งามไส้ !!! ผู้ช่วยผบญ.พาชาวบ้านร้องผบญ.ให้ลูกชายใช้ที่วัดนำไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,200 บาท

6 พ.ย. 2561 10:10 น.
อุบลราชธานี - ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพาชาวบ้านร้องผู้ใหญ่บ้านส่อทุจริต เซ็นต์หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้นายอนุชิต ดอกป่าน ซึ่งเป็นบุตรชายได้นำเอกสารสิทธิ์โฉนด/นส. 4 จ เลขที่เอกสารสิทธิ์ 12408 เนื้อที่ 7 ไร่ 45 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินของวัดบ้านวังม่วง ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐจังหวัดอุบลราชธานีนำไปแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2559 ที่ทางการกรมส่งเสริมการเกษตรได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1200 บาท เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้านนายอำเภอเขมราฐรับหนังสือข้อเรียกร้องและจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 พฤศจิกายน ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี มีชาวบ้านจาก บ้านวังม่วง หมู่ที่ 4 ต. หนองสิม อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ประมาณ   60    คน จากการนำโดยนายสาคร เหล่าบุญมา อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวังม่วง   เดินทางมาร้องเรียนและขอความเป็นธรรมกับนายกฤตกร  ถาศักดิ์นายอำเภอเขมราฐ พร้อมชูป้ายข้อความ ให้ผู้ใหญ่บ้านลาออกเพื่อแสดงสปิริตของตัวเอง,ผู้ใดกระทำผิดต้องได้รับโทษ,คนโกงเงินแผ่นดินต้องถูกลงโทษ,วัดเสียหายเพราะมีผู้นำไม่ดี,พวกเราไม่เอาคนขี้โกง,

 

 

           นายสาคร เหล่าบุญมา  กล่าวว่าชาวบ้านวังม่วง หมู่ที่ 4  ต. หนองสิม ได้ตรวจสอบเอกสารพบว่านายอนุชิต ดอกป่าน อยู่บ้านเลขที่ 137 บ้านวังม่วง หมู่ที่ 4 ต.หนองสิม อ.เขมราฐ จ.อุบลฯ เป็นบุตรของนายมานิช ดอกป่าน ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังม่วง หมู่ที่ 4 ต.หนองสิม ได้กระทำการทุจริตและแจ้งหลักฐานข้อความอันเป็นเท็จต่อทางราชการ ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย โดยนายอนุชิต ดอกป่านได้นำเอกสารสิทธิ์ นส. 4 จ เลขที่เอกสารสิทธิ์ 12408 เนื้อที่ 7 ไร่ 45 ตารางวาซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ดินของวัดบ้านวังม่วง ต.หนองสิม อ.เขมราฐ นำไปแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2559 ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,200 บาทจำนวนไม่เกิน 10 ไร่ต่อคน

 

            โดยมีนายมานิช ดอกป่านผู้ใหญ่บ้านวังม่วง หมู่ที่ 4 ได้ลงนามในหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้แก่นายอนุชิต ดอกป่านซึ่งเป็นบุตรของตนเองเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2559 เพื่อขอรับการช่วยเหลือ  ซึ่งทำให้วัดได้รับความเสื่อมเสียและเสียหายเป็นอย่างยิ่ง  เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบร่วมกันเบียดบัง  จัดทำเอกสารขึ้นเพื่อให้ได้เงิน มาเป็นประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว  นอกจากนี้ยังมีความประพฤติตนไม่เหมาะสมในการบริหารงาน ทำงานไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่  ไม่มีความเหมาะสมกับการเป็นผู้นำของหมู่บ้าน

 

          นายสาคร เหล่าบุญมา  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2560 ก็มีความพยายามที่จะใช้หลักฐานเดิม ซึ่งเป็นที่ดินของวัดแปลงเดิม เพื่อขอเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,200 บาท อีก แต่ชาวบ้านได้ร่วมกันตรวจสอบพบก่อน จากพฤติกรรมดังกล่าวจึงขอร้องเรียนและขอความเป็นธรรมต่อทางอำเภอเขมราฐได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดทั้งทางอาญาและวินัย โดยยื่นข้อเรียกร้อง  1. ให้ทางอำเภอตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง  2 ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด 3. ให้สอบสวนเอาผิดวินัยกับผู้ใหญ่บ้านที่เซ็นหนังสือรับรองให้บุตรชายนำที่วัดไปแจ้งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2559 และ 4. ให้ผู้ใหญ่บ้านแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกจากตำแหน่ง

 

         ต่อมานายกฤตกร  ถาศักดิ์ นายอำเภอเขมราฐ ได้ออกมาพบชาวบ้านพร้อมรับหนังสือข้อเรียกร้องจากชาวบ้านและรับว่าจะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงตามที่ระบุ ซึ่งหากผลการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่าผิดจริงก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ชาวบ้านต่างพอใจจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับในช่วงสายของวันเดียวกัน

 

การเมืองท้องถิ่น