารถเล่นได้กับเครื่องดนตรีสากลทุกชิ้น ก็เลยเป็นที่มาของคำว่า “E’tar-E”   E ตัวแรกก็คือ  อีเต็ง หรือ พิณอีสาน , tar ก็คือ ต้าร์ หรือกีต้าร์ ส่วน E ตัวท้ายก็คือ ชื่อเล่นของตัวเอง “อี้” หรือ “เสี่ยวอี้”

 

 

            ซึ่งปัจจุบันได้มีการจดสิทธิบัตรเป็นเครื่องดนตรีของโลกเพิ่ม    เป็นของตัวเองในนามชาวชัยภูมิคนไทยเป็นผู้สร้างขึ้นมาได้แล้ว จนเริ่มีผู้สนใจสั่งทำเป็นจำนวนมากขึ้นต่อเนื่อง และตนมีความภาคภูมิใจมากที่ตนสามารถทำเครื่องดนตรีด้วยใจรักและมีผู้สนใจ  ถึงแม้จะอยู่แบบชาวบ้านธรรมดา ไม่ร่ำรวย มีหนี้มีสิน แต่ลึกๆแล้วสิ่งที่ตนเองทำงานทุกชิ้น มันเป็นงานศิลปะที่มีความสุข มันอาจจะไม่วิจิตรเลิศหรูอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยๆ ก็เป็นการสร้างสรรค์ จรรโลงใจ จรรโลงโลก  หลังจากนี้อาจจะมีการเผยแพร่ สานต่อสอนให้คนผู้สนใจรุ่นหลังได้เล่นสืบทอดกันต่อไปเพราะเครื่องดนตรีชี้นนี้เกิดมาจากชาวไทยเป็นของคนไทยทุกคน

           ซึ่งในส่วนของรูปแบบ “อีต้าร์อี้” จะไม่ได้มีรูแบบตายตัว จะใช้วิธีการทำตามแบบการจินตนาการระหว่างผู้สั่งทำและผู้ทำ  ส่วนไม้จะเป็นไม้ขนุนที่มีความแห้ง  เสียงจะดังกังวาน ส่วนการออกแบบลายก็เป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล  อย่างเช่น ลายที่กำลังทำในขณะนี้ เป็นลายของ อาจารย์สันติ  พิเชฐชัยกุล นักปั้นระดับโลก คนไทยที่ไปสร้างชื่อเสียง และมีแกลอรี่ที่รัฐมอนแทนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สั่งทำจำนวน 10 ตัว และที่ผ่านมาก็มีครูเพลง อย่างเช่น อาจารย์สลา คุณวุฒิ ครูเพลงชาวไทย และอีกหลายๆท่านที่สนใจสั่งทำ ในราคาตัวละ 25,000 บาท

 

 

         ที่ผ่านมา “อีต้าร์อี้”  ได้สร้างผลงานเพลงที่ “พี่แอ็ด คาราบาว”  ได้เขียนแต่งให้แล้วใส่ดนตรี และมีเพลงที่มีผู้เข้าไปชมไปแชร์ เป็นจำนวนมากอย่างเช่นเพลง “ตูนแลน” ที่ทำขึ้นเพื่อเชียร์คนทำดีอย่าง “พี่ตูน บอดี้แสลม” ทีมียอดวิวกว่าล้านวิว และเมื่อเร็วๆก็มีเพลงส่งเสริมความรัก ความสามัคคีของคนไทยในชาติ เพลง “ขวัญแผ่นดิน” ที่มีคนเข้าไปฟังและชื่นชมเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องมาขึ้นด้วยเช่นกัน ทางเฟสบุ๊ค/ยูทูป “เสี่ยวอี้ สนธิชัย ประสานชาติ”  หากท่านใดสนใจเครื่องดนตรี “อีต้าร์อี้”   สามารถโทรสอบถามโดยตรงได้ที่ 091-8319680 (คุณเสี่ยวอี้)

 

คนดี คนเด่น