เกษตรกรเร่ง!! เก็บเกี่ยวข้าว ตากข้าวรอชะลอราคา

26 ต.ค. 2561 13:05 น.
ศรีสะเกษ - เกษตรกรในจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้บริการรถเกี่ยวนวดไปในตัว เกี่ยวเสร็จออกมาเป็นเมล็ดข้าว นำมาเทใส่รถบรรทุก นำมาเทตากข้างถนน เนื่องจากไม่มีลาน และขาดแรงงาน

 

       วันที่ 26 ตุลาคม 2561 เกษตรกรชาวนาในจังหวัดศรีสะเกษ ขณะนี้เริ่มเข้าฤดูกาลเก็บผลผลิต ข้าวหอมมะลิ กข.15 และตามด้วยข้าวหอมมะลิ 105 เริ่มได้กำหนดสุกเหมาะแก่การเก็บเกี่ยวแล้ว แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ขาดแรงงานในการเก็บเกี่ยวแบบดั่งเดิมที่ใช้เคียวเกี่ยวมือ แต่ส่วนใหญ่ก็จะใช้บริการรถเกี่ยวนวดรับจ้าง ซึ่งสะดวกสบายไม่สิ้นเปลืองระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว ทันต่อความต้องการใช้เงินในการหมุนเวียนในครัวเรือน ซึ่งรถเกี่ยวนวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ รถเกี่ยวนวดที่แบบสำเร็จรูป คือ เกี่ยวข้าวจากแปลงนาแล้วออกมาเป็นเมล็ดข้าวเลย ไม่ต้องเกี่ยว แล้วต้องไปจ้างนวดอีกรอบ แม้ราคาจะสูงอยู่บ้างขนาด ไร่ละ 500 – 600.-บาทก็ตาม เพราะหากปล่อยให้ข้าวสุกไปมากกว่านี้ก็จอาจจะเสี่ยงต่อสภาพฝนฟ้าที่อาจจะตกลงมาทำให้ต้นข้าวล้มหักงอ แช่จมน้ำขังในแปลงนา และหากปล่อยให้สุกแก่มากไปกว่านี้ ก็จะทำให้เมล็ดข้าวร่วงง่ายขณะเก็บเกี่ยว ประกอบขณะนี้พ่อค้าโรงสีได้เปิดรับซื้อสดโดยเริ่มต้นราคาที่สูง ตันละ 1,320.-บาท แล้ว

 

 

 

           นางลอง จวงพันธุ์ เกษตรกรรายหนึ่งที่ได้ทำการเกี่ยวนวดข้าวในแปลงนาตนเอง เปิดเผยว่า ตนได้จองรถเกี่ยวนวดข้าวมาเกี่ยวข้าวในแปลงนาตนเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์กว่าจะได้ เนื่องจากในช่วงนี้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวกันแล้ว จึงทำให้รถเกี่ยวนวดแบบสำเร็จรูป คือ เกี่ยวข้าวในแปลงนาแล้วออกมาเป็นเมล็ดข้าวได้เลย เริ่มที่จะถูกเกษตรกรทั่วๆ ไปจองคิวต่อๆ กันเพิ่มมากขึ้น หากไปจองล่าช้ารถเกี่ยวนวดที่ดีดีก็จะไม่ว่าง โดยวันนี้อัตราค่าจ้างเกี่ยวอยู่ที่ไร่ละ 500 – 600.-บาท

 

       เมื่อเกี่ยวเสร็จก็จะต้องนำไปตากแดดเพื่อลดความชื้นลงให้เหลือไม่เกิน 15% เพื่อเก็บขึ้นยุ้งฉางของตนเอง เพื่อที่จะเตรียมเข้าร่วมโครงการกู้เงินสินเชื่อชะลอการขายข้าวกับรัฐบาล ที่ผ่านมาทางธนาคารฯ ธ.ก.ส. แต่ก็มีบางส่วนที่อาจจำเป็นจะต้องใช้เงินสดในการหมุนเวียนค่าจ้างเกี่ยวข้าว ใช้จ่ายในครัวเรือน ก็อาจจะนำข้าวไปขายเป็นข้าวสด คือ พอเกี่ยวเสร็จเทลงจานรถบรรทุก แล้วนำส่งไปขายที่โรงสีเลย ซึ่งตอนนี้พ่อค้าโรงสีรับซื้อที่ตันละ 13,200 – 13,000.- บาท ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ก็จะเก็บขึ้นยุ้งฉางในกรณีที่เพื่อนๆ เกษตรกรมียุ้งฉาง เพราะเชื่อว่าราคาข้าวเปลือกนาปีในปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ก็ได้แบ่งขายข้าวสดบางส่วนเท่าที่จำเป็นต้องใช้เงินเท่านั้น

 

 

        ส่วนในการตากข้าวเปลือกที่เกี่ยวสดจากแปลงนา เกษตรกรส่วนใหญ่จะอาศัยพื้นถนนระหว่างหมู่บ้านในการตากข้าว โดยขอใช้พื้นที่การจราจรแบ่งครึ่งหนึ่งของถนน และก็เฝ้าระวังรถที่จะมาชนตนเองขณะตากข้าว เพราะจะต้องมีการเกลี่ยข้าวไปมาขณะนี้ เพื่อข้าวจะได้แห้งทั่วๆ กัน โดยส่วนใหญ่จะตากอยุ่ราว 2 แดด แต่หากเจอฝนก็ตากต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าแห้งพอดี สามารถเก็บไว้ได้ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์  

 

 

 

เกษตร