ทิ้งนาข้าวเลี้ยงฮวก ทั้งหมู่บ้าน

2 ส.ค. 2562 17:10 น.
มหาสารคาม - เกษตรกทิ้งนาข้าว เลี้ยงฮวกขาย สร้างรายได้หลักแสน เลี้ยงครอบครัว

ตามไปดูวิถีชาวบ้านที่เอาชีวิตรอด ด้วยการเลี้ยงฮวกแทนการทำนา พบที่บ้านสี่เหลี่ยม  ต.หนองบัวแก้ว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย  จ.มหาสารคาม  เกือบทั้งหมู่บ้าน  เพาะเลี้ยงกบและลูกอ๊อดจำหน่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้า  ที่เดินทางมารับซื้อถึงในหมู่บ้าน  แต่อย่างไรก็มีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ฮ้วกสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น หมกฮวก แกงหน่อไม้ส้มใส่ฮวก –อ่อมฮวก ลาบฮวก  ย่างกบ

 

นางอุธร  ชาธงชัย  ประธานกลุ่มเลี้ยงกบและลูกอ๊อด  บ้านสี่เหลี่ยม  ต.หนองบัวแก้ว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย  จ.มหาสารคาม  เปิดเผยว่า   เริ่มต้นทางกลุ่มได้มีการรวมตัวกัน  โดยเริ่มนำกบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เข้ามาเพาะเลี้ยง  เพื่อผสมพันธุ์  และนำลูกอ๊อด  หรือภาษาอีสาน  เรียกว่า  “ฮวก”  จำหน่าย   จากนั้นในปี 2558  ได้รวมกลุ่มสตรีพร้อมจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงกบและลูกอ๊อด  บ้านสี่เหลื่ยม  เพื่อขอกู้เงินเพื่อมาลงทุนขยายธุรกิจ  ทำให้ทางกลุ่มมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น  และสามารถมาต่อยอดธุรกิจได้  ทำให้มีรายได้และมีเงินปันผลให้กับสมาชิกเดือนละกว่า 10,000 บาท

 

สำหรับคอกที่ใช้เลี้ยงกบจะมีขนาดกว้าง 3 เมตร  ยาว 4 เมตร  ขุดดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร  รอบบ่อล้อมด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันไก่ และงู  รวมถึงสัตว์ต่าง ๆ ที่จะลงไปกินลูกอ๊อด  โดยจะเริ่มผสมพันธุ์ตั้งแต่เดือนมีนาคม-สิงหาคม  วิธีการสังเกตความพร้อมว่ากบพร้อมจะผสมพันธุ์หรือไม่  ให้ดูจากตัวผู้จะมีกล่องเสียงขยายตัว  ร้องเสียงดัง  ส่วนตัวเมียสีข้างจะสาก  ท้องจะแข็งกว่าปกติ  แสดงออกว่าพร้อมให้ตัวผู้เกาะเพื่อผสมพันธุ์  จากนั้นนำมาไว้ในบ่อเดียวกันในช่วงเย็น  ก่อนจะแยกคอกออกจากกันในช่วงเช้า  ลูกอ๊อดจากฟักตัวภายใน 24 ชั่วโมง  โดยแต่ละรุ่นจะใช้เวลา 16-18 วัน  ก็สามารถนำออกจำหน่ายได้  สำหรับราคาขายจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท  แต่หากควักไส้ออกจะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 250 บาท

 

ด้านนายสุดใจ  ครองทอง  พัฒนาการอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย  เปิดเผยว่า    กลุ่มสตรีบ้านสี่เหลี่ยม  หมู่ 1  ต.หนองบัวแก้ว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย  จ.มหาสารคาม  ถือว่าเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง  มีความสามัคคี  และมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่ชัดเจน  ทำให้ทราบถึงต้นทุนการผลิต  และกำไร  โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย  ได้ลงพื้นที่มาติดตามกลุ่มว่าภายหลังจากทีได้รับพัฒนาเงินกู้จากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไปแล้ว  ทางกลุ่มมีความพร้อมในการดำเนินงานมากแค่ไหน  ซึ่งเงินกู้ของกองทุนมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพียงร้อยละ 3 บาท  ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มสตรีกลุ่มนี้มีศักยภาพพอที่จะใช้หนี้คืนให้กับกองทุน  ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้น  มีงานทำในพื้นที่  มีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น 

             

         

 

นางทองม้วน  ไตรรัตน์  ผู้เลี้ยงฮวกหรือลูกอ๊อด ม.1 เล่าว่า ตนเองมีอาชีพทำนา ทำนาไม่ได้ผล ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ จึงหันมาเลี้ยงลูกอ๊อด กบ  โดยใช้พื้นที่เลี้ยง 7 โดยเริ่มเลี้ยงมาตั้งแต่ ปี 2544 เริ่มแรกซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีบ่อเลี้ยง3บ่อ กว้าง3เมตร กว้าง4เมตร ลึก30 ซม. ล้อมด้วยผ้ามุ้งสีเขียวเพื่อป้องกันแมลง งู  หรือแมลง ไม่ให้ลงไปกินลูกอ๊อด ลูกอ๊อดจากฟักตัวภายใน 24 ชั่วโมง  ลูกอ๊อดจะใช้เวลา 16-18 วัน  ลูกกบน้อยจะใช้เวลา 18-24 วัน ก็สามารถนำออกจำหน่ายได้  สำหรับราคาขายจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท  ลูกอ๊อดจะมีราคามแพงที่สุดคือช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน สูงถึงกิโลกรัมละ 300 บาท

 

ลูกอ๊อด ฮวก ในภาษาอีสาน ซึ่งเป็นอาหารรสเด็ดสามรถนำมาประกอบอาหารหลากหลายชนิดเรียกได้ว่า อาหารพิเศษขึ้นโต๊ะเลยก็ว่าได้ แซ่บสุดๆ โดยตามธรรมชาติแล้วลูกอ๊อดจะมีช่วงฤดูฝนที่เกิดเองตามธรรมขาติเท่านั้น ปัจจุบัน สามารถเลี้ยงเองได้ และมีขายได้ตลอดทั้งปี ดังนั้นเกษตรกรจึงรวมกลุ่มกัน เลี้ยงลูกอ๊อดขายเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

 

 

 

ทำมาหากิน