สันธนะ นำกำลังบุกยึดตลาดสุรนคร อ้างเบี้ยวค่าเช่านาน 24 ปี

10 ส.ค. 2562 19:10 น.
นครราชสีมา - "พ.ต.ท สันธนะ" อดีตรอง ผกก.สันติบาล ได้รับมอบอำนาจจาก ครอบครัว"สุวรรณชาติ" นำกำลังบุกยึดตลาดสุรนครโคราช หวังครอบครองกิจการเดือนละ 10 ล้านบาท อ้างผู้เช่าถูกเบี้ยวนาน 24 ปี เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังหนาแน่น คำตอบสุดท้ายให้ยึดถือกระบวนการยุติธรรม

  

ที่ตลาดสุรนครเมืองใหม่ ตลาดกลางค้าส่งพืชผักและผลไม้ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ตรงข้ามสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2562  พ.ต.ท สันธนะ  ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล พร้อมพวกนั่งโดยสารรถตู้โดยสาร สีดำ เลขทะเบียน ฆศ 474 กรุงเทพมหานคร มาจอดบริเวณหน้าทางเข้าบริษัท สุรนครเมืองนคร จำกัด ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานตลาดกลางสุรนคร เพื่อเข้ามาเจรจาขอเข้าบริหารจัดการและดูแลผลประโยชน์ของตลาด ฯ โดยมี พ.ต.ท สายัญ  แบ่งสันเทียะ รอง ผกก.สส. ในฐานะรักษาการแทน ผกก.สภ.เมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมกำลังทั้งในและนอกเครื่อง เจ้าหน้าปกครองจังหวัดนครราชสีมา กว่า 50 นาย สนธิกำลังมารักษาความสงบเรียบร้อย โดยตั้งเต้นท์อำนวยการบริเวณหน้าทางขึ้นสำนักงาน ฯ และนำแผงเหล็กมาตั้งเป็นแนวป้องกันการบุกรุกเข้าไปด้านใน

 

 

   

พ.ต.ท สันธนะ ฯ พร้อมพวกได้อ้างกับเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย ที่ตั้งแถวอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้น ฯ ระบุได้รับมอบอำนาจจากนายปรีชา  สุวรรณชาติ ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อุ้มบุญธุรกิจและเป็นตัวแทนครอบครัวสุวรรณชาติ เจ้าของที่ดิน 38 ไร่ 1 งาน 38 ตารางวา โดยมีแผงขายสินค้า 1,310 แผง ลานขนถ่ายสินค้า 226 แผง ตลาดโต้รุ่ง 58 แผง ตลาดปีนัง 58 แผงและอาคารพาณิชย์ 59 คูหา โดยให้นางอุรัส  ชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุรนครเมืองใหม่ ฯ ผู้เช่าดำเนินกิจการตลาดสุรนคร การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อแสดงสิทธิโดยชอบธรรมและต้องเดินทางมาเอง เกรงจะมีเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น

พ.ต.ท สันธนะ ฯ กล่าวพร้อมแสดงท่าทาง ผู้เช่าไม่ได้จ่ายค่าเช่าโดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย พยายามยื้อเวลากระบวนการยุติธรรมเรียกเก็บผลประโยชน์เดือนละกว่า 10 ล้านบาท กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถช่วยนายปรีชา ฯ แต่สิ่งที่กำหนดคือคำพิพากษาของศาลฎีกา ให้ผู้เช่าชำระเงินให้ผู้ให้เช่าเป็นเงิน 500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่มีคำพิพากษาเป็นเวลา 24 ปี ฝากถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ตนและพวกไม่ได้มาก่อความวุ่นวายแต่มาทวงสิทธิ ขอให้พึงระวังและเลือกปฏิบัติกับความถูกต้องและผลประโยชน์

 

ต่อมาที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย บริษัท สุรนคร ฯ ได้มาพบ พ.ต.ท สันธนะ ฯ ซึ่งนำกำลังชายฉกรรจ์จำนวนนับร้อยคนมานั่งรออยู่ตามร่มไม้และในตลาด เพื่อรอสัญญาณเข้าไปครอบครองกิจการตลาด ฯ ตามที่ พ.ต.ท สันธนะ ฯ อ้างเป็นคำสั่งของศาล บรรยากาศช่วงคู่กรณีได้นำเอกสารมาชี้แจงค่อนข้างตึงเครียด ต่างฝ่ายอ้างสิทธิการบริหารจัดการตลาด พ.ต.ท สายัญ ฯ ได้แจ้งความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม โดยคำพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมา คดีหมายเลขดำ ที่ พ.2854/2537 คดีหมายเลขแดงที่ 418/2540 ระหว่าง หจก.อุ้มบุญธุรกิจ โดยเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ชำระคดีโจทก์กับบริษัท สุรนครเมืองใหม่ จำกัด จำเลย มีคำ พิพากษาเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 ให้จำเลยชำระเงินและค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน  100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่  22 พฤศจิกายน 2537) จนกว่าจะชำระเสร็จและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 9 แสนบาท จนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 68654, 68655, 68656, 3911 ต.ในเมืองและเลขที่ 17512 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลได้พิจารณาวันที่ 25 เมษายน 2562 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้บังคับคดีเอาทรัพย์สินกับลูกหนี้และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการผิดสัญญาและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่เช่า จึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จึงต้องงดการบังคับคดีไว้และไม่อาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอได้ ทำให้ พ.ต.ท สันธนะ ฯ แสดงท่าทีไม่พอใจนครราชสีมา รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลได้พิจารณาวันที่ 25 เมษายน 2562 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้บังคับคดีเอาทรัพย์สินกับลูกหนี้และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการผิดสัญญาและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่เช่า จึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จึงต้องงดการบังคับคดีไว้และไม่อาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอได้ ทำให้ พ.ต.ท สันธนะ ฯ แสดงท่าทีไม่พอใจนครราชสีมา รวมยอดเงินที่ต้องชำระให้กับโจทก์ประมาณ 500 ล้านบาท ปรากฏจำเลยได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ศาลได้พิจารณาวันที่ 25 เมษายน 2562 บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้บังคับคดีเอาทรัพย์สินกับลูกหนี้และพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้อันเกิดจากการผิดสัญญาและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่เช่า จึงเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้แต่คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด จึงต้องงดการบังคับคดีไว้และไม่อาจออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามขอได้ ทำให้ พ.ต.ท สันธนะ ฯ แสดงท่าทีไม่พอใจท สันธนะ ฯ แสดงท่าทีไม่พอใจท สันธนะ ฯ แสดงท่าทีไม่พอใจ

จากนั้น พ.ต.ท สันธนะ ฯ พร้อมพวกได้เดินเท้าพบผู้เช่าแผงขายสินค้าอุปโภค บริโภคในตลาด เพื่อพูดคุยและบอกกล่าวกับพ่อค้าแม่ขาย เดือนสิงหาคม ถือเป็นห้วงเวลาอันมหามงคล นายปรีชา ฯ ยินดีที่จะไม่เก็บค่าเช่าแผง หากถูกเรียกเก็บเงินถือเป็นการแอบอ้างให้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้ จากนั้น พ.ต.ท สันธนะ ฯ ได้เดินทางกลับคงเหลือกำลังชายฉกรรจ์ที่อยู่ในพื้นที่ตลาด ส่วนกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ที่ยังตรึงกำลัง เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้มาทำประวัติคัดกรองพร้อมตรวจค้น เพื่อป้องปรามการเผชิญหน้าและการใช้เหตุความรุนแรง พ.ต.ท สายัญ ฯ กล่าว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติสองมาตรฐานแต่อย่างใด แนวทางปฏิบัติต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากใครละเมิด มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม โดยก่อเหตุความรุนแรงจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย