เชื่อมตลาดจีเท็คไทยคาดสะพัด100ล้าน

30 ก.ค. 2562 21:12 น.
เชียงราย- ครั้งแรก เชื่อมตลาดจีเท็คไทย ที่นำแพล็ตฟอร์ม อีคอมเมิรส ยักษ์ใหญ่จากจีนมาเจราจาจับคู่ทางการค้ากับผู้ประกอบการจากชุมชนไทยโดยตรง คาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการค้าขึ้นในชุมชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท

 

ที่ห้องประชุม โรงแรมเดอะเฮอริเทจ จ.เชียงราย นางลลิดา จิวะนันทประวัติ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนานานาชาติเชื่อมโยงระเบียงเศณษฐกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มจีเอ็มเอสและประเทศไทย หรือจีเท็ค "(GMS-THAILAND E-COMMERCE ECONOMIC CORRIDOR : GTEC 2019) โดยมีนักธุรกิจไทย สปป.ลาว และเมียนมา รวมทั้งประเทศจีน เข้าร่วมครบครันภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีจากกลุ่ม 17 จังหวัดภาคเหนือของไทย จำนวนกว่า 300 ราย

รวมทั้งมีกิจกรรมสัมมนา พบปะทางธุรกิจหรือบิสเน็สแม็ชชิ่ง โดยเฉพาะมีเอกชนจากประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จในการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ส คือบริษัทเป่ยเตี้ยนและกลุ่มแครอท มอล ไชน่า เข้าร่วมกิจกรรมด้วยโดยบริษัทเป่ยเตี้ยน ได้นำผู้ประกอบการในเครือเข้าร่วมกว่า 30 ร้านค้าด้วย ทำให้เกิดการจับคู่กับผู้ประกอบการชุมชนของไทยกว่า 100 รายด้วยกัน โดยนักธุรกิจจีนให้ความสนใจในดูสินค้าไทยรูปแบบต่างๆ ทั้งประเภทอาหาร ของใช้ ฯลฯ



นางลลิดา กล่าวว่าปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผู้ประกอบการไทยเพื่อการส่งออกสินค้าไทย และพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ส การผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน มีระบบชำระเงิน สะดวกในการจัดส่งหรือมีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมด้านการเชื่อมโยงการตลาดด้วย ดังนั้นกิจกรรมในครั้งนี้จึงถือว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยอย่างมากโดยเฉพาะมีผู้ประกอบการจีนที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการค้าขายออนไลน์แล้ว โดยสามารถนำมาแก้ไขปัญหาความยากจนได้หรือที่รู้จักกันดีในนามหมู่บ้านเถาเป่าโมเดล 
 

นางลลิดา กล่าวว่าที่ผ่านมาประเทศไทยพยายามนำรูปแบบมาถอดบทเรียนเพื่อนำมาดำเนินการซึ่งก็พบว่าต้องมีองค์ประกอบคือผู้นำต้องเข้มแข็ง ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดี ผู้ประกอบการเป็นมืออาชีพและศักยภาพในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ และได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งการประชุมที่ จ.เชียงราย ในครั้งนี้ถือว่ามีค่อนข้างครบถ้วนรวมไปถึงการได้พบปะกับตลาดจีนโดยตรงและถึงขั้นมีการบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูร่วมกันระหว่างภาคเอกชนกับเอกชนซึ่งเชื่อว่าจะเปิดโอกาสให้กับสินค้าไทยได้เป็นอย่างดีต่อไป

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กล่าวว่าภารกิจหลักของ สปปน.คือการส่งเสริมให้มีการจัดการประชุมสัมนนาและนิทรรศการในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย และยังปรับให้มีการส่งเสริมการค้าการลงทุนได้โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มประเทศในจีเอ็มเอสมีการค้ากันในปี 2561 เป็นมูลค่ามากถึง 670,000 ล้านบาท  ซึ่งถือเป็นเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดทำให้ สสปน.เล็งเห็นว่าสามารถใช้บทบาทกระตุ้นภาคธุรกิจไทยได้ ซึ่งการจัดการประชุมที่ จ.เชียงราย ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มเติมโดยเป็นพื้นที่ที่มีการค้าการลงทุนกับประเทศในจีเอ็มเอสมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมากเพราะเอกชนรายใหญ่ของจีนทั้ง 2 รายที่มีเครือข่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในประเทศจีนได้เข้ามาดูสินค้าโดยตรง จากนั้นก็จะขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยได้ต่อไป

ด้านนายพัฒนา สิทธิสมบัติ ประธานบิสคลับ ประเทศไทย กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นำแพล็ตฟอร์ม อีคอมเมิรส ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนมาเจราจาจับคู่ทางการค้ากับผู้ประกอบการจากชุมชนไทยโดยตรง คาดว่าจะเกิดมูลค่าทางการค้าขึ้นในชุมชนต่างๆ ไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท.

เศรษฐกิจภูมิภาค