"คนริมโขง"ชี้เขื่อนลาวแตก!เพราะระบบทุนทำน้ำท่วม!

2 ต.ค. 2561 14:55 น.
บึงกาฬ- ชาวบ้านริมโขงบึงกาฬ ชี้เขื่อนลาวแตกและการปล่อยน้ำ โดยไม่แจ้งให้ประเทศเพื่อนบ้านได้รับรู้ล่วงหน้า ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจัดการน้ำในไทย จนเกิดน้ำท่วมที่มามจากระบบทุน ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ จี้รัฐบาลจัดทำฐานข้อมูลให้ครอบคลุม-มีระบบเตือนป้องกันน้ำท่วม

 

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ก.ค.61 เขื่อนช่องเขาต่ำของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ที่สร้างบนลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ได้แตก ทำให้ 6 หมู่บ้าน และเมืองสนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ได้รับความเสียหาย ประชาชนกว่า 7,000 คน ได้รับผลกระทบ มีทั้งผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และคนไร้บ้าน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน น้ำที่ไหลจากเขื่อนเซเปียนและเซน้ำน้อย ลงแม่น้ำเซกอง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงท่วมข้ามพรมแดนไปยังประเทศกัมพูชา ประชาชนกว่า 6,000 คนได้รับผลกระทบ ต้องอพยพกว่า 1,200 คนออกจากพื้นที่น้ำท่วม ขณะที่ประเทศไทยนั้น พบว่า หลังเขื่อนเซเปียน เซน้ำน้อยแตก เขื่อนอื่น ๆ ในลาวยังคงปล่อยน้ำเพื่อป้องกันน้ำล้นสันเขื่อน ทั้ง เขื่อนน้ำงึม 1 ,2 และ 5 เขื่อนน้ำอูน และเขื่อนน้ำเทิน 2 ปล่อยน้ำจากเขื่อนเหล่านี้ ทำให้ไทยได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเขื่อนน้ำงึม 5 ที่ไหลมากับสมทบกับแม่น้ำโขง ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง ในจังหวัดบึงกาฬ

 

 

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เครือข่ายประชาชนจับตาการลงทุนในเขื่อนลาว เครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงภาคอีสานและศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์ และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดเวทีเสวนาภาคประชาชน น้ำเขื่อนท่วมโขง ทวงถามสิทธิในแม่น้ำข้ามพรมแดน โดยมีตัวแทนภาคประชาชนจากลุ่มน้ำโขง ชีและมูล ได้เดินทางมาร่วมเสวนา หาทางออก และเตรียมตัววางแผนแก้ไขปัญหาร่วมกัน นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา เครือข่ายองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงภาคอีสาน กล่าวว่า ปีนี้น้ำท่วมบึงกาฬถือว่าหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา สาเหตุมาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนน้ำงึมในลาวปล่อยน้ำ สมทบกับการปล่อยน้ำของเขื่อนน้ำอูนตลอด 2 เดือน มาสมทบกับแม่น้ำสงคราม ทำให้น้ำโขงไหลช้า ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเตรียมตัวรับมือน้ำท่วมไม่ทัน ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง “จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เครือข่ายประชาชนจับตาการลงทุนในเขื่อนลาว ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขงอีสาน จัดเวทีเสวนาในหัวข้อน้ำเขื่อนกระทบน้ำโขงโดยเวทีเสวนาสะท้อนว่า น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจากการเร่งระบายน้ำของเขื่อน แต่ไทยไม่สามารถจัดการน้ำโขงได้ มีเพียงการตั้งรับและชดเชยเยียวยาผลกระทบจากน้ำท่วมเท่านั้น” นางอ้อมบุญ กล่าว และว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนประเทศเพื่อนบ้านเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนในจีนทั้ง 10 แห่ง โดยเฉพาะเขื่อนจิ่งหงที่เป็นตัวควบคุมการระบายน้ำเขื่อนลงสู่น้ำโขง การสรางเขื่อนในลาว ที่ส่งผลกระทบทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป ข้อเรียกร้องของภาคประชาชนต่อรัฐบาล คือต้องการให้รัฐบาลจัดการฐานข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งการพยากรณ์อากาศ ปริมาณน้ำท่วม น้ำแล้ง การปล่อยน้ำทั้งของไทย และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ประชาชนริมลำน้ำโขง จัดทำฐานข้อมูลที่มีความชัดเจน เพื่อให้ชาวบ้านได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม ป้องกันความเสียหาย

 

 

ด้านนายนริศ อาจหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เครือข่ายลุ่มน้ำโขง และคนในชุมชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำกันเอง โดยที่ไม่รับรู้ข้อมูลการระบายน้ำจากเขื่อนตอนบนทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ น้ำท่วมบึงกาฬ โดยเฉพาะบริเวณศูนย์ราชการ เนื่องจากน้ำโขงหนุนสู่การสร้างเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเขื่อนน้ำเทิน-หินปูน ที่เมืองปากกระดิ่ง แขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 70 /หากการก่อสร้างแล้วเสร็จ และการเร่งระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก จะทำให้ชาวจังหวัดบึงกาฬ และพื้นที่ตอนล่างได้รับผลกระทบมากขึ้น ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านที่สร้างเขื่อน และภาคเอกชนที่เข้าไปลงทุนออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีการระบายน้ำที่ส่งผลกระทบต่อคนลุ่มน้ำโขง “ชาวบ้านริมโขงที่บุ่งคล้า ติดตามข่าวสารการจัดการน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน โดยการติดตามทางข่าวของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ก็ไม่ทันการ เพราะการปล่อยน้ำแต่ละครั้งไม่มีการแจ้งเตือนชาวบ้าน ทำให้ส่งผลต่อระบบการจัดการน้ำที่เป็นระบบของชาวบุ่งคล้าได้รับผลกระทบ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ปีนี้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายแทบทั้งหมด น้ำท่วมปีนี้ไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติแต่เกิดจากระบบทุน ที่สร้างเขื่อนกั้นน้ำ สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุด คือระบบเตือนป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้ชาวบ้านได้วางแผนการจัดการน้ำให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”นายนริศ กล่าว

คุณภาพชีวิต