ผู้การชัยภูมิหิ้วโจ๋มือไล่กราดยิงอริกว่า14นัดตาย1เจ็บ1ทำแผนสั่งล้อมคอกเข้ม!

7 ส.ค. 2562 14:43 น.
ชัยภูมิ - วัยรุ่นจับกลุ่มมั่วสุมทุกพื้นที่เข้ม! เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กลุ่มโจ๋ตั้งแก๊งรวมกลุ่มดักทำร้ายเขม่นกันระหว่างหมู่บ้านในทุกพื้นที่ให้เข้มงวดมากขึ้น!

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ส.ค. 2562  พล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ เดินทางลงพื้นที่ สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกับสภ.บ้านเขว้า กว่า 50 นาย ควบคุมตัวนายโรจน์ศักดิ์ หรือหม่าว อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังถูกชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัวได้วานนี้( 6 ส.ค.62 ) ซึ่งเป็นคนใช้อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม.ไล่กราดยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริกว่า 14 นัด ที่มารวมกลุ่มกันจำนวนมาก 50 คน เพื่อดักรอทำร้ายกันครั้งนี้ จนมีผู้เสียชีวิต 1 รายและรับบาดเจ็บ 1 ราย ครั้งนี้มาตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.62 ที่ผ่านมา

เพื่อให้การควบคุมตัวผู้ต้องหามือยิงรายนี้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงตามมาได้ เพราะในพื้นที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านของคู่กรณีที่ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งอาจจะเกิดความไม่พอใจต่อกลุ่มเพื่อนญาติผู้เสียชีวิตเสี่ยงเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์กันเกิดขึ้นได้ ซึ่งเหตุการณ์ทำแผนประกอบคำรับสารภาพก็สามารถผ่านไปด้วยดีใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที โดยในที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนสายชัยภูมิ- นครสวรรค์ ปากทางเข้าหมู่บ้านห้วยหนองจันทิ  ม.6 ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ  ซึ่งการออกมาดักทำร้ายกันของ 2 กลุ่มเจ้าถิ่นกับโจ๋ต่างหมู่บ้านครั้งนี้ ทำให้กลุ่มโจ๋เจ้าถิ่นดังกล่าวในอ.บ้านเขว้า ถูกกราดยิงมีผู้เสียชีวิตคือนายนิรัตร์  กุสุมภ์ อายุ 30 ปี และนายประยูร  คุรุวงษ์ อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

โดยผู้ต้องหามือยิงรายนี้ ถูกควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุครั้งนี้ ให้การรับสารภาพว่า เหตุที่ใช้อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. ออกมาไล่กราดยิงกลุ่มอริครั้งนี้เป็นจำนวนกว่า 14 นัด เนื่องจากวันเกิดเหตุกลุ่มพวกตนเองพากันขับขี่รถ จยย.มาด้วยกัน 6 คัน กับพวกรวม 10 คน ซึ่งพวกตนเองมาจากต่างถิ่นจากอ.หนองบัวระเหว  กำลังจะพากันขับ จยย.ผ่านเส้นทางหน้าหมู่บ้านดังกล่าวของอ.บ้านเขว้า เพื่อไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตในตัวอ.บ้านเขว้า

“แต่พอมาถึงจุดทางผ่านหมู่บ้านเกิดเหตุ ได้มีกลุ่มโจ๋เจ้าถิ่นจำนวนมากพากันมาจับกลุ่มกันจำนวนมากว่า 50 คน และพากันใช้ก้อนหินขว้างใส่รถกลุ่มของตน ไปถูกรถ จยย.ของรุ่นน้องที่มาด้วยกัน จนรถเสียหายต้องจอดรถลงข้างทางหน้าหมู่บ้านดังกล่าว และก็มีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นกว่า 50 คน พากันวิ่งจะรุมเข้าทำร้ายรุ่นน้องที่มาด้วยกัน ตนเองจึงรีบขับรถ จยย.เลี้ยวกลับมาช่วย ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยยิงขึ้นฟ้า 1 นัด เพื่อเตือนกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นให้หยุดอย่าเข้ามารุมทำร้ายกัน แต่กลุ่มวัยรุ่นอริดังกล่าวกลับไม่ยอมหยุดและเห็นว่ามีพวกจำนวนมากกว่า 50 คน ตนเอง(ผู้ต้องหารายนี้) จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเพื่อให้หยุด ไปจนหมดลูกกระสุนที่บรรจุในแม็กกาซีนปืนพกติดตัวมาด้วยมาด้วยทั้งหมดรวม 2 แม็กๆละ 7 นัด รวมทั้งหมด 14 นัด ก่อนที่จะพากันหลบหนีกลับบ้านไปที่อ.หนองบัวระเหว”

และต่อมารุ่งเช้าจึงทราบว่า กรณีที่ยิงปืนใส่กลุ่มวัยรุ่นที่ดักทำร้ายพวกตนเองที่อ.บ้านเขว้า มีคนถูกคมกระสุนที่ยิงออกไปมีคนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ก่อนที่ตัวเองจะได้หาทางหลบหนีด้วยการนำอาวุธปืนที่ก่อเหตุไปฝังไว้ในป่าท้ายหมู่บ้านตัวเองที่อ.หนองบัวระเหว และเข้าไปหลบซ่อนตัวในป่า และนำรถจยย.ที่ขับขี่วันก่อเหตุไปขอจอดซ่อนไว้ที่ป่าท้ายนา ของเพื่อนด้วยกันในอำเภอเดียวกันอีกคน

แต่ก็ไม่รอดการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจชัยภูมิ ที่วานนี้ได้มีการบุกเข้าไปปิดล้อมป่าที่ตัวเองหลบซ่อนอยู่จนต้องยอมออกมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และถูกควบคุมตัวมาสอบสวนพาตัวมาทำแผนในที่เกิดเหตุครั้งนี้ เพื่อส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.บ้านเขว้า ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น รวมทั้งพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฏหมายต่อไป

ซึ่งด้านพล.ต.ต.สมพจน์  ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญ ที่เกิดปัญหามีกลุ่มวัยรุ่นออกมารวมกลุ่มมั่วสุมกัน และพากันตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งเจ้าถิ่นรวมกลุ่มวัยรุ่นขาโจ๋ประจำแต่ละหมู่บ้าน ที่จะใช้ตามจุดเส้นทางริมถนนหน้าทางผ่านเข้าแต่ละหมู่บ้านตัวเองตามจุดต่างๆ เพื่อมารวมกลุ่มมั่วสุมดักรอทำร้ายกันรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน และครั้งนี้จากนี้ไปจะได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ เข้าไปเข้มงวดกับกลุ่มวัยรุ่น ที่มักจะมีจุดที่ใช้ออกมาจับกลุ่มมั่วสุมในทุกพื้นที่ให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย มีกลุ่มโจ๋ตั้งแก๊งรวมกลุ่มดักทำร้ายเขม่นกันระหว่างหมู่บ้านในทุกพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยกันป้องกันเหตุให้เข้มงวดมากขึ้นจากนี้ต่อไปด้วย