กรรมของเกษตรกรพายุพัดข้าวกำลังออกรวงล้มเสียหายหนัก

29 ต.ค. 2561 12:00 น.
จังหวัดศรีสะเกษ ขณะนี้เกษตรกรกำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว โดยข้าวที่ได้เริ่มเก็บเกี่ยวก็คือพันธุ์ กข.15 แต่เหมือนฟ้าฝนไม่ค่อยเป็นใจ โดยช่วงกลางคืนได้มีลมฝนตกกระหน่ำมาเป็นระยะๆ ก่อนที่จะเข้าฤดูหนาว ส่งผลให้ต้นข้าวที่กำลังเริ่มสุก ล้มระเนระนาด รวงข้าวก้มจุ่มน้ำ และอาจจะเสียหายได้เป็นส่วนใหญ่

          วันที่ 29 ตุลาคม 2561 เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี โดยข้าวที่เริ่มสุกพอดีเกี่ยวแล้วก็คือข้าวหอมมะลิ กข.15 และการเปลี่ยนถ่ายฤดูของประเทศไทยก็กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เตือนภาคอีสานว่า นับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ เริ่มต้นที่จะมีอากาศหนาวเย็นลง ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น แต่ในส่วนภาคอีสาน ที่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากจะมีอากาสที่เริ่มหนาวเย็นลง กลับเพิ่มเติมมาก็คือ มีลมฝนพัดมาเป็นระยะๆ และพัดแรง ซึ่งใน 2 – 3 วันที่ผ่านมา เกิดลมฝนพัดแรงถึงขนาดพัดบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายไปหลายหลังคาเรือน และนอกจากนั้นก็ยังพัดเอาต้นข้าว ที่รวงข้าวกำลังเริ่มสุกเหลือง ล้มระเนระนาด รวงข้าวที่กำลังสุกพร้อมที่จะได้เก็บเกี่ยวก้มลงจุ่มน้ำ เกิดการเสียหายในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ 105 ที่กำลังจะเริ่มเต็มเมล็ด ก่อนสุก หากก้มจุ่มน้ำเช่นนี้เสียหายแน่นอน เกษตรกรได้แต่มอง เพราะทำอะไรไม่ได้ เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะยังไม่สุกแก่จัด ครั้นจะนำไม้ไปค้ำให้ยกรวงข้าวขึ้นก็ไม่ไหวเพราะเยอะมาก ได้แต่ปล่อยไป และทำใจ

 

 

      นายตัน โพธิ์ศรี อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 บ้านกอก หมู่ที่ 11 ตำบลปะอาว อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อระยะ 2 – 3 วันที่ผ่านมาได้เกิดลมพายุพัดมาอย่างแรง แรงจนพัดบ้านเรือนพังไปหลายหลังคาเรือน และที่สำคัญ ลมฝนได้พัดเอาต้นข้าวที่กำลังสุกเหลือง ล้มลงรวงข้าวจุ่มน้ำที่ขังในแปลงนา เกิดความเสียหายกันไปหลายร้อยไร่ และเชื่อว่าในหลายอำเภอคงนับเป็นพันๆ ไร่กันเลยที่เดียว ซึ่งหากรวงข้าวได้ก้มจุ่มน้ำเช่นนี้คงเก็บเกี่ยวเอาคืนไม่ได้แน่นอน และหากเป็นแปลงนาที่ข้าวยังไม่สุก ไม่เหลือง ยิ่งเสียหายแน่นอนร้อยเปอร์เซนต์ รถเกี่ยวเวลามาเกี่ยว ก็จะได้แต่เกี่ยวข้าวที่ลอยอยู่ข้างบนเอาไป ส่วนที่จมน้ำคงไม่ได้เกี่ยว ก็จะทำให้ข้าวหายไปส่วนใหญ่เสียหาย แม้ในปีนี้ข้าวในจังหวัดศรีสะเกษ จะได้ผลดี แต่หากพบกับพายุฝนปลายฝน ต้นหนาว เช่นนี้ก็แย่ไปตามๆ กัน ซึ่งในทุกๆ ปี ก่อนจะเข้าฤดูหนาว นับแต่อดีตก็มักจะเกิดฝน ลมพัดต้นข้าวเช่นนี้ แต่ครั้งนี้แรง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของข้าวที่สุกแก่แล้ว เกษตรกรก็ได้ใช้แรงงานคน เพื่อนๆ ญาติๆ ลูกหลานลงไปแปลงนาเก็บเกี่ยวด้วยเคียวเกี่ยวด้วยมือ เพราะหากจะใช้รถเกี่ยวก็ไม่ได้ เพราะนอกจากไม่คุ้มแล้ว ยังเกี่ยวที่จมน้ำลำบาก ต้องใช้มือเกี่ยวก่อนเอารวงข้าวขึ้นมาตากแดดไว้ยังคันคูนา แต่รวงข้าวใดที่จะยังไม่สุกก็ปล่อยเอาไว้ก่อน หากไม่เน่าและสุกก็จะไปเก็บเกี่ยวด้วยมืออีกรอบ ซึ่งยังจะต้องมาเสี่ยงด้วยว่า ข้าวที่เกี่ยวมาได้ เมล็ดจะดำเพราะจมน้ำด้วยหรือไม่อีกรอบ เวลาเอาไปขายที่โรงสี เพราะหากเมล็ดดำ โรงสีก็ไม่รับซื้ออีกเช่นกัน กรรมของเกษตรกรจริงๆ

 

เกษตร